Songburi Broadcast

รายการทีวีที่สรุปข่าวแวววงเพลงอินดี้ในรอบอาทิตย์มาให้ได้รับชมกัน

Songburi Playground

รวบรวมของฟรี Wallpaper ศิลปินอินดี้ กิจกรรมเกมแจกตั๋ว คอนเสิร์ตอินดี้

Fat Fest 8 The Gameโต๋ (มั้ง?) GameRetrospect Rise Now! GameScrubb ชุดเล็ก Game

Songburi Partner

เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้

  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.sofacafe.net
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.warnermusic.co.th
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.beltsfree.com
  • คลิกเพื่อไปที่
  • คลิกเพื่อไปที่
เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้ของ Songburi

มีผู้ใช้ Online อยู่ 83 คน

ข่าวสารของวงการเพลงศิลปินอินดี้

อวสานเซลส์แมน

Nov
08

หลังจากถามไถ่อยู่เป็นเดือนๆ ถึงการขอนัดสัมภาษณ์ศิลปินกลุ่มนี้กับทางพี่รุ่งอยู่หลายหน จนในที่สุด ก็ถึงเวลาได้สัมภาษณ์พวกเขาเสียที เพราะกระชาย หนึ่งในสมาชิกกลับมาสู่ดินแดนสยามเรียบร้อย และเตรียมการสำหรับคอนเสิร์ตครั้งแรก ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในวันที่ 18 เม.ย.46

ผมเดินทางไปในช่วงที่พวกเขา "กระชาย-จตุรวิธ ฉัตตะละดา" และ "ปริน-ปริญญ์ อมรศุภศิริ" ซุ่มซ้อมกันอย่างหนัก บุก smallroom อีกครั้ง เพื่อพูดคุยกับพวกเขา ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมของ แฟทอะวอร์ด ครั้งที่ 1 ซึ่งมีเพลงขึ้นอันดับ 1 ในแฟทชาร์ท 4 สัปดาห์รวด

 

พูดถึงการมาเจอะเจอกันของทั้งสองคน

กระชาย : เป็นเพื่อนกันมาตอนอยู่มหาลัยปี 1 มารู้อีกทีว่าอยู่อนุบาลเดียวกัน จริงๆ ปรินเขาอยู่ธรรมศาสตร์ ผมอยู่ ABAC แล้วผมทำเพลงอยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่สมัยมัธยม แล้วก็มาเจอเพื่อนคนนึงที่เอแบค ซึ่งทีแรกก็จะทำวงกับเขาด้วยกัน แล้วเขาก็แนะนำผมกับปรินให้รู้จักกัน

จุดเริ่มของการร่วมกันทำงานเพลง

ปริน : กระชายเขาจะทำอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่ ม.4 ส่วนผมเนี่ย ตอนยังไม่ได้รู้จัก ก็ฟังเพลงมาก่อนเรื่อยๆ ทำเพลงของตัวเองเก็บไว้บ้าง แต่พอมารู้จักกันตอนปี 1 เนี่ย ผมก็เลยเริ่มจากไปบ้านเขา แล้วมีเพลงที่เขาทำอยู่แล้วมาก่อน ผมก็ไปเติมกีตาร์อะไรลงไป จนรู้สึกพอใจกันทั้งคู่ เขาก็พอใจผมช่วยเขาได้นะ ผมก็พอใจในเพลงเขาด้วยว่า เออ เพลงนายก็ดี เขาก็เริ่มแต่งเพลงต่อไปเรื่อยๆ ผมก็บ้านอยู่ใกล้ๆ กัน ไปมาหาสู่กันเรื่อยๆ

