Songburi Broadcast

รายการทีวีที่สรุปข่าวแวววงเพลงอินดี้ในรอบอาทิตย์มาให้ได้รับชมกัน

Songburi Playground

รวบรวมของฟรี Wallpaper ศิลปินอินดี้ กิจกรรมเกมแจกตั๋ว คอนเสิร์ตอินดี้

Fat Fest 8 The Gameโต๋ (มั้ง?) GameRetrospect Rise Now! GameScrubb ชุดเล็ก Game

Songburi Partner

เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้

  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.warnermusic.co.th
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.zydrecords.com/
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.open-minded.co.th
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.baichasong.com/
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.finetunestudio.com
เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้ของ Songburi

มีผู้ใช้ Online อยู่ 87 คน

ข่าวสารของวงการเพลงศิลปินอินดี้

Ford - สบชัย ไกรยูรเสน

Feb
06

กลับมาเจอกันอีกครั้ง...กับหนุ่มใหญ่เสียงนุ่ม ที่มาพร้อมกับแซกโซโฟนคู่ใจ ‘ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน’ หลังจากห่างหายจากการทำงานเบื้องหน้าไปเป็นคนเบื้องหลังกว่า 3 ปี ...วันนี้เขากลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ ค่ายใหม่ และตำแหน่งใหม่ ซึ่งควบรวมตำแหน่งผู้บริหารของ Fatboyzstaff รวมถึงการดูแลในส่วนของการผลิตทุกขั้นตอน ที่พี่ฟอร์ดเค้าการันตีเลยว่า That’s OK ผลงานชุดล่าสุดนี้ เป็นตัวจริงที่ลงตัวของเขา 100 เปอร์เซ็นต์ ทีเดียว!!

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

Molekul: ไม่ได้เจอกันนานเลย หายไปไหนมาคะ

Ford: ห่างไป 3 ปีครึ่ง เห็นจะได้ครับ ถ้านับจากอัลบั้มสุดท้ายที่ทำกับอาร์เอสฯ ช่วงนั้นผมมีโอกาสได้ทำเบื้องหลังเยอะพอสมควร ได้ร่วมงานกับหลายคน คือ โปรดิวเซอร์ให้กับ Jennifer Kim  และ Temple Dogz รวมถึงได้ไปแจมกับหลายคนในหลายอัลบั้ม จริงๆ แล้วไม่ได้หยุดเลย ที่หายไป

Molekul: ไปไงมาไงกับ Fatboyzstaff

Ford: เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผมออกมาทำในฐานะคนทำเพลง ไม่ได้ใช้ชื่อตัวเอง ใช้ชื่อ Fatboyzstaff แทน นั่นเป็นจุดเริ่มต้น จุดประสงค์ คือ อยากทำงานร่วมกับศิลปินคนอื่นๆในแนวต่างๆ

Molekul: วาง Fatboyzstaff ไว้ตรงไหน

Ford: ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรไว้สูงอยู่แล้วครับ ออกมาทำงานกับ Fatboyzstaff ก็อยากทำงานให้ดีที่สุด รูปแบบดนตรีไม่จำกัดเลยว่าต้อง ฮิพฮอพ หรืออาร์แอนบี หรือจะต้องอะไร ศิลปินอิสระเต็มที่ อะไรก็ได้ที่เขาทำงานออกมาได้เต็มประสิทธิภาพของเขา เป็นตัวจริงของเขา ขาดเหลืออะไร ช่วยกันได้ ลองปรับกันดู แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องใช้เวลาปลุกปั้นเยอะ คงยัง เพราะยังไม่มีกำลังมากขนาดนั้น

