Songburi Broadcast

รายการทีวีที่สรุปข่าวแวววงเพลงอินดี้ในรอบอาทิตย์มาให้ได้รับชมกัน

Songburi Playground

รวบรวