Tk Park Scrubb แฟต เฟสติวัล Spicydisc Friday Songburi Good September Lula อะคูสติก อพาร์ตเมนต์คุณป้า Fat Festival 8 Nuvo Activity Mola Mola Sunshine Knock The Knock จุ๋ย จุ๋ยส์ Mv สนามหลวง Tiger Translate Circle 22 ฟิล์ม รัฐภูมิ คาราบาว ต้า สมิทธ์ Mild อัลบั้มใหม่ ภาพยนตร์ Groove Riders Crescendo เสนาหอย Concert Fat Festival Party Flure Sony Bmg คอนเสิร์ต
อวสานเซลส์แมน![]()
หลังจากถามไถ่อยู่เป็นเดือนๆ ถึงการขอนัดสัมภาษณ์ศิลปินกลุ่มนี้กับทางพี่รุ่งอยู่หลายหน จนในที่สุด ก็ถึงเวลาได้สัมภาษณ์พวกเขาเสียที เพราะกระชาย หนึ่งในสมาชิกกลับมาสู่ดินแดนสยามเรียบร้อย และเตรียมการสำหรับคอนเสิร์ตครั้งแรก ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในวันที่ 18 เม.ย.46
ผมเดินทางไปในช่วงที่พวกเขา "กระชาย-จตุรวิธ ฉัตตะละดา" และ "ปริน-ปริญญ์ อมรศุภศิริ" ซุ่มซ้อมกันอย่างหนัก บุก smallroom อีกครั้ง เพื่อพูดคุยกับพวกเขา ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมของ แฟทอะวอร์ด ครั้งที่ 1 ซึ่งมีเพลงขึ้นอันดับ 1 ในแฟทชาร์ท 4 สัปดาห์รวด
พูดถึงการมาเจอะเจอกันของทั้งสองคน
กระชาย : เป็นเพื่อนกันมาตอนอยู่มหาลัยปี 1 มารู้อีกทีว่าอยู่อนุบาลเดียวกัน จริงๆ ปรินเขาอยู่ธรรมศาสตร์ ผมอยู่ ABAC แล้วผมทำเพลงอยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่สมัยมัธยม แล้วก็มาเจอเพื่อนคนนึงที่เอแบค ซึ่งทีแรกก็จะทำวงกับเขาด้วยกัน แล้วเขาก็แนะนำผมกับปรินให้รู้จักกัน
![]() |
จุดเริ่มของการร่วมกันทำงานเพลง |
ข้อมูลที่ว่า ทั้งสองชอบเพลงที่มีโครงสร้างของดนตรีที่ซับซ้อน
ปริน : มันก็ไม่จริงเสมอไป คือหนึ่ง เราเป็นคนคิดมากอยู่แล้ว หรือเวลาทำเพลง ก็จะคิดแล้วคิดอีก มันก็เลยดูเหมือนจะซับซ้อน เวลาฟังเพลง เราก็จะสังเกตเสียงไปเรื่อยๆ เลยดูเหมือนกับชอบเพลงที่ฟังแล้วเจออะไรไปเรื่อยๆ
กระชาย : แต่ก็ไม่ได้หมายความจะจำกัดอยู่กับเพลงที่ซับซ้อนเท่านั้น
ปริน : ใช่ บางทีเพลง clear clear พ็อพเพราะๆ อะไรนี่ก็มี
ความชื่นชอบในแนวเพลงของทั้งสองคน
ปริน : มันจะมีส่วนที่ไขว้กันอยู่ แต่ว่ามันก็มีส่วนชอบเหมือนกันด้วย แต่ไปเรื่อยๆ ก็เริ่มแชร์กัน พอผมมารู้จักเขา ผมก็ เออ มันมีอย่างนี้ด้วยนะ ก็ชอบเหมือนกัน ก็คือยังคุยกันได้อยู่
มูลเหตุที่มาของชื่อ "อวสานเซลส์แมน"
ปริน: ตอนแรกที่เรารู้จักกันตอนปี 1 เนี่ย กระชายกับผมไปเล่นดนตรีกันที่ธรรมศาสตร์รังสิต ผมมีวงกับเพื่อนๆ ในคณะ พอเวลาขึ้นเล่นเนี่ย เขาต้องถามชื่อวงซึ่งเรายังไม่มี มือเบส ณ ตอนนั้น เขาก็พูดขึ้นมาว่า "อวสานเซลส์แมน" เราก็เลยใช้ไปก่อน