กระชาย : คือปกติแล้ว ผมจะเป็นคนชอบฟังเพลงตั้งแต่เด็กเลย แบบว่าบ้าฟังเพลงมาตลอด เวลาเริ่มทำเพลงแล้วเนี่ย มันเหมือนกันว่า อยากฟังเพลง ชอบฟังเพลงมากกว่า เริ่มเรียนรุ้กีตาร์ก็เริ่มจากการแต่งเพลงเลย ไม่มีการเล่นแบบนักดนตรีหรือจับคอร์ดเพลงของใครมาก่อนเลย ก็จะเป็นในแง่เหมือนกับว่า ฝันอยากจะทำเพลงไปมากกว่า แต่ของปรินเนี่ย เขาจะเล่นเป็นนักดนตรี แบบเล่นวงดนตรี เคยคัฟเวอร์เพลง เคยประกวดมา อะไรแบบเนี้ย แล้วพอมาวันนึง มันเหมือนกับว่ามาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป เพราะเขามี skill ฟังที่ผมไม่สามารถขยายไปด้านนั้นได้

ข้อมูลที่ว่า ทั้งสองชอบเพลงที่มีโครงสร้างของดนตรีที่ซับซ้อน

ปริน : มันก็ไม่จริงเสมอไป คือหนึ่ง เราเป็นคนคิดมากอยู่แล้ว หรือเวลาทำเพลง ก็จะคิดแล้วคิดอีก มันก็เลยดูเหมือนจะซับซ้อน เวลาฟังเพลง เราก็จะสังเกตเสียงไปเรื่อยๆ เลยดูเหมือนกับชอบเพลงที่ฟังแล้วเจออะไรไปเรื่อยๆ
กระชาย : แต่ก็ไม่ได้หมายความจะจำกัดอยู่กับเพลงที่ซับซ้อนเท่านั้น
ปริน : ใช่ บางทีเพลง clear clear พ็อพเพราะๆ อะไรนี่ก็มี

ความชื่นชอบในแนวเพลงของทั้งสองคน

ปริน : มันจะมีส่วนที่ไขว้กันอยู่ แต่ว่ามันก็มีส่วนชอบเหมือนกันด้วย แต่ไปเรื่อยๆ ก็เริ่มแชร์กัน พอผมมารู้จักเขา ผมก็ เออ มันมีอย่างนี้ด้วยนะ ก็ชอบเหมือนกัน ก็คือยังคุยกันได้อยู่

มูลเหตุที่มาของชื่อ "อวสานเซลส์แมน"

ปริน: ตอนแรกที่เรารู้จักกันตอนปี 1 เนี่ย กระชายกับผมไปเล่นดนตรีกันที่ธรรมศาสตร์รังสิต ผมมีวงกับเพื่อนๆ ในคณะ พอเวลาขึ้นเล่นเนี่ย เขาต้องถามชื่อวงซึ่งเรายังไม่มี มือเบส ณ ตอนนั้น เขาก็พูดขึ้นมาว่า "อวสานเซลส์แมน" เราก็เลยใช้ไปก่อน
กระชาย: ในขณะเดียวกัน เราไม่อยากได้ชื่ออะไรที่ฝรั่งๆ แต่เราอยากคงความเป็นตัวเราอยู่ด้วย เพราะว่าการทำดนตรีคือการสื่อสาร คือการขายให้คนมาดูงาน เราเป็นคนที่มองเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องตลกไปหมด แต่จริงๆ เราคิดมาก เราไม่ใช่เป็นงานไม่ขายหรืออาร์ตจ๋า เรามองตัวเองเป็นเซลส์แมน แต่ติดตลกว่าคงขายไม่ได้หรอก ก็คงอวสานเซลส์แมนมั้ง อะไรอย่างเนี่ย

การเข้ามาใน smallroom

กระชาย : ก่อนที่จะเข้ามา smallroom นี่ ทำเพลงหมดแล้วเรียบร้อย
ปริน : จริงๆ ตอนทำเพลง เราไม่ได้คิดจะขาย แต่ว่ามันเริ่มมาจาก smallroom001 ก่อนที่ออกมา เรารู้สึกว่า มีช่องทางใหม่ขึ้นมาแล้ว แล้วมันจะเป็นช่องทางที่ทำให้เราได้แสดงผลงาน
กระชาย : เพราะเรารู้สึกเหมือนกับดนตรีเป็นสื่อสาร การขายได้ก็หมายถึงการสื่อสารที่ประสบความสำเร็จ เราเห็นว่าช่องทางนี้ ทำให้เราสื่อสารกับคนในวงกว้างได้ เลยเอาเพลง "เรือชูชีพ" มาให้พี่รุ่งฟัง

