รวมผลงานนักแต่งเรื่องรางวัล “อพาร์ตเมนต์คุณป้าอะวอร์ด”
นับตั้งแต่ เราเริ่มทำเกมขึ้นมาใน Songburi แล้วเปิดให้เล่นเกมกันด้วยคำถามเปิด เปิดในที่นี้ คือ เปิดให้คิดคำตอบ แสดงความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ เราก็พบว่า มันกลายเป็นเกมที่สนุก สร้างสรรค์ และแสดงให้เห็นถึงความสามารถของสมาชิกของ Songburi ที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมได้เป็นอย่างดี
นี่คือ ผลงานของสมาชิกที่ร่วมสนุกเล่นเกมชิงบัตรคอนเสิร์ตจุดประกาย ของ อพาร์ตเมนต์คุณป้า กับเรา ทั้งหมดนี้ คือ ผลงานความเรียงเรื่องสั้นๆ ที่เกิดจากการนำเอาชื่อเพลงของอพาร์ตเมนต์ฯ มาร้อยเรียง และถูกตัดสินโดยอพาร์ตเมนต์ฯ เองเลย พวกเขาคือผู้ที่ได้รับบัตรคอนเสิร์ตไปครองครับ
…………….
1. วศกร เพ็ชรช่วย (เอ็ม)
เอี๊ยด!! ผมขับรถมาหยุดอยู่ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ที่เห็นป้ายโฆษณาน้ำมันชนิดใหม่ที่ถูกว่าน้ำมัน 95 ขณะนั้นเด็กปั๊มก็วิ่งกรูเข้ามาหาผม”รับน้ำอะไรดีครับพี่??”
“เฮ้ย!! ไม่ใช่เซเว่น นี่ เห็นว่ามีน้ำมันแบบใหม่ที่เจ๋งกว่า 95 เหรอ”
“ครับพี่ ตอนนี้เรามีน้ำมันผสมชนิดใหม่ครับ เรียกว่า แก๊สโซโอเล่ครับ เราเอาน้ำมันมาผสมกับกลูโคสไซรัป จุดระเบิดตูมตามกว่าเดิมอีกพี่”
“จริงป่ะเนี่ย!”
“แน่นอนครับพี่ ผลิตภัณท์นี้รับประกันร้อยปีเลยพี่ เชื่อผม”
เด็กปั๊มหว่านล้อมผม จนผมได้น้ำมันแบบใหม่มาหนึ่งถังเต็มๆ ก่อนขับรถออกไปรับลูที่โรงเรียน
“พ่อ…วันนี้ผมสอบตกอ่ะ ไม่รู้เป็นไร จู่ๆก็สอบตกเองเฉยเลย”
ผมก็แปลกใจ ปกติลูกจะเรียนดี แต่ก็ให้กำลังใจลูก
“เอ้า ไม่เป็นไรลูก…Let it go เถอะลูกเอ๊ย ครั้งหน้าก็ดีขึ้นเอง นะ”
“พ่อเติมน้ำมันมาเหรอคับ น้ำมันไรอ่ะ เต็มถังเลย มันแพงนะช่วงนี้”
“แก๊สโซโอเล่อ่ะลูก แบบใหม่เลยนะ ถูกกว่าเดิมอีก”
“อ๋อ…เนี่ย เพราะพ่อเติมน้ำมันแก๊สโซโอเล่ ผมเลยสอบตก”
ผมงง แต่ก็ขับรถออกไปรับเมียที่อยู่ทำงานที่อพาร์ทเม้นคุณป้า ผมจอดรถไว้ แล้วขึ้นไปรับเมียกลับบ้าน
“มาช้าจังเลยนะไอ้แก่”
“แหม รถใน กทม. มันติดอ่ะ เป็นเรื่องธรรมดา”
“แก้ตัวเหรอวะ แอบไปหาอีหนูมารึไง แล้วนี่มึงเติมน้ำมันมายัง เดี๋ยวกลับไม่ถึงบ้านนะเว้ย!”
“เรียบร้อยแล้วจ๊ะ อีหนงอีหนูอะไรไม่มีหรอกน่า” ผมคิดในใจว่า วันนี้มันเป็นไรวะ จู่ๆเมียก็บ่น เมนมาหรือไงไม่รู้…
ผมพาลูกเมียเดินกลับไปที่รถ เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น…..โครม!! รถมอไซค์จากไหนไม่รู้มาชนรถผม
“เฮ้ย! รถจอดอยู่ดีๆ ไม่ขับมาชนงี้อ่ะ…”
“ไม่รู้อ่ะพี่ จู่ๆรถมันก็พุ่งมาเอง ทำไมอ่ะพี่”
“ไหน ดูรถกูดิ๊ เป็นไรมากป่ะวะ….เฮ้ย!! เครื่องกูหายไปไหน!!”
“อ้าว พี่เติมน้ำมันไรอ่ะครับ”
“แก๊สโซโอเล่”
“เห็นมะ…เพราะพี่เติมน้ำมันแก๊สโซโอเล่ เครื่องก็เลยหาย แล้วรถผมก็มาชนรถพี่เฉยเลยเนี่ย แย่นะเนี่ยพี่”
อืม….หรือท่าจะจริงหว่า พอเติมน้ำมันนี้แล้วลูกสอบตก รถติด เมียบ่น รถชน เครื่องหายเลย….พอคิดได้แบบนี้ จากนั้นมาผมก็ไม่เคยเสียทรัพย์สินออกไปให้น้ำมันแก๊สโซโอเล่อีกเลย
2. โศรดา ใหม่น้อย (Little_Doggy)
ฉันมันก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งในโลกที่แสนจะกว้างใหญ่ใบนี้
ผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมาจะมีซักกี่คนกันที่รู้ว่า ฉันคือใคร? ทักทายพูดคุย
น้อยคนนักที่จะรู้จักฉัน และน้อยคนนักที่ฉันจะรู้จักเขา ต่างคนต่างไม่เคยรู้จัก ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ
ฉันกลายเป็นคนไร้ตัวตนในผู้คนเหล่านั้น แค่คนแปลกหน้า
คล้ายๆ ถ้วยกาแฟที่ถูกลืม วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน มีความหมายก็เมื่อตอนหยิบขึ้นมาใช้งาน
ช่างแปลกเหลือเกินทำไมคนเราต้องมีความหมายกับใครๆ ก็ต่อเมื่อเราเอื้อต่อผลประโยชน์ของเขารึต่อผลประโยชน์ของเราเท่านั้น
มันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้คนที่เดินดินทุกคนใช่ไหมที่ต้องเป็นแบบนี้ ฉันเฝ้าถามตัวเอง…ฉันกลับมานั่งจมอยู่กับความเหงาของโลกใบเล็กๆ ของฉัน ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ
คล้ายกำแพงสูงที่กั้นโลกภายนอกกับโลกของฉันออกจากกัน
ฉันฟังเสียงลมหายใจที่เต้นอยู่ มันบอกให้ฉันรู้ว่าฉันยังมีลมหายใจยังมีชีวิตอยู่ ฟังเสียงความคิดของตัวเองที่ดังก้องอยู่ในหัวได้ยินเสียงหัวเราะอย่างเป็นสุขกับเสียงเพลงจากห้องข้างๆ ลอยตามลมมาเบาๆ “ฉันคือขอนไม้ล่องลอยอยู่กลางทะเล ไร้คนไม่มีจุดหมาย ฉันคือนกน้อยพูดคุยกับกรงของฉันเอง ร้องเพลงยามเจ้าว้าเหว่…”
ฉันร้องตามเบาๆ ยิ่งฟังก็ยิ่งเหงา มันชื่อเพลงอะไรนะ? ของวงอะไร? ฉันถามตัวเอง…อ่อ! นกเพลงของวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า นั้นไงล่ะคือคำตอบ
เสียงของตกกระทบพื้นทำให้ฉันตื่นจากภวังค์ หยุดคิดเรื่องเพลง
และเกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
ของชิ้นนั้นคงจะหล่นจากที่สูง รึไม่ก็ถูกปาอย่างแรง ฟังจากเสียงมันคงจะแตกละเอียด
แต่เสียงร้องไห้ที่ตามมามันบอกว่าเจ้าของเสียงนั้นหัวใจคงแตกสลายเช่นเดียว
กับของชิ้นนั้นเช่นกันเสียงแว่วดัง “อย่าไปเลย ผมขาดคุณไม่ได้ ผมรักคุณ รักมาก”
แล้วเสียงร้องไห้ จากผู้ชายอกสามศอกก็ดังอย่างไม่อายใครถ้าเทียบผู้ชายคนนี้เป็นดั่งเสือ เสือที่แข็งแรง สง่า น่าเกรงขาม
ตอนนี้เสือตัวนี้ติดกับดักนายพรานเสียแล้ว มันคงจะเจ็บหนักและหมดท่า
เสือร้องไห้ เสือกำลังร้องไห้อยู่ใช่ไหมความรักมันทำให้คนๆ หนึ่งเป็นได้ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ มันมีอิทธิพลที่ทำให้คนๆ หนึ่ง