Molekul: พัฒนาการของอัลบั้มใหม่นี้ เป็นอย่างไร

Ford: น่าจะมาจากประสบการณ์ 10 กว่าปีที่ผ่านมานะ ที่มันล้นไปบ้าง ขาดไปบ้าง ซึ่งวันนี้สิ่งที่พัฒนาในงานของผม น่าจะเป็นการเจอกันตรงกลางมากที่สุดมั้ง เพราะมันไม่ล้น ไม่ขาดแล้ว ทุกอย่างมันอยู่ในที่ๆ ควรจะอยู่ คือทำแล้วมีความสุข อัลบั้มนี้เจ๋ง ชอบเอง

Molekul: ทำไมต้อง That’s OK

Ford: ดูจากชื่อเพลงทั้งหมดครับ ตอนแรกกะว่าจะตั้งชื่ออื่นไปเลย แต่สุดท้ายเอาชื่อเพลงทั้งหมดมาลองดู ก็เลือกออกมา ดูแล้วมันน่าจะเป็นคำที่เหมาะสุด เป็นตัวของอัลบั้มนี้มากที่สุด เพราะมันพูดถึงความลงตัว มันโอเค ไม่ซีเรียส ไม่เหนือบ่ากว่าแรง เป็นความรู้สึกที่ลงตัว

Molekul: นิยามของอัลบั้ม

Ford: อัลบั้มนี้พูดเรื่องความรู้สึกที่เป็นบวกหมด เพราะฉะนั้นจะไม่มีอะไรที่ฟูมฟาย หรือตัดพ้อกัน เป็นอัลบั้มที่อยู่ในโทนอบอุ่น โทนดนตรีหรือซาว์นของมันจะมีความร่วมสมัย และเป็นการทำงานที่ลงตัวมาก เพราะผมใช้เวลาในการทำงานถึงหนึ่งปี ในการคัดแต่ละเพลงๆ ซึ่งทุกเพลงมีความหมายที่ดี เป็น 13 เพลงที่ผมชอบทุกเพลง อยากให้ค่อยๆ ฟังดู ฟังก่อนนอนก็ได้ ให้มันอยู่เป็นเพื่อนสักครั้งหนึ่ง แล้วจะรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในอัลบั้มนี้

Molekul: แนวเพลงเปลี่ยนไปไหม

Ford: แนวเพลงเหมือนเดิมนะครับ แต่สิ่งที่น่าจะเปลี่ยนแปลงในอัลบั้มนี้ คือ ความลงตัวมากขึ้น ภาษาง่ายขึ้น สัมผัสได้เร็ว ไม่ต้องแปลหลายชั้น ผมเชื่ออย่างว่าดนตรีเป็นอะไรที่ไม่มีอะไรมาปิดกั้นมันได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมาเจอกันแบบไหนเท่านั้นเองครับ อย่างมีหลายเพลงที่มีดนตรีไทยไปผสม ซึ่งบางทีอาจจะดูเนียนเสียจนไม่รู้เลยก็ได้

Molekul: ความพิเศษของอัลบั้มชุดนี้

Ford: อยู่ตรงเพลงเพราะๆ ที่มีซาวน์เพลงค่อนข้างจะเป็นมาตรฐานสากล ไม่ได้โกอินเตอร์หรืออะไร แต่เราอยากที่จะพัฒนางานของเรา ให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกับของเมืองนอก อย่างเวลาเราฟังเพลงฝรั่งเกาหลีอะไรแบบนี้

Molekul: เห็นว่าช่วงที่ผ่านมาได้ทำงานกับเมืองนอกด้วย

Ford: ที่ได้ทำเพราะ Jennifer Kim ครับ ชุด Nothing to lose เป็นอัลบั้มที่ผมส่งเพลงไปมิกซ์ที่นิวยอร์ก ได้ร่วมงานกับคนไทยที่อยู่ที่นั่นคนหนึ่ง เขาทำงานให้กับ โซนี่ มิวสิค นิวยอร์ก มา 5 ปีแล้ว แล้วเขายังได้รับรางวัล แกรมมี่ อวอร์ด มาแล้วด้วย จากตรงนี้ทำให้ผมต้องก็คอยอัพเกรดตัวเอง อัพเกรดเรื่องซาวด์์ และอีกหลายมุมมองไปด้วย ซึ่งในอัลบั้มของผมนี้ ผมเลยขอทำงานกับเขา อัลบั้มนี้เลยมีกลิ่นอายความเป็นสากลเยอะขึ้น มีมาตรฐานขึ้น เหมือนอย่างเกาหลีที่แต่ก่อน เขายังไล่เราอยู่เลย แต่ตอนนี้โห...มันสากลมาก มาตรฐานเขาสูงมาก

Molekul: อยากโกอินเตอร์ไหม

Ford: ฝันครับ ตอนนี้ก็ยังฝันอยู่ อยากทำงานที่มันสามารถไปลุยในต่างประเทศได้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่งานของผม อาจจะเป็นงานในอนาคต ถ้าเราได้ไปเจอใครสักคน ที่มีศักยภาพในการถือดาบไปฟัน แล้วเราสามารถซัพพอร์ตได้ ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายมากกว่า ว่าจะเป็นอย่างไร

Molekul: ทำไมถึงเลือกเปิดตัวด้วยเพลง“ก็มันคิดถึง”

Ford: ก็ปรึกษากับคนหลายๆ คนนะครับ เขาบอกว่าเพลงนี้ฟังง่ายๆ สบายใจดี พอทำเป็นมิวสิคออกมา เออ มันน่ารักดี และผมเป็นพระเอกครั้งแรกในชีวิตด้วย ไม่ได้จ้างใคร คว้าคนข้างๆ หมด ผู้กำกับเก่ง ผูกเรื่องได้ดี แล้วเพลงมันก็ซอฟต์์ๆ เหมาะสำหรับการรีมายด์ดี

Molekul: จะได้เห็นพี่ฟอร์ดเป่าแซกในอัลบั้มชุดนี้ไหม

Ford: มีครับ เพลงต่อไป “โลกกว้างไปหรือใจแคบลง”

Molekul: มองตลาดสมัยนี้เป็นอย่างไง

Ford: ไม่มีกังวลเลยครับ เพราะไม่คิดว่าเราจะสู้กับค่ายใหญ่อยู่แล้ว มันคนละแบบกันเลยนะครับ เราทำงานของเราว เราหวังแค่กลุ่มเล็กๆ ไม่ได้ตั้งเป้าไว้เป็นแสนเป็นล้าน แค่หลักหมื่นเราก็แฮปปี้แล้ว ให้น้องๆ ที่ฟังแล้วบอกว่าเจ๋งพี่ แค่นี้ก็พอใจแล้ว ไม่ได้เอาไปเปรียบกัน คือ ค่ายใหญ่เขาก็ต้องหวังอีกสเกลใหญ่กว่านั้นแน่นอน
  
Molekul: พอใจกับที่เป็นอยู่

Ford: พอใจ และสนุกด้วย เหมือนเรากลับไปเล่นดนตรีกลางคืน เหมือนอัลบั้มชุดแรกที่ยังไม่มีใครรู้จัก ก็ทัวร์ไปเรื่อยๆ ได้เที่ยวด้วย ได้ไปเจอคน สนุกดี แล้วเราก็ไปขายอัลบั้ม

Molekul: คิดอย่างไงกับกระแสเพลงดิจิตอลมิวสิค

Ford: เหมือนกับว่า พฤติกรรมการฟังเพลงเป็นอย่างนั้นไปหมดแล้ว ในไอพอต ในเว็บไซต์ เพราะฉะนั้น ดิจิตอลมิวสิค จึงเป็นการซัพพอร์ต เครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้ เดี๋ยวนี้คนไม่ได้พก CD Player ไม่ได้พก Soundabout แล้ว เขาพกกันเล็กๆ ห้ามกันไม่อยู่แล้ว เป็นเรื่องที่สำคัญมากด้วยซ้ำ