ความรู้สึกของโปรดิวเซอร์แห่ง smallroom

พี่รุ่ง : เขามาแล้วไม่เจอผม ก็โอเค ไม่ได้กรี๊ดกร๊าดอะไร เพราะตอนนั้นเราก็เพิ่งเริ่ม ไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรขนาดไหน ก็เป็นวงแรกๆ ที่มาเสนอ ก็เลยเลยไม่ได้คิดอะไร ด้วยความที่ไม่คิดอะไร ก็เลยทั้งไว้ประมาณ... 2 ปี (หัวเราะ)

เกี่ยวกับเพลง "สปิน"

กระชาย : ที่เอา "สปิน" เข้ามาใน 002 เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่น่าจะ develop ไปในทางเพลงพ็อพได้ง่ายกว่า จริงๆ เราไม่ได้จงใจจะอยู่ใน 002 เราคิดว่า เราจะเป็นวงที่จะออกอัลบั้มเต็ม แต่พี่รุ่งมาบอกว่า เอาเพลงมาลงร่วมใน 002 ไหม? ก็รีบไปทำมา คือเพลงมีอยู่แล้ว มันไม่มีชื่อ ไม่มีทำนอง ไม่มีร้อง มันมีแต่ดนตรี

9 เพลงในอัลบั้มเต็ม

ปริน : ที่เราเลือก 9 เพลงนี้มา เพราะเราคิดว่า 9 เพลงนี้ เราสามารถเอามาทำในรูปแบบของแบนด์ได้ สำหรับแบนด์ชื่ออวสานเซลส์แมน 9 เพลงนี้คือเพลงที่เหมาะแล้ว ซึ่งตอนแรกมันมี 10 ถึง 11 แต่เราตัดบางเพลงที่ไม่เข้ากลุ่มออก ถึงแม้มันจะมีแค่ 9 เพลง แต่ละเพลงจะสามารถไปในแต่ละ direction ที่กว้างที่เราวางไว้ได้ ให้มันเป็นอัลบั้มที่ดีในความรู้สึกของเรา

ความคิดเกี่ยวกับการออกอัลบั้ม

กระชาย : เราอยากจะมีโอกาสในไปเล่นโชว์เหมือนกันครับ
ปริน: เราคิดอยากให้เป็นอย่างนั้น เมื่ออัลบั้มออกมาแล้วเนี่ย ตัวศิลปินก็ควรจะอยู่ มันเป็นสถานการณ์ที่เลือกไม่ได้ เพราะทางบ้านเขาก็ต้องการให้เรียน ทีแรกเขายังสับสนว่า จะทำหรือไม่ทำดี ก็มาคิดว่าของที่เรามีอยู่ก็คงจะเก่าเกินกว่าจะไปขาย และความรู้สึกของคนทำเอง เมื่อผ่านไป 1 ปี 2 ปี ก็คงไม่รู้สึก in กับเพลงเหล่านั้นอีกต่อไป

การวางคอนเซ็ปต์ของอัลบั้ม

กระชาย : ที่คิดไว้คือ เราคิดว่าเพลงของเรา มีความเป็นโฟล์คกับบลูส์อยู่ด้วย คือ เรานึกว่ามีอยู่ เราคิดไว้ว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่การทดลองจะทำให้แต่ละอันเนี่ยแตกกันออกไป ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องวิจารณญานของเราดึงให้มันสื่อสารกับคนดูได้ ก็คือ พ็อพ ด้วย
ปริน : ถ้าพูดถึงตัวอัลบั้มเลย ก็พอใจประมาณ 80% แล้วกัน ด้วยเวลามันกระชั้นชิดทำให้บางอย่างมันเก็บไม่หมด