สุขและเศร้าอย่างมากมายได้ขนาดนั้นเชียวหรือ ฉันถามตัวเอง…“ ……….” มีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้นคือคำตอบ
รึจะเป็นอย่างพระท่านว่า (ว.วชิรเมธี)
ที่ใดมีสิ่งที่รัก ที่นั้นมีโศก
ที่ใดมีสิ่งที่รัก ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีสิ่งที่รักเสียแล้ว
โศกและภัยก็ไม่มีหลังจากทุกสิ่งทุกอย่างเงียบลง
ฉันเปิดประตูออกจากกำแพงโลกส่วนตัวของฉันออกไปสู่โลกภายนอก
เสียงแห่งความสงสาร เวทนา และว่ากล่าวก็ดังแว่วจากห้องแถบนั้น
พวกเขาเหล่านั้นจะรู้ไหมว่าได้ทำร้ายและซ้ำเดิมจิตใจคนๆ หนึ่ง
ด้วยน้ำลายของพวกเขาเองเสียงเพลงร็อคแอนด์โรลเราเล่นดังขึ้น อ่อ! มือถือฉันเอง
เจ้าอุปกรณ์นี้มันกลายเป็นสิ่งสำคัญของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
นี่ฉันกลายเป็นส่วนหนึ่งของยุคโทรธิปไตยไปแล้วหรือนี่“แต่งเรื่องขอบัตรเสร็จยัง ออกมาได้แล้ว กรูหิว…” เสียงโวยวายจากปลายสาย
“เสร็จแล้ว! ไปเดี่ยวนี้แหละ” ไปก่อนนะหิวข้าว 555+
3. กัญญารัตน์ ชิระวานิชผล (ยุ้ย)
เมืองยู้ฮู เป็นเมืองที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลัก แต่แตกต่างจากประเทศไทยตรงที่ เวลาคนในเมืองนี้พูดกัน จะชอบเว้นวรรคแบบแปลกๆไปจากภาษาไทย เช่น เวลาซื้อผัก แล้วเจอผักแพงๆ จะพูดว่า “ผัก1…กำแพง…จัง” หรือเวลามีเรื่องทะเลาะในผับ แล้วกระชากเสื้อกันก็จะพูดว่า “มาดึง…เสื้อผม…ถ้าเสื้อ…ผมขาดคุณ…จะรับผิด…ชอบไหม” เป็นต้น
อยู่มาวันหนึ่ง ฟรอยด์ ซึ่งเป็นวัยรุ่นชายชาวเมืองยู้ฮู ได้เกิดบรรลุทางธรรม ว่าชีวิตคนเรา สุดท้ายก็คือนิพพาน เขาจึงขออนุญาตออกจากบ้าน โดยบอกกับพ่อแม่ว่า “ผมอยากละทิ้ง… ทรัพย์สินออกไป…เผชิญ…โลกกว้างภายนอก…เมืองยู้ฮูบ้าง”
หลังจากนั้น ฟรอยด์จึงเลือกเดินทางมาที่ประเทศไทย การมาอยู่ประเทศไทยทำให้เขาได้รับประสบการณ์ใหม่ๆมากมาย เช่น การได้มาดู AF4 ทำให้เขาเข้าใจว่า ประเทศไทยปกครองระบอบโทรธิปไตย นอกจากนี้ เขายังได้ลองกิน เสือร้องไห้ เป็นครั้งแรกในชีวิต
อย่างไรก็ตาม ฟรอยด์ก็มีปัญหาเรื่องการสื่อสารที่เว้นวรรคไม่เหมือนคนไทย เขาจึงพยายามแก้ปัญหาโดยใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารแทน เช่น ถ้าจะถามว่า คุณชื่ออะไร เขาก็พูดว่า what’s your name? แต่การสื่อสารภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ เพราะเขาก็ยังเว้นวรรคภาษาอังกฤษไม่เหมือนคนไทยอยู่ดี
ด้วยสไตล์การพูดเว้นวรรคที่แปลกของฟรอยด์ในประเทศไทย ทำให้เขาได้รับฉายาว่าเป็น เจ้าพ่อเด็กแนว และต่อมา สไตล์การพูดเว้นวรรคแบบฟรอยด์ก็ได้กลายเป็นที่นิยมอย่างสูงในหมู่วัยรุ่นไทย จนผู้ใหญ่ในกระทรวงวัฒนธรรมในเมืองไทยเอือมระอา เรียกกิริยาการพูดเว้นวรรคแบบฟรอยด์ว่า “พูดฟรอยด์” ต่อมา นานๆเข้าเลยเพี้ยนเป็น “ฝอย” ซึ่งหมายถึงการพูดแบบไร้สาระในปัจจุบันนั่นเอง
4. วริษฐ์ บูรณปัทมะ (ปอง)
1.ณ อพาร์ตเม้นต์คุณป้า
ไม่รู้จัก ฉัน ไม่รู้จัก เธอ
เสียงแว่วจาก กำแพง ทัก ฉัน คือ ใคร ?