Molekul: งานของพี่ฟอร์ดเองจริงๆ แล้วบ่งบอกอะไรได้บ้าง

Ford: ทุกๆ อัลบั้ม มันก็เหมือนกับไดอารี่ของพี่อยู่แล้ว มันคือช่วงต่างๆ ของชีวิตในตอนนั้นๆ ว่าเราคิดอะไร เจออะไรก็ทำเป็นเพลง บางทีไปฟังอีกครั้ง ก็นึกออกว่า อ้อ....อันนี้นี่เอง มันคือตัวเราทั้งหมด แต่มันก็แล้วแต่ช่วงด้วยว่าช่วงนั้นเราคิดอะไร เวลาน้อยขนาดไหน บางทีหัวปั่นเลย แต่ช่วงนี้ คือ ช่วงที่ Relax ทำงานแล้วสบายใจ

Molekul: แล้วงานของศิลปินคนอื่นๆ ในค่าย

Ford: สำหรับ Jennifer Kim เป็นงานที่ออกมาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว เป็นสไตล์ที่เจ๊บอกว่า ฉันจะทำแบบนี้ อย่ามาว่ากัน อย่ามาขวาง ทำแบบนี้ขายน้อย เจ๊ไม่แคร์ ก็ถือว่ามีจุดยืนตรงกัน ซึ่งเป็นงานที่ออกมาล้ำไปเป็นปีเหมือนกัน เป็นสไตล์ฮิพฮอพและอาร์แอนด์บี ที่นักร้องน้อยคนที่จะทำได้ ส่วนงานของ Silk Sounds เป็นศิลปินที่มาจากเยอรมัน มีผลงานมาแล้ว 2-3 อัลบั้ม อัลบั้มนี้เขามาอยู่เมืองไทยกับผม ขณะเดียวกันเขาก็มีผลงานอยู่ที่ยุโรปด้วย จะว่าไปแล้วทุกคนก็มีกลุ่มของเขาอยู่ ไม่หนักใจอะไรมาก และสิ่งหนึ่งที่ช่วยกันได้ คือเวลาไปทัวร์คอนเสิร์ตอาจจะเห็นพวกเรายกแพ็ค ไปสนุกกัน ไปร้องเพลงด้วยกัน

Molekul: งานอื่นๆ ล่ะ มีวางแผนไว้บ้างหรือยัง

Ford: งานโปรดิวซ์หรืองานตัวเอง ก็จะทำตามที่กำลังเราทำไหวนะครับ ถ้าจะรับงานเยอะๆ แล้วทำไม่ไหว ไม่เอาดีกว่า ค่อยๆ ทำไปทีละงานดีกว่าครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

แหม... ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักกี่ปี พี่ฟอร์ดก็ยังคงเป็น 'พี่ชายที่ใจดี' อยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนจริงๆ!! 

ส่วนใครที่ยังไม่จุใจสามารถเยี่ยมดูผลงานพี่เขาได้เรื่อยๆ ที่ www.fatboyz-staff.com หรือจะติดตามศิลปินเหล่านี้ไปกับเราชาว songburi ก็ได้ รับรองไม่ผิดหวังเหมือนกันจ้า...

วันที่ : 2007-02-06
อ่านแล้ว : 1019 ครั้ง

 

 

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ
*

อีเมล์
*

ความคิดเห็น
*



 

Songburi Scoop เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับเพลงอินดี้

Scoop

 
ETC

Artist On Frame

ETC

ETC. กลุ่มศิลปินคุณภาพ ที่เกิดจากการรวมตัวของนักศึกษาวิชาดนตรี จาก 2 สถาบันในจังหวัดเชียงใหม่ คือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยพายัพ ซึ่งมีสมาชิก ...
 
ยังไม่จบอ่านต่อ ...
 

Songburi Chart อันดับเพลงอินดี้

Tuning Chart

1 อกหัก
sweet นุช
2 ใจเหลือเหลือ
DR.FUU
3 ถ้ายังรัก
CRESCENDO
4 แค่เธอสงสัย
K-OTIC
5 การกลับมา
Hobbit