การทำงานในอัลบั้มนี้

กระชาย : เพลงมันมีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันยังไม่จบเสียทีเดียว มาจบที่ smallroom โดยการใช้คอมพิวเตอร์ ปกติเวลาเราทำเพลงเราไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์เลย ผมจะใช้เครื่องอัดแบบ 8 track มาก่อน เวลาในการทำอัลบั้มทั้งหมด รวมๆ แล้วก็น่าจะถึง 2 เดือน ถ้านับจากตอนที่เริ่มคุยกัน เอาเข้าจริงๆ ประมาณ 1 เดือน เพราะผมต้องรีบเดินทางไปที่ต่างประเทศ ทำเสร็จปุ๊บ วันรุ่งขึ้นไปเลย
ปริน : การแต่งเพลงของวงเรา ส่วนใหญ่จะทำดนตรีก่อนให้เสร็จ ส่วนเนื้อร้องกับทำนองเนี่ย อาจจะมาทีหลังด้วยซ้ำไป เพราะตอนทำ มีอารมณ์ความรู้สึกแบบไหน-เห็นภาพอะไรก็สร้างเสียงแบบนั้นออกมาก่อน แล้วค่อยมาประกอบเป็นเพลงทีหลัง
พี่รุ่ง : เขาทำมาโดยไม่ใช่คอมฯ ตอนฟังก็โอเคเลย แต่พอเอามาคลี่ดูเนี่ย มันหมกเม็ดอยู่เยอะเหมือนกัน ด้วยความที่เขา pure บางอย่างไม่มีจังหวะที่ถูกต้อง แต่เป็นอารมณ์ล้วนๆ เพราะวิธีทำงานด้วยแหละ สิ่งที่เขาเอามาให้ smallroom ฟังตอนแรก มันไม่ได้ถูกต้องเป๊ะหมดหรอก แต่เป็นภาพรวมที่สุดแล้ว

เพลงที่ชอบที่สุด

กระชาย : ตัวเริ่มต้นของ theme อันเนี้ย คือ "เรือชูชีพ" เป็นการผสมผสานระหว่างโฟล์คกับการทดลอง ก็รู้สึกว่า "เรือชูชีพ" เป็นตัวดึงให้ผมจับคอนเซ็ปต์นี้มาเป็นอัลบั้มนี้
ปริน : ผมจะชอบ "วันใหม่" กับ "เพียงแค่หนึ่งวัน" และ "ไปในดาว" ครับ ถ้าเป็นมือกีตาร์ก็คงชอบ "วันใหม่" หรือ "มีฉันมีเธอ"
กระชาย: เพราะว่า "วันใหม่" มันเกิดจากการทดลองที่แท้จริงระหว่างผมกับปริน

เม้าท์เรื่อง "วันใหม่" กันหน่อย

ปริน : ช่วง intro มันมาในคืนที่กำลังมึนเมาอยู่ คือผมอยากจะนอน เขาพยายามมาเคาะ บอกว่า เฮ้ย ขอห้องใต้ดินบ้านมึงหน่อย มีอารมณ์ทำกับห้องมึงว่ะ ผมกำลังจะสอบครับ กระชายก็มาตีกีตาร์ ผมก็ลงไป ดูว่ามันกลับหรือยังวะ ปรากฏว่ามันก็ยังไม่กลับ ผมก็เลยไปดีดท่อน intro พวกกีตาร์คันโยกอะไรทั้งหลายแหล่ พวก ground line ลอยๆ เสร็จปั๊บ ผมก็ไล่มันกลับไป ถัดมา 2 วัน มันก็มีต่อจากท่อน intro อีกนิดนึง ไปถึงท่อน hook แล้ว เราก็ชอบฟังก็ฟังวนๆ อยู่แค่นี้ เราก็จำไว้ว่า ถ้าจะทำอัลบั้ม เพลงนี้ต้องถูกขุดออกมาทำนะ

คำถามเด่น : เพลงทุกเพลงนี่ ใครร้อง

กระชาย : ผมครับ

เกี่ยวกับ "รักในสิ่ง"