เธอ ที่ ฉัน ไม่รู้จัก กำลังจะเดินสวนไป
เหมือนทุกครั้ง…เรื่องธรรมดา…
ไม่สำคัญอีกแล้ว กับการประมาณตน
โอกาสที่กำลังจะผ่านไป ขอกุมมันไว้ ไม่อยากจะเสียเวลาWhat’s Your Name ?
เธอยิ้มแทนคำตอบ
ยื่นหนังสือ นกเพลง ของ ทินกร หุตางกูร มาให้ ฉัน
อ้าว อ่านภาษาไทย ได้You Could Be My Friend
เธอเอียงหน้ามากระซิบข้างหูฉัน…
If You Want to
ฉันกระซิบตอบกลับ
.. … .. .. .
2. ณ ดาดฟ้า
อิสระ ความเมา
ที่รินใส่ ถ้วยกาแฟ ที่ถูกลืม (ถ้าใครไม่ลืม ฉันคงไม่ได้พบ)
ท้องฟ้าเย็น สีที่กำลัง แปรเปลี่ยน
มองจากบนนี้ ช่าง ใกล้ชิดกับ ฟ้า
สูง จนคล้ายเป็นเพื่อน กับ เมฆเธอจูงมือฉัน เต้นรำบนดาดฟ้า
“ร็อคแอนด์โรลเราเล่น Rock n Roll !!! ”
เสียงแหกปากร้องเพลง จากวงดนตรี ที่กำลังซ้อมในห้องซ้อมตึกข้างๆ
ได้ข่าวว่าพวกเขากำลังดังในหมู่วัยรุ่น และกำลังจะมีคอนเสิร์ทวันที่ 23
ฉัน อยาก ชวนเธอ ไปดู แค่นึกเท่านั้น..
เธอก็โน้มคอฉันLet It Go
เสียงกระซิบจากเธอ ข้างๆหู
ไม่รู้ทำไมเธอชอบกระซิบ เสียงของเธอเบา และ เศร้า
คงเศร้า..จน เสือร้องไห้ หากได้ยินเสียงเธอฉันนั่งลงมองเธอ
เธอขึ้นไปยืนบนขอบตึก
ฉันได้เห็น รอยยิ้ม ที่สวยกว่า โมนาลิซ่า
กางปีก และ บิน3. เรื่องธรรมดา (แบบดั้งเดิม) Bangkok Love Story
เสียงเพลงดังจากวิทยุ ในห้องสี่เหลี่ยมสีเขียว
” โอ้กรุงเทพ เมืองฟ้า อมร สมเป็นนครมหาธานี สวยงามหนักหนา ยามราตรี…”
ผมลืมตาพร้อมความรู้สึกปวดหัวสุดๆ แสงแดดแรกยามเช้าส่องลอดหน้าต่าง
ดีเจ คลื่นไหนวะ เปิดเพลง ช่างตรงเวลานัก !นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ ผมขาดคุณ
หันมองภาพเธอ…พลิกดูหลังภาพ เขียนไว้ว่า ” ผลิตภัณฑ์นี้รับประกันร้อยปี ”
ความรัก มีสิ่งใด รับประกัน
ใจ ที่มี ?เสียงเคาะประตูดัง ปลุก ให้หยุดเพ้อ..
“นี่ ค่าเช่าล่ะ … วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะ ป้าให้อยู่ฟรีมา 2 เดือนแล้ว
และนี่ยังเมาตลอดเวลา ขึ้นไปเต้นบ้าอะไร บน ดาดฟ้า ได้ทุกวัน นะเรา
พอๆ วันนี้ไม่มีจะเอาของออกมากองไว้ข้างนอกเลย คอยดู ! ”ทรัพย์สินออกไป ! ผมนึกในใจ ในวันที่ไม่เหลือมัน…วันนี้ ผมคิดถึง
สุดท้าย คือ นิพพาน คำ ธรรม ที่ย้ำเตือน ใจหันมองรูปเธอ
เพียงกรอบรูปที่ว่างเปล่าIs She Me ?
.. … .. .. .
