ฅนดนตรีที่เมืองภูเก็ต
เมื่อปลายอาทิตย์ก่อน (26/10/2007) ผมมีโอกาสไปเก็บภาพงาน Tiger Translate with Duckunit ที่ภูเก็ตมาฝากเพื่อนๆ ความที่ผมต้องเดินทางด้วยรถทัวร์ ทำให้มีช่วงเวลาเหลือก่อนงานเริ่มหลายชั่วโมง (นอนไปในรถตลอดคืน ไปถึงแต่เช้าแต่งานเค้าเริ่มตอนเย็น -__-) และไม่รู้ว่าจะฆ่าเวลาด้วยวิธีไหนดี
พี่ทรงเกียรติ พี่ชายที่แสนดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา จึงแนะนำให้ผมไปรู้จักกับพี่ชายอีกคนนั้นคือพี่วิโรจน์จาก RadioPhuket.com

พี่วิโรจน์ออกมาต้อนรับเรา ท่ามกลางสายฝนเมืองภูเก็ตช่วงที่มรสุมเข้า ฝนที่นี่ตกแปลกๆ เดี๋ยวตกเดี๋ยวหยุด สลับฟ้าใส สลับมืดมัว จริงๆแล้ววันนี้ผมมีคิวจะต้องออกรายการวิทยุที่ RadioPhuket.com กับพี่เค้าด้วย
แต่โชคดีเป็นของผมจริงๆ ฮา เพราะเครื่องส่งดันเสียใช้การไม่ได้ ช่วงนี้จึงพักการออกอากาศจนกว่า เครื่องส่งจะซ่อมเสร็จนั้นแหล่ะ

พี่วิโรจน์เล่าเรื่องราวต่างๆของแวงวงดนตรีในเมืองภูเก็ตให้ฟังว่า ในเมืองภูเก็ตก็มีน้องๆ หลายๆวงทีร้องเพลงเป็นอาชีพตาม Pub ต่างๆ บางคนก็เรียนจบแล้ว บางคนก็ยังเรียนอยู่ โดยก็จะมีการประกวดแข่งขันกันอยู่เรื่อยๆ บางครั้งวงต่างๆก็ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจ จบการประกวดก็ปิดตัวไป
ในแวดวงคนในอาชีพเองจริงๆก็มีอยู่เยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีดนตรีในหัวใจ ใช้ประกอบอาชีพและมักจะอยู่เบื้องหลัง การจัดการประกวดต่างๆ คือช่วยๆกันผลักดันให้เด็กรุ่นใหม่ ได้มีเวทีประกวดแข่งขันกันในภูเก็ต บางคนช่วยเรื่องจัดหาสถานที่ได้ บางคนรู้จักคนเยอะก็ช่วยหา Sponsor มาลง บางคนช่วยเรื่องเครื่องดนตรี ก็ขนๆ แบ่งๆกันมาจัดงาน

พี่วิโรจน์ยังเล่าต่อว่า RadioPhuket.com ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นเวทีของนักร้อง คือแกจะเปิดโอกาสให้นักดนตรีทุกคน สามารถมาใช้สถานีแกในการกระจายเสียง เผยแพร่ผลงานของตัวเองได้
โดยแกมีกฏง่ายๆเพียงข้อเดีียวว่า
ต้องเป็นผลงานของตัวเองเท่านั้น ห้ามนำเพลงของคนอื่นมาร้องมาเล่น
_/\_ สุดยอดเลยครับพี่ กราบงามๆทีนึง

สิ่งที่แกได้จากทำ Radiophuket จริงๆลึกๆ ผมมองว่ามันเป็นความสุขของนักดนตรี มากกว่าการหารายได้จากการขายโฆษณา เหมือนสถานีวิทยุอื่นๆ

ตัวอย่างผลงานที่พี่วิโรจน์ ส่งไปฝากไว้ที่ youtube เป็น video ที่วงต่างๆได้มาเล่นที่สถานีของแก