กระชาย: ในขณะเดียวกัน เราไม่อยากได้ชื่ออะไรที่ฝรั่งๆ แต่เราอยากคงความเป็นตัวเราอยู่ด้วย เพราะว่าการทำดนตรีคือการสื่อสาร คือการขายให้คนมาดูงาน เราเป็นคนที่มองเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องตลกไปหมด แต่จริงๆ เราคิดมาก เราไม่ใช่เป็นงานไม่ขายหรืออาร์ตจ๋า เรามองตัวเองเป็นเซลส์แมน แต่ติดตลกว่าคงขายไม่ได้หรอก ก็คงอวสานเซลส์แมนมั้ง อะไรอย่างเนี่ย
การเข้ามาใน smallroom
กระชาย : ก่อนที่จะเข้ามา smallroom นี่ ทำเพลงหมดแล้วเรียบร้อย
ปริน : จริงๆ ตอนทำเพลง เราไม่ได้คิดจะขาย แต่ว่ามันเริ่มมาจาก smallroom001 ก่อนที่ออกมา เรารู้สึกว่า มีช่องทางใหม่ขึ้นมาแล้ว แล้วมันจะเป็นช่องทางที่ทำให้เราได้แสดงผลงาน
กระชาย : เพราะเรารู้สึกเหมือนกับดนตรีเป็นสื่อสาร การขายได้ก็หมายถึงการสื่อสารที่ประสบความสำเร็จ เราเห็นว่าช่องทางนี้ ทำให้เราสื่อสารกับคนในวงกว้างได้ เลยเอาเพลง "เรือชูชีพ" มาให้พี่รุ่งฟัง
![]() |
ความรู้สึกของโปรดิวเซอร์แห่ง smallroom เกี่ยวกับเพลง "สปิน" |
9 เพลงในอัลบั้มเต็ม
ปริน : ที่เราเลือก 9 เพลงนี้มา เพราะเราคิดว่า 9 เพลงนี้ เราสามารถเอามาทำในรูปแบบของแบนด์ได้ สำหรับแบนด์ชื่ออวสานเซลส์แมน 9 เพลงนี้คือเพลงที่เหมาะแล้ว ซึ่งตอนแรกมันมี 10 ถึง 11 แต่เราตัดบางเพลงที่ไม่เข้ากลุ่มออก ถึงแม้มันจะมีแค่ 9 เพลง แต่ละเพลงจะสามารถไปในแต่ละ direction ที่กว้างที่เราวางไว้ได้ ให้มันเป็นอัลบั้มที่ดีในความรู้สึกของเรา
![]() |
ความคิดเกี่ยวกับการออกอัลบั้ม การวางคอนเซ็ปต์ของอัลบั้ม |
การทำงานในอัลบั้มนี้
กระชาย : เพลงมันมีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันยังไม่จบเสียทีเดียว มาจบที่ smallroom โดยการใช้คอมพิวเตอร์ ปกติเวลาเราทำเพลงเราไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์เลย ผมจะใช้เครื่องอัดแบบ 8 track มาก่อน เวลาในการทำอัลบั้มทั้งหมด รวมๆ แล้วก็น่าจะถึง 2 เดือน ถ้านับจากตอนที่เริ่มคุยกัน เอาเข้าจริงๆ ประมาณ 1 เดือน เพราะผมต้องรีบเดินทางไปที่ต่างประเทศ ทำเสร็จปุ๊บ วันรุ่งขึ้นไปเลย
ปริน : การแต่งเพลงของวงเรา ส่วนใหญ่จะทำดนตรีก่อนให้เสร็จ ส่วนเนื้อร้องกับทำนองเนี่ย อาจจะมาทีหลังด้วยซ้ำไป เพราะตอนทำ มีอารมณ์ความรู้สึกแบบไหน-เห็นภาพอะไรก็สร้างเสียงแบบนั้นออกมาก่อน แล้วค่อยมาประกอบเป็นเพลงทีหลัง