5. ปริญญา ชีวินกุลปฐม (port)
ฉันคือใคร เสือร้องไห้ หรือนกเพลง
ร็อคแอนด์โรล เราเล่น เพราะเราชอบ
เรื่องธรรมดา let it go คือคำตอบ
แม้ระบอบ โทรธิปไตย จะครอบงำในอุทยาน ยังมีถ้วยกาแฟ ที่ถูกลืม
ในวันคืน ยังมีทฤษฎีฟรอยด์ ให้นั่งขำ
ในเมืองยู้ฮู ยังพอเหลือ คุณธรรม
ในความทรงจำ ยังคงย้ำ ทรัพย์สินออกไปอพาร์ตเมนต์คุณป้า ผลิตภัณฑ์นี้ รับประกันร้อยปี
แม้กำแพง ที่โลกมี ยังสูงใหญ่
ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ ไม่รู้จักใคร
แต่รู้ไว้ ผมขาดคุณ คงน่าดูis she me in bangkok love story?
what’s your name? ทักควรฟัง ถ้าทักอยู่
you could be my friend if you want to
อยากให้รู้ ว่าสุดท้ายก็ คือนิพพาน ……….
6. มานิดา จันทรกุล (tuck)
กาลครั้งหนึ่งนานเท่าไรไม่มีใครรู้ เด็กชาย ได้ได้ถือกำเนิดขึ้นจากวัตถุหรือสสารใดบนผืนแผ่นดินที่เขาไม่คุ้นตามาก่อน เขาออกเดินทางหาสิ่งแปลกตานั้นออกไปเรื่อยๆ ทุกสรรพสิ่งที่ผ่านดวงตา อันกลมใสบริสุทธิ์ ช่างว่างเปล่า ไร้ซึ่งความหมายใดๆทั้งสิ้น เวิ้งน้ำฟ้าครามอันกว้างใหญ่ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเขา เวลาที่รู้สึกว่ามีหยดน้ำใสๆผุดขึ้นในทุกอณูของความรู้สึก เขาจะแหงนหน้าขึ้นมองแสงสีเหลืองทองที่อยู่สูงเหนือกำแพงขึ้นไป ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้ของเหลวผุดขึ้นผ่านความรู้สึกของเขาออกมา ท่ามกลางความตะลึงพรึงเพลิด และความไม่คุ้นเคยได้มีความสับสนปนอยู่อย่างเข้มข้น เขาเริ่มรู้สึกถึงความหวาดกลัว อาดูร หว้าเหว่ อึดอัด ทุกสิ่งได้ถาโถมเมื่อเวลาได้พุ่งทะยานผ่านชีวิตเขาไป เปรียบดังเช่น ถ้วยกาแฟที่ถูกลืม
จวบจนวันหนึ่ง ขณะที่เด็กชายนั่งชมความอัศจรรย์ของดินแดนที่เขาเหยียบอยู่ ได้มีเสียงหนึ่ง ดังแทรกทะลุความว่างเปล่าในหัวใจของเขาขึ้นมา มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน
“สวัสดี เธอกำลังมองอะไรอยู่หรือ” เด็กชายหันมองตามที่มาของเสียง เขาได้พบสิ่งหนึ่งที่อัศจรรย์ไม่แพ้สิ่งแรกๆ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเขา มีทุกอย่างเหมือนตัวเขา ยกเว้น ผมที่ยาวกว่า และรอยยิ้มที่แสนจะสดใส ในใจของเขาพลันคิดขึ้นมาว่าแล้วฉันคือใครกันล่ะ
“เอ่อ……….” เด็กชายล่ะล่ำละลัก พร้อมด้วยน้ำลายที่ฟูมปาก
เด็กผู้หญิงทักขึ้นมาทันทีที่รู้สึกว่า สิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเริ่มฉงนในตัวเธอ
“ให้เรานั่งด้วยคนนะ”
“ได้สิ” เด็กชายพูดออกมาเบาๆ พร้อมกับเขยิบตัวให้มีที่ว่างพอสำหรับอีกคนหนึ่ง
“เธอมาจากไหนเหรอ” เขาชิงถามก่อน
“เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรามาจากไหน เราเดินมาเรื่อยๆ พร้อมกับกล่องใบนี้แหละ ….รู้มั้ยผลิตภัณฑ์นี้รับประกันร้อยปีเชียวนะ” เด็กหญิงพลางชูกล่องไม้ใบสี่เหลี่ยมขึ้นมาอย่างโอ้อวด พร้อมกับหัวเราะเบาๆ