ภายในห้องจัดรายการ ออกแนวรกๆ ^^ โดยในนี้ก็มีเครื่องดนตรีต่างๆรอไว้สามารถเปลี่ยนเป็นห้องซ้อมดนตรีได้ทันทีเหมือนกัน
แกยังเสนอมุมมองในเรื่องการละเมิดลิขสิทธ์ ไม่ว่าจะการ Copy หรือจะ MP3 ไว้อย่างน่าคิดว่า
ความจริงแล้วเทคโนโลยีมันก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการ Copy การใช้ MP3 แจกจ่ายเพลง ศิลปินส่วนใหญ่จะกลัวว่า โดน Copy แล้วสูญเสียรายได้ หมดกำลังใจ
แกกลับมองว่าแทนที่จะไปท้อแทนกับมัน น่าจะนำมาหาประโยชน์ให้กับตัวเอง โดยเฉพาะศิลปินหน้าใหม่ การที่เพลงของเราจะถูกเผยแพร่ไปหาผู้ฟังนั้นก็ยากอยู่แล้ว จริงๆน่าจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ประชาสัมพันธ์ไปในตัว
- น้องๆหลายๆคนที่แกรู้จักใช้ MySpace.com เผยแพร่บทเพลง
- เพลง Canon ที่คน post ใน youtube มีคนเข้าชมกว่า 30 ล้านครั้ง มีการแสดงความคิดเห็นกว่าแสนความคิดเห็น
- ศิลปินบางรายได้ออก CD อัลบั้มค่ายเล็กๆในภูเก็ตมักจะบอกกับแกว่าเพลงใน CD ของเค้าหาฟังหาซื้อยาก ถ้าเพื่อนๆอยากฟังให้แกช่วย Copy ให้เพื่อนๆด้วย เค้าแค่ต้องการให้มีคนฟังผลงานมากๆ ซึ่งถ้ามีคนชื่นชอบผลงานจริงๆ ย่อมนำมาสู่รายได้ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานไปร้อง หรือตามหา CD ของเค้าเอง
แกยังเล่าต่อว่าควรใช้เพลงในอัลบั้ม จาก CD หรือจาก Website ต่างๆ เป็นเครื่องมือปูทางให้คนรู้จัก และให้ศิลปินมองช่องทางการหารายได้จากการแสดงสด การเปิดคอนเสิร์ต เพราะด้วยวิธีนี้ยอมมีรายได้เข้า แน่นอนเพียงแต่ต้องยอมเหนื่อยในการออกคอนเสิร์ตหน่อย
มันคงไม่เหมือนอดีตอีกแล้วที่จะไปหวังรายได้จากยอดขายเทป CD เป็นล้าน Copy เหมือนแต่ก่อน

การพบกันกับพี่วิโรจน์ครั้งนี้ทำให้รู้สึกดีใจว่า เออวะยังมีคนพันธุ์เดียวกับ Songburi อยู่ในเมืองภูเก็ตแห่งนี้
ผมคงจะมีโอกาสกลับมาเยี่ยมพี่วิโรจน์อีกแน่ๆ เพราะ Project ในหัวแกเยอะ และน่าสนใจหลายๆตัวมากๆ
แล้วผมจะกลับมาอีกครับ ฅนดนตรีเมืองภูเก็ต
February 28th, 2008 at 9:42 pm
เสียงที่ส่งมาจาก คลื่นนี้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ตลอดที่เวลาอยู่ภูเก็ต ไม่ใช่แค่เพลงที่เราได้ฟังจาก 98 แต่มันคือจิต วิญญาณของชายคนหนึ่งที่ค่อยบอก เราให้ตื่นขึ้นมาเพื่อทำในสิ่งเราอยากทำ คิดในสิ่งที่เราอยากคิด สังคมนี้มันไม่ใช่มีแต่เรา อย่าคิดว่าเรารวยแล้วจึงจะช่วยคนอื่น จงช่วย ณ บัดนี้ เพราะคุณจะไม่มีโอกาสช่วยคนอื่นเลย ไม่ใช่คุณจะไม่รวยนะ แต่คุณจะไม่พอต่างหาก… ถึงตอนนี้ผมจะจากภูเก็ต มา แต่เมื่อมีโอกาสผมจะฟัง เสียงจากคลื่นนี้เป็นประจำ … หวังว่า คลื่นนี้จะอยู่กับเราตลอดไป และจะเป็นคลื่นของพวกเราตลอดไป