กระชาย : เป็นเพลงที่ทำก่อนที่ผมจะไปไม่กี่วัน
ปริน : มันจะสะท้อนสภาพชีวิตตอนนั้นจริงๆ ถึงความสับสนที่แบบว่า ใจอยากทำอัลบั้มให้เสร็จ แต่ถูกบีบให้ต้องรีบไปต่างประเทศ ถ้าเกิดฟังเนื้อเพลงในเพลงนี้ จะบอกถึงคนที่ไม่รู้จะเจออะไรในวันข้างหน้าด้วยแล้วก็มั่นใจที่จะออกไปเจอด้วยเช่นกัน
กระชาย : เสียงฝนก็เป็นฝนที่มันตกตอนนั้นจริงๆ

ที่มาของหลายๆ เนื้อเพลงในอัลบั้ม

กระชาย : ผมทึ่งมากเลยเกี่ยวกับเนื้อ "มอเตอร์ไซค์" ที่พี่รุ่งแต่งเนี่ย มันเป็นการจับอารมณ์ของตัวผมที่แท้จริง อ่านดูแล้วมันสอดคล้องมาก แล้วก็จุดสำคัญที่จะเติมเต็มคอนเซ็ปต์อัลบั้มนี้
ปริน : อีกตัวอย่างที่ดี คือ "ไปในดาว" เพลงนี้ กระชายเนี่ย เวลาแต่งเพลงเขาจะไม่เขียนคำร้องไว้ก่อน ตอนที่แต่ง เขาจะมีคำ 3 คำเนี้ย เหมือนคำตายในภาษาไทย ที่จะไม่มีเสียงวรรณยุกต์เลย เนื้อเพลงส่วนใหญ่ก็จะมีแต่คำว่า "ไปในดาว" "ฉันจะไป" "ดาวที่มี ที่มีในวัน" อะไรอย่างเนี้ย เป็นเครื่องยืนยันถึงความ pure ที่เราไม่ได้คิดคำร้องก่อน

เรื่องน่าทึ่ง...

ปริน : คำว่า "ฉัน" และ "เธอ" ในอัลบั้มเนี้ย จริงๆ มันก็คือคนๆ เดียวกัน "ฉัน" มันคือตัวตนข้างใน ที่รู้ว่าจริงๆ แล้วว่าตัวเองจะต้องทำอะไร-ไปไหนต่อ แต่ "เธอ" คือตัวเองในระดับที่ห่างออกมา ที่ยังกลัว ยังสับสนอยู่ แต่ "ฉัน" จะคอยเตือน "เธอ" ว่าจะต้องทำอะไร "ฉัน" ที่คอยให้ความหนักแน่นแก่ "เธอ" ว่าจะต้องทำอะไร-เชื่ออะไร
กระชาย : มันเหมือนกับเป็นการพูดกับตัวเอง

การที่ "เหม่อ" ขึ้นมาสูงสุดขนาดนิ่งอยู่ที่อันดับ 1 ถึง 4 สัปดาห์ในแฟทชาร์ท

กระชาย : ก็รู้สึกว่าก็ดี ว่าเราก็ทำเพลงอย่างที่เราชอบมา แต่เพลงไหนที่มัน connect กับคนฟังได้มากที่สุด ก็คงต้องถือว่าเป็นเพลงนั้น

เกี่ยวกับ MV ของ "เรือชูชีพ"