“ทำไมเธอถึงมานั่งหน้าเศร้าอยู่แถวนี้ล่ะ” เธอถามพร้อมฉีกยิ้มกว้าง
“ไม่รู้สิ” เด็กชายพยายามกลั่นกรองทุกสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ออกมา
“เราไม่รู้ว่าเรามาจากไหน เราได้พบเห็นสิ่งแปลกตา บ้างใหญ่ บ้างเล็ก บ้างร้อน บ้างเย็น ทุกสิ่งทำให้เราแปลกใจ เฉกเช่น นกเพลง เสือร้องไห้ ซึ่งเราไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ข้างในตัวเรามันโหวงเหวงยังไงก็ไม่รู้ บางทีก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ข้างใน อยากจะเอามันออกมาเหลือเกิน เราเคยลองพูดใส่ต้นเขียวๆนั่นด้วยนะ”
เด็กหญิงมองตามนิ้วของเด็กชายที่ชี้ยื่นออกไป แล้วถามขึ้นว่า “แล้วเธอรู้สึกดีขึ้นไหม”
“ดีขึ้น…..แต่แป๊ปเดียวเอง แล้วเราก็กลับมารู้สึกเหมือนเดิมอีก”
“What’s your name?” เด็กหญิงถามขึ้น “ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ” เด็กชายพูดขึ้น
ความเงียบเข้าครอบงำสิ่งมีชีวิตทั้งสอง เสียงหวีดหวิวของลมพัดกระแทกเข้าหูของทั้งคู่
“พอเราได้เจอเธอ ไม่รู้ทำไมในตัวเรามันถึงถีบแรงราวกับจะออกมาให้ได้เลย แต่เราไม่เจ็บนะ กลับรู้สึกดีซะอีก” เด็กชายพูดพร้อมยกมือขึ้นจับบริเวณที่เกิดอาการถีบดัน
“เราก็รู้สึกเหมือนเธอนะ” เ ด็กหญิงพูดออกมาเบาๆ
“เราต้องไปแล้วนะ” เธอพูดพลางมองหน้าเด็กชาย
“ทำไมล่ะ เธอจะไปไหน” เด็กชายถามด้วยความตกใจ “You could be my friend” เด็กชายเอ่ยถาม
เด็กหญิงพลันยิ้มแล้วพูดว่า “เราต้องไปตามเส้นทางที่เราอยากจะพบอยากจะเจอ เธอก็มีเส้นทางของเธอ”
เด็กหญิงยื่นกล่องไม้ที่อยู่ในมือแก่เด็กชายแล้วพูดขึ้นว่า “วันใด เวลาใดที่เธอรู้สึก หวาดกลัว สับสน ไร้ซึ่งหนทาง จงหยิบกล่องไม้ที่เราให้ไว้นี้ เปิดมันออก เธอก็จะรู้สึกสบายใจขึ้น เหมือนเช่นเวลานี้”ป.ล. แล้วคำว่า “มิตรภาพ” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ดินแดนแห่งนี้
tauacaka
ถึงจะยาวไปนิดแต่ตั้งใจแต่งมากๆเลยนะค่ะ และอยากได้บัตรด้วยนะค่ะ ^^
7. Jira Sri (Jira)
มันเป็นเรื่องธรรมดาแบบดั้งเดิม ที่บางครั้งจะมีคนเข้ามาทักทายว่า คุณชื่ออะไร(what’s your name?)
และฉันมักจะตอบไม่ได้ว่า ฉันเป็นใคร
ในโลกใบหนึ่งที่มีหลากหลายชาติหลายเผ่าพันธุ์หลายความคิด แต่มันมักจะถูกกั้นจากกำแพงของทิฏฐิ
ทุกครั้งที่ฉันตอบไปว่าฉันไม่รู้ว่าฉันคือใคร? ผู้คนมักจะถอยหนีและมองฉันด้วยสายตาแห่งความประหลาด
ทุกคนก่อกำแพงไปรอบๆตัวฉัน
..
..
แม้ในบรรยากาศของเพลงในคลับที่เปิด Rock n Roll ในความคุกรุ่นของความเมา ฉันถลาบินไปดั่งนกเพลง
บินข้ามกำแพงเหล่านั้นและถลาลงสู่ดินอีกครั้งเมื่อเพลงจบลง
ฉันมีชีวิตอยู่ได้เพราะ Rock n Roll
ฉันก้าวข้ามกำแพงได้เพราะอิสระความเมา
ชั่ววูบ ขอมีความสุข ฉันยอมฉันไม่ยอมรับรู้ว่าตัวเองเป็นใคร เพราะมีใครบอกว่ามันเป็นอนัตตา