พี่รุ่ง : เขาทำมาโดยไม่ใช่คอมฯ ตอนฟังก็โอเคเลย แต่พอเอามาคลี่ดูเนี่ย มันหมกเม็ดอยู่เยอะเหมือนกัน ด้วยความที่เขา pure บางอย่างไม่มีจังหวะที่ถูกต้อง แต่เป็นอารมณ์ล้วนๆ เพราะวิธีทำงานด้วยแหละ สิ่งที่เขาเอามาให้ smallroom ฟังตอนแรก มันไม่ได้ถูกต้องเป๊ะหมดหรอก แต่เป็นภาพรวมที่สุดแล้ว
เพลงที่ชอบที่สุด
กระชาย : ตัวเริ่มต้นของ theme อันเนี้ย คือ "เรือชูชีพ" เป็นการผสมผสานระหว่างโฟล์คกับการทดลอง ก็รู้สึกว่า "เรือชูชีพ" เป็นตัวดึงให้ผมจับคอนเซ็ปต์นี้มาเป็นอัลบั้มนี้
ปริน : ผมจะชอบ "วันใหม่" กับ "เพียงแค่หนึ่งวัน" และ "ไปในดาว" ครับ ถ้าเป็นมือกีตาร์ก็คงชอบ "วันใหม่" หรือ "มีฉันมีเธอ"
กระชาย: เพราะว่า "วันใหม่" มันเกิดจากการทดลองที่แท้จริงระหว่างผมกับปริน
เม้าท์เรื่อง "วันใหม่" กันหน่อย
ปริน : ช่วง intro มันมาในคืนที่กำลังมึนเมาอยู่ คือผมอยากจะนอน เขาพยายามมาเคาะ บอกว่า เฮ้ย ขอห้องใต้ดินบ้านมึงหน่อย มีอารมณ์ทำกับห้องมึงว่ะ ผมกำลังจะสอบครับ กระชายก็มาตีกีตาร์ ผมก็ลงไป ดูว่ามันกลับหรือยังวะ ปรากฏว่ามันก็ยังไม่กลับ ผมก็เลยไปดีดท่อน intro พวกกีตาร์คันโยกอะไรทั้งหลายแหล่ พวก ground line ลอยๆ เสร็จปั๊บ ผมก็ไล่มันกลับไป ถัดมา 2 วัน มันก็มีต่อจากท่อน intro อีกนิดนึง ไปถึงท่อน hook แล้ว เราก็ชอบฟังก็ฟังวนๆ อยู่แค่นี้ เราก็จำไว้ว่า ถ้าจะทำอัลบั้ม เพลงนี้ต้องถูกขุดออกมาทำนะ
คำถามเด่น : เพลงทุกเพลงนี่ ใครร้อง
กระชาย : ผมครับ
เกี่ยวกับ "รักในสิ่ง"
กระชาย : เป็นเพลงที่ทำก่อนที่ผมจะไปไม่กี่วัน
ปริน : มันจะสะท้อนสภาพชีวิตตอนนั้นจริงๆ ถึงความสับสนที่แบบว่า ใจอยากทำอัลบั้มให้เสร็จ แต่ถูกบีบให้ต้องรีบไปต่างประเทศ ถ้าเกิดฟังเนื้อเพลงในเพลงนี้ จะบอกถึงคนที่ไม่รู้จะเจออะไรในวันข้างหน้าด้วยแล้วก็มั่นใจที่จะออกไปเจอด้วยเช่นกัน
กระชาย : เสียงฝนก็เป็นฝนที่มันตกตอนนั้นจริงๆ
ที่มาของหลายๆ เนื้อเพลงในอัลบั้ม
กระชาย : ผมทึ่งมากเลยเกี่ยวกับเนื้อ "มอเตอร์ไซค์" ที่พี่รุ่งแต่งเนี่ย มันเป็นการจับอารมณ์ของตัวผมที่แท้จริง อ่านดูแล้วมันสอดคล้องมาก แล้วก็จุดสำคัญที่จะเติมเต็มคอนเซ็ปต์อัลบั้มนี้
ปริน : อีกตัวอย่างที่ดี คือ "ไปในดาว" เพลงนี้ กระชายเนี่ย เวลาแต่งเพลงเขาจะไม่เขียนคำร้องไว้ก่อน ตอนที่แต่ง เขาจะมีคำ 3 คำเนี้ย เหมือนคำตายในภาษาไทย ที่จะไม่มีเสียงวรรณยุกต์เลย เนื้อเพลงส่วนใหญ่ก็จะมีแต่คำว่า "ไปในดาว" "ฉันจะไป" "ดาวที่มี ที่มีในวัน" อะไรอย่างเนี้ย เป็นเครื่องยืนยันถึงความ pure ที่เราไม่ได้คิดคำร้องก่อน
เรื่องน่าทึ่ง...