พี่รุ่ง: คอนเซ็ปต์เป็นงี้ คือ เราจับตัวเพลงของเขาซึ่งคืออะนาล็อก น่ะแหละ มันก็คืออัดมาแล้วก็มาจบที่คอมฯ มันเป็นแบบเจอกันระหว่างธรรมชาติกับเทคโนโลยี มิวสิคเราก็ตีความอย่างนั้น เราตีความว่า ปัจจุบันใน MV ของคนไทยก็หนักไปทางกราฟิกไปเลย ไม่งั้นก็เป็นเรื่องราวที่เป็นภาพ แต่อันนี้ เป็นการผสมระหว่างภาพและกราฟิก โดยให้ศิลปินที่คนร้องมาเป็นจิตรกรในการวาด โดยเอาเทคโนโลยีที่เป็นกราฟิกมาใช้ โดยใช้ชีวิตจริง ก็คือคน มาวาดกราฟิก
กระชาย : MV เกิดจากพี่มนต์ชนกกับพี่รุ่งโรจน์ แล้วก็ผมก็คุยด้วย การถ่ายทำยากมาก เราต้องมานั่งทำตัวเราเป็น stop motion ทั้งวัน ถ้ามันผิดนิดนึงก็ต้องมานั่งเริ่มกันใหม่ แล้ว sequence ระหว่างผมกับปรินก็ต้องไปด้วยกัน ถ่ายเกือบทั้งวัน แล้วแดดก็เปรี้ยงมาก
ปริน: ที่สำคัญคือหลังไหม้ - ตัวลอกเลย

พูดถึง FaT Awards กับ 1 รางวัล New Artist of the Year

กระชาย : กระชาย ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่เสียดายที่ตอนนั้น ผมไม่ได้อยู่
ปริน : อัลบั้มแรกก็ได้ขนาดนี้ ได้ไปเล่นที่ [V] กลายเป็น bird-eye view เลย เรารู้สึกว่า ช่วงนี้ดีจังเลย

แล้วยอดขายละ

พี่รุ่ง : จริงๆ แล้ว มันขายคงที่ อาจจะเป็นด้วย timing หรือทุกๆ อย่าง เพราะจริงๆ มันยากมากถ้าหากว่ากระชาย นักร้องนำไม่อยู่ ซึ่งเราต้องขอขอบคุณสื่อทุกสื่อ ทำให้ยอดขายช่วยได้ระดับหนึ่ง ด้วยความที่เรายังเป็นกลุ่ม niche market แค่นี้เราพอใจแล้ว ซึ่งเหมือนงานของ smallroom ทุกตัว ซึ่งถ้าเราจะวางรากฐานที่ดี มันควรจะแบบนี้แหละ

ความคาดหวังของพวกเขา

กระชาย : เราคาดหวังสูงกว่านี้ เราคาดหวังว่าถ้าเรามีเวลามากกว่านี้ ไม่ต้องรีบเร่งมากกว่านี้ ....
ปริน : ที่เราคาดหวังมากกว่านี้ คือ ส่วนหนึ่งที่เราไปถึงตรงนั้นได้ คือการเล่นสด เพราะที่ผ่านมา เราไม่เคยเล่นสดเลย ให้คนได้สัมผัสกับตัวศิลปินบ้าง ได้เห็นว่า เพลงในอัลบั้ม เมื่อถูกเล่นสดออกมาแล้ว อารมณ์อะไรกันแน่ ที่คนทำต้องการให้อัลบั้มนั้นเป็น เล่นสดมันมีการสื่อสารที่ตรง
กระชาย : ซึ่งการเล่นสดที่กำลังจะถึงเนี่ย เป็นการดึงเอาอารมณ์จากเพลงสื่อสารกันตรงไปตรงมา
ปริน : ซึ่งมันจะคนละรูปแบบ มันจะแรงกว่าในอัลบั้ม ซึ่งพวกเรามีความสุขมากในการเล่นสดครั้งนี้ กระชาย เราได้ทีมที่ดีมาก และเราก็ภูมิใจกับทีมนี้มากด้วย เราไม่ถือว่าเป็นเราสองคน ทุกคนคือ Death of a Salesman

เพลงที่จะเล่นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ (เล็ก ชิ้น สด 18 เม.ย.)

กระชาย : เล่นครบ 9 เพลง แล้วมีเพลงคัฟเวอร์ 3 เพลงจากวงที่เราชื่นชอบและเป็นแรงบันดาลใจ

มาถึงปกบ้าง

ปริน : ปกเนี่ย เราอยากให้มันพ็อพ เราก็คิดว่า คงไม่มีอะไรพ็อพไปกว่า detail ของความเป็นหน้าคน แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ มันยากกว่าที่คิด
พี่รุ่ง : จาก brief ของวง ลักษณะของหน้าคน มันจะมีปัญหา เดี๋ยวมันจะไปเหมือนวงนู้นวงนี้ ท้ายที่สุด เราจะเอาหน้ามาใช้กับกราฟิก ซึ่งยังไม่วาย จะส่งโรงพิมพ์ ก็ดันไปเหมือนต่างชาติ (คือ Beck) เราก็พยายามแล้วละที่จะไม่เหมือนใคร แต่มันก็ยังมาเหมือนอยู่ดี แต่มันก็ไม่ทันแล้ว ถ้าเรามีเวลามากกว่านี้ ก็คงเป็นอีกเรื่องที่เราอยากเปลี่ยน
กระชาย : พี่รุ่งเขาจะสั่งให้โรงพิมพ์ พิมพ์สีเพี้ยนไปเรื่อยๆ
พี่รุ่ง : ปกติ โรงพิมพ์พิมพ์เนี่ย จะมีงานเสีย เราก็สั่งให้ทำงานเสียให้หมด ในความรู้สึก เราอยากให้มันเป็น manual อย่างน้อย เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ปกเนี้ย เราก็ยังขอเล่น gimmick กับมันว่า วงนี้เป็นวงที่ manual จริงๆ
กระชาย : ซึ่งเป็นการเล่นที่ไม่เสียเงินด้วย

คำถามทิ้งท้าย : อยากบอกอะไรกับแฟนเพลง

กระชาย : เราก็จะทำงานเพลงต่อไป ตามประสบการณ์ที่ผ่านไป ณ จุดนั้น ก็ขอให้ติดตามชมต่อไปแล้วกัน
ปริน : ช่วยซื้อไปฟังกันเยอะๆ นะครับ
พี่รุ่ง : สำหรับคนที่ไม่ได้ดู เราจะมีการบันทึก เป็นสื่อประเภทหนึ่ง สำหรับงานนี้ เป็นงานที่ทางบริษัทและวงเต็มที่ ครั้งหนึ่งในชีวิต ดังนั้น จะมีการเก็บสื่อเคลื่อนไหวให้ได้สัมผัสกัน สุดท้าย ฝากขอบคุณ FaT Radio, Channel [V], MTV และสื่อสิ่งพิมพ์ทุกฉบับครับ

การสนทนาเสร็จสิ้นลง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามทาง สองสมาชิกเดินทางไปซ้อมกันต่อ พี่รุ่งก็ไปทำงานต่อ ...
ส่วนผมก็เดินทางกลับบ้านสิครับ

 thx : death of a salesman / p'rung / smallroom crew

วันที่ : 2006-11-08
อ่านแล้ว : 922 ครั้ง

 

 

  1. หน้า 1


deel
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 1

อยากซื้อ cd แต่ไม่มีขาย T^T


เพลงพวกพี่นี่สุดยอดจิงๆ ผมชอบมาก !!!

วงการเพลงบ้านเรามีแต่เพลง ทำนองเดิมๆ น่าเบื่อ ซ้ำซาก จำเจ - -

ขอให้สร้างผลงานออกมาเยอะๆๆน่ะงับ

เมื่อ 2007-05-23 12:30:01

  1. หน้า 1
แสดงความคิดเห็น

ชื่อ
*

อีเมล์
*

ความคิดเห็น
*



 

Songburi Scoop เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับเพลงอินดี้

Scoop

 
Tattoo Colour

Artist On Frame

Tattoo Colour

Tattoo Colour ประกอบด้วย- ดิม หรินทร์ สุธรรมจรัส (Vocal)อายุ 23 ปี น้ำหนัก 63 กก. ส่วนสูง 173 ซม. การศึกษา ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น- รัฐ รัฐ พิฆาต ...
 
ยังไม่จบอ่านต่อ ...
 

Songburi Chart อันดับเพลงอินดี้

Tuning Chart

1 อกหัก
sweet นุช
2 ใจเหลือเหลือ
DR.FUU
3 ถ้ายังรัก
CRESCENDO
4 แค่เธอสงสัย
K-OTIC
5 การกลับมา
Hobbit