ฉันไม่รู้จักศาสนา ไม่รู้จักประชาธิปไตย เพราะฉัน่เชื่อว่ารัฐธรรมนูญนี้ไม่มีทางที่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ สามารถรับประกันได้ร้อยปี
แม้ทรัพย์สินจะออกไป โทรธิปไตยถูกปิดกั้น
ฉันก็ไม่รู้สึก และไม่แปลกใจเลย ที่ฉันไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ
เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาของถ้วยกาแฟที่ถูกลืมไว้ในซอกสุดท้ายของความทรงจำในยามมนุษย์ละเลยต่อกัน ฉันก็เป็นได้เพียงถ้วยกาแฟในกองขยะจริงๆ
8. KMZ SWEET (pumpkin)
แรกไม่รู้จักฉัน , ไม่รู้ จักเธอ
แอบย่องตามยามเผลอ , หมั่นม้าย
เธอหันแว่บกลับเหว๋อ , คือเอ่อ คือผม
อุกอั่กคิดคำคม , หลบหน้าเมินตาYou Could Be My Friend , คำเธอ กล่าวบอก
ตาที่ส่งสายจ้องหยอก , หวั่นไหว้
What’s Your Name ผมปลอก , ถามอย่าง นั่นไป
เงียบที่สุดเอ่ยได้ , แย่มแย้มหล่อนยิ้มหลายวันได้ผ่านพ้น , รู้จัก กันดี
สัมพันธ์จักไมตรี , ลึกซึ้ง
หล่อนอึกอักเขินจึง , บ่ายเบี่ยง หญิงสาว
ถามไถ่เธอบอกกล่าว , If u want toผมขาดคุณไม่ได้ , ยังไง ก็ตาม
สมสู่หลงใหลยาม , จุมพิต
หลายคืนผ่านพ้นกาม , ช่างรื่น เริงรมย์
สูงสู่ลงต่ำจิต , หื่นเปื้อนอารมณ์อพาร์ตเมนต์คุณป้า , ที่เดิม พบเจอ
ที่นี่ที่เราเพ้อ , หวั่นได้
กอดจูบคู่กับเธอ , ลืมแล้ว หรือไร
วันผ่านเธอเปลี่ยนไป , ไม่ย้อนหวนคืน
9. ปฏิญญา ศรีสำราญ (eniram)
เค้าโครงจากเรื่องจริง
เราทิ้งโชคชะตาไว้ที่ตะวันออกเฉียงเหนือ….เสียงเพลงเสือร้องไห้แว่วดังขึ้น
จากหลังบ้านของครอบครัวแถบชานเมืองยู้ฮู เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกวันในยุคโทรธิปไตย
และในเช้าวันหนึ่ง ครอบครัวฐานะปานกลาง ซึ่งผู้พ่อ เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย
และแม่ อดีต เจ้าของ ร้านเทป 2 แห่ง ที่ปิดตัวลงไปด้วยภัยจาก MP3 ได้ทักทาย หยอกล้อ
ตามประสาหนุ่มสาว ขณะที่ลูกสาว นั่งฟังธรรมทางวิทยุที่ซื้อมาเพราะ ผลิตภัณฑ์นี้รับประกันร้อยปี
และลูกชายที่กำลังอ่าน DDT” ไปดู อพาร์ตเมนต์คุณป้า กันนะแม่ ซื้อไว้ 2 ใบ” พ่อเริ่มเข้าประเด็น
” ไม่ไป วงอะไร ไม่รุจัก ฉันไม่รุจัก เธอไปกับลูกเหอะ” แม่ตอบ
………….เงียบ……..” ไปดูด้วยกันนะ ผมขาดคุณไม่ได้นะ ตั้งแต่สงกรานต์เรายังไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันเลย วงนี้ดีนะแม่
เล่นเพลงแนว Rock n roll ” พ่อ อ้อนเต็มที่
” ก็อยากไปนะ แต่ว่าลูกเราจะทิ้งไว้ ได้ไง จะซื้อ 4 ใบก็ไม่อยากให้ทรัพย์สินออกไปมากเกิน”ครับ อีก 2 ใบ ให้กับครอบครัวนี้ ครอบครัวพร้อมหน้า ลูกๆ ก็อยากดูมาก
พวกเค้าสัญญาจะเป็นเด็กดี ติดตามอพาร์ตเมนต์คุณป้าไปทุกชุด ทุกชาติไป จนสุดท้ายคือนิพพาน
พวกเค้ายอมโดนรั้วกำแพงสูงของมหาวิทยาลัยเพื่อจะมาดูเลยครับPS
A: You could be my friend?
B: Umm.
A: give me the ticket?