ปริน : คำว่า "ฉัน" และ "เธอ" ในอัลบั้มเนี้ย จริงๆ มันก็คือคนๆ เดียวกัน "ฉัน" มันคือตัวตนข้างใน ที่รู้ว่าจริงๆ แล้วว่าตัวเองจะต้องทำอะไร-ไปไหนต่อ แต่ "เธอ" คือตัวเองในระดับที่ห่างออกมา ที่ยังกลัว ยังสับสนอยู่ แต่ "ฉัน" จะคอยเตือน "เธอ" ว่าจะต้องทำอะไร "ฉัน" ที่คอยให้ความหนักแน่นแก่ "เธอ" ว่าจะต้องทำอะไร-เชื่ออะไร
กระชาย : มันเหมือนกับเป็นการพูดกับตัวเอง
การที่ "เหม่อ" ขึ้นมาสูงสุดขนาดนิ่งอยู่ที่อันดับ 1 ถึง 4 สัปดาห์ในแฟทชาร์ท
กระชาย : ก็รู้สึกว่าก็ดี ว่าเราก็ทำเพลงอย่างที่เราชอบมา แต่เพลงไหนที่มัน connect กับคนฟังได้มากที่สุด ก็คงต้องถือว่าเป็นเพลงนั้น
เกี่ยวกับ MV ของ "เรือชูชีพ"
พี่รุ่ง: คอนเซ็ปต์เป็นงี้ คือ เราจับตัวเพลงของเขาซึ่งคืออะนาล็อก น่ะแหละ มันก็คืออัดมาแล้วก็มาจบที่คอมฯ มันเป็นแบบเจอกันระหว่างธรรมชาติกับเทคโนโลยี มิวสิคเราก็ตีความอย่างนั้น เราตีความว่า ปัจจุบันใน MV ของคนไทยก็หนักไปทางกราฟิกไปเลย ไม่งั้นก็เป็นเรื่องราวที่เป็นภาพ แต่อันนี้ เป็นการผสมระหว่างภาพและกราฟิก โดยให้ศิลปินที่คนร้องมาเป็นจิตรกรในการวาด โดยเอาเทคโนโลยีที่เป็นกราฟิกมาใช้ โดยใช้ชีวิตจริง ก็คือคน มาวาดกราฟิก
กระชาย : MV เกิดจากพี่มนต์ชนกกับพี่รุ่งโรจน์ แล้วก็ผมก็คุยด้วย การถ่ายทำยากมาก เราต้องมานั่งทำตัวเราเป็น stop motion ทั้งวัน ถ้ามันผิดนิดนึงก็ต้องมานั่งเริ่มกันใหม่ แล้ว sequence ระหว่างผมกับปรินก็ต้องไปด้วยกัน ถ่ายเกือบทั้งวัน แล้วแดดก็เปรี้ยงมาก
ปริน: ที่สำคัญคือหลังไหม้ - ตัวลอกเลย
![]() |
พูดถึง FaT Awards กับ 1 รางวัล New Artist of the Year |
แล้วยอดขายละ
พี่รุ่ง : จริงๆ แล้ว มันขายคงที่ อาจจะเป็นด้วย timing หรือทุกๆ อย่าง เพราะจริงๆ มันยากมากถ้าหากว่ากระชาย นักร้องนำไม่อยู่ ซึ่งเราต้องขอขอบคุณสื่อทุกสื่อ ทำให้ยอดขายช่วยได้ระดับหนึ่ง ด้วยความที่เรายังเป็นกลุ่ม niche market แค่นี้เราพอใจแล้ว ซึ่งเหมือนงานของ smallroom ทุกตัว ซึ่งถ้าเราจะวางรากฐานที่ดี มันควรจะแบบนี้แหละ
ความคาดหวังของพวกเขา
กระชาย : เราคาดหวังสูงกว่านี้ เราคาดหวังว่าถ้าเรามีเวลามากกว่านี้ ไม่ต้องรีบเร่งมากกว่านี้ ....