B: If you want to. OKตั้งใจมากๆ ครับ
10. Yan Koller (Yan)
เรื่องสั้นของผมในวันนี้อาจจะฟังดูบ้าบ้า
หรือว่าอาจทำให้คุณหัวเราะออกมา ฮ่าฮ่าฮ่า
สำนวนของผมในวันนี้อาจจะคมคายมากกว่าสุนทรภู่
หรือว่าอาจจะแปลกๆยิ่งกว่าคำพูดของสกูบปี้ดู
เรื่องสั้นของผมนั้นเขียนอยู่ที่เมืองบางกอก
แต่คนที่อ่านอาจจะอยู่ไกลถึงโตเกียว ถึงนิวยอร์ก
เรื่องสั้นของผมนั้นอาจจะไม่ใช่กลอน
แต่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งมหากาพย์ที่เจ๋งยิ่งกว่าละคร
เรื่องสั้นของผมอาจจะไม่ค่อยเจ๋งเท่าใคร
แต่ผมก็แต่งอย่างตั้งใจเพื่อบัตรอพาร์ตเมนต์ทั้ง 2 ใบเขาบอกกันว่า “อพาร์ตเมนต์คุณป้า ซ่ากันทุกตอน สีสันไฉไลเหมือนในหมานคร แต่ดูไงก้ไม่รู้เรื่อง เปลืองเวลา มันจะแนวไป ไหน นั่น นาย”
บ้างก็ว่ากันว่า “อพาร์ตเมนต์คุณป้า นั้นสุดแสนจะน่ารำคาญ พวกเค้าอยากให้อพาร์ตเมนต์ถูกผลาญ”
บ้างก็ว่ากันว่า “ถ้าไม่อยากให้มีกำแพงขวางกั้นคนดนตรี แล้วพวกคุณจะสร้างอพาร์ตเมนต์คุณป้าขึ้นมาหาแม่ยายคุณเหรอ
อพาร์ตเมนต์นี่มันหนากว่ากำแพงอีกนะ นาย กั้นไ่ด้มากว่าดนตรีอีก นาย”บ้างก็ว่ากันว่า “อพาร์ตเมนต์คุณป้า นั้นเค้าบ้าคุณทักสิน ทั้งๆที่คุณทักสินนั้นไม่เห็นน่าจดจำ และเอามายำ เป็นเพลง เหมือน พระเอกสุดหล่อ เอกพันกะ บิณ เลยให้ตายเถอะ ”
บ้างก็ว่ากันว่า “อพาร์ตเมนต์คุณป้านั้นสูง ยิ่งกว่าจะคว้าเงาตัวเอง อยู่ด้วยแล้ววังเวง ต้องคลายความเหงาด้วยการแหกปากร้อง
เพลง อย่างไม่เกรงใจใคร อะไร มัน เดียวดาย เหลือหลาย ขนาดนั้น”
บ้างก็ว่ากันอีกว่า “เฮ้ เฮ เย่ เย นี่ มัน ร็อคแอนโรล เหรอ ป๋า เฮ้ เฮ เย่ เย มันน่ารำคาญเหมือนกันนี่หว่า”
คำพูดเหล่านี้ เป็นสิ่งหนึ่ง ของกลุ่มคนที่ถูกนิยาม ว่าเป็น ปีศาจร้าย ที่คอยทำลายเรา ด้วยน้ำลาย
มันก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่ มี ทั้ง คน ดูถูก เหยียดหยาม ตามท้องที่สาธารณชน เพราะ คนเค้ายังไม่เข้าใจ ถึง สิ่งที่ถูกเรียกว่าอพาร์ตเมนต์คุณป้า เพราะ มันไม่ใช่อาหารจึงไม่มีอ.ย. ไม่มีรับรองมาตราฐานแบบ ม.อ.ก. ไม่ใช่อุตสาหกรรม
แบบISO แค่ดูตรารับรอง แล้วก็ จะ รู้ว่า มันคืออะไรอพาร์ตเมนต์คุณป้า นั้นคือศิลปะ ที่ ไม่ใช่ สินค้าที่เอามาขายแล้วคือขยะ
อพาร์ตเมนต์คุณป้า นั้น เป็นบทเพลง ที่ยิ่งกว่าบทเพลงเพราะมันแฝงไปด้วยปรัชญา ที่ถึงแม้ไม่ถุกประทับตรารับรอง ม.อ.ก., อ.ย.,ISO แต่ คุณค่าในตัวของเพลงก็ทำให้เรารู้ได้เอง ว่ า ผลิตภัณฑ์นี้รับประกันหนึ่งร้อยปี
อพาร์ตเมนต์คุณป้าเค้าไม่เหมือนใครวิธีเข้าหาคุณก็ต้องเปิดใจรับรู้ เรียนรู้ รับฟัง อย่างที่ พี่บอย บอกไว้ ว่า”อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ” แล้วคุณจะพบถึงศิลปะ ที่ถังขยะยังไม่กล้าให้อยู่ โอ๋ดูบาดูยังต้องศิโรราบ หมอลักยังต้องฟันธงว่าจ๊าบสุดยิด แสบสนิทยังไม่กล้าส่ายหน้า เพราะมันคืออพาร์ตเมนต์คุณป้า
เป็นไงครับ สุดยอดจริงๆ แต่ละคน… ยกนิ้วให้เลย
July 12th, 2007 at 7:22 pm
ดีใจด้วยจ้ากับคนที่ได้ เสียใจกับตัวเองเพราะไม่ได้ แต่เรื่องเค้าดีจิงๆอ่ะ
สุดยอด สุดยอด