ปริน : ที่เราคาดหวังมากกว่านี้ คือ ส่วนหนึ่งที่เราไปถึงตรงนั้นได้ คือการเล่นสด เพราะที่ผ่านมา เราไม่เคยเล่นสดเลย ให้คนได้สัมผัสกับตัวศิลปินบ้าง ได้เห็นว่า เพลงในอัลบั้ม เมื่อถูกเล่นสดออกมาแล้ว อารมณ์อะไรกันแน่ ที่คนทำต้องการให้อัลบั้มนั้นเป็น เล่นสดมันมีการสื่อสารที่ตรง
กระชาย : ซึ่งการเล่นสดที่กำลังจะถึงเนี่ย เป็นการดึงเอาอารมณ์จากเพลงสื่อสารกันตรงไปตรงมา
ปริน : ซึ่งมันจะคนละรูปแบบ มันจะแรงกว่าในอัลบั้ม ซึ่งพวกเรามีความสุขมากในการเล่นสดครั้งนี้ กระชาย เราได้ทีมที่ดีมาก และเราก็ภูมิใจกับทีมนี้มากด้วย เราไม่ถือว่าเป็นเราสองคน ทุกคนคือ Death of a Salesman
เพลงที่จะเล่นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ (เล็ก ชิ้น สด 18 เม.ย.)
กระชาย : เล่นครบ 9 เพลง แล้วมีเพลงคัฟเวอร์ 3 เพลงจากวงที่เราชื่นชอบและเป็นแรงบันดาลใจ
มาถึงปกบ้าง
ปริน : ปกเนี่ย เราอยากให้มันพ็อพ เราก็คิดว่า คงไม่มีอะไรพ็อพไปกว่า detail ของความเป็นหน้าคน แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ มันยากกว่าที่คิด
พี่รุ่ง : จาก brief ของวง ลักษณะของหน้าคน มันจะมีปัญหา เดี๋ยวมันจะไปเหมือนวงนู้นวงนี้ ท้ายที่สุด เราจะเอาหน้ามาใช้กับกราฟิก ซึ่งยังไม่วาย จะส่งโรงพิมพ์ ก็ดันไปเหมือนต่างชาติ (คือ Beck) เราก็พยายามแล้วละที่จะไม่เหมือนใคร แต่มันก็ยังมาเหมือนอยู่ดี แต่มันก็ไม่ทันแล้ว ถ้าเรามีเวลามากกว่านี้ ก็คงเป็นอีกเรื่องที่เราอยากเปลี่ยน
กระชาย : พี่รุ่งเขาจะสั่งให้โรงพิมพ์ พิมพ์สีเพี้ยนไปเรื่อยๆ
พี่รุ่ง : ปกติ โรงพิมพ์พิมพ์เนี่ย จะมีงานเสีย เราก็สั่งให้ทำงานเสียให้หมด ในความรู้สึก เราอยากให้มันเป็น manual อย่างน้อย เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ปกเนี้ย เราก็ยังขอเล่น gimmick กับมันว่า วงนี้เป็นวงที่ manual จริงๆ
กระชาย : ซึ่งเป็นการเล่นที่ไม่เสียเงินด้วย
คำถามทิ้งท้าย : อยากบอกอะไรกับแฟนเพลง
กระชาย : เราก็จะทำงานเพลงต่อไป ตามประสบการณ์ที่ผ่านไป ณ จุดนั้น ก็ขอให้ติดตามชมต่อไปแล้วกัน
ปริน : ช่วยซื้อไปฟังกันเยอะๆ นะครับ
พี่รุ่ง : สำหรับคนที่ไม่ได้ดู เราจะมีการบันทึก เป็นสื่อประเภทหนึ่ง สำหรับงานนี้ เป็นงานที่ทางบริษัทและวงเต็มที่ ครั้งหนึ่งในชีวิต ดังนั้น จะมีการเก็บสื่อเคลื่อนไหวให้ได้สัมผัสกัน สุดท้าย ฝากขอบคุณ FaT Radio, Channel [V], MTV และสื่อสิ่งพิมพ์ทุกฉบับครับ
การสนทนาเสร็จสิ้นลง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามทาง สองสมาชิกเดินทางไปซ้อมกันต่อ พี่รุ่งก็ไปทำงานต่อ ...
ส่วนผมก็เดินทางกลับบ้านสิครับ
thx : death of a salesman / p'rung / smallroom crew
วันที่ : 2006-11-08
อ่านแล้ว : 922 ครั้ง

deel
Post : 1
อยากซื้อ cd แต่ไม่มีขาย T^T
เพลงพวกพี่นี่สุดยอดจิงๆ ผมชอบมาก !!!
วงการเพลงบ้านเรามีแต่เพลง ทำนองเดิมๆ น่าเบื่อ ซ้ำซาก จำเจ - -
ขอให้สร้างผลงานออกมาเยอะๆๆน่ะงับ
เมื่อ 2007-05-23 12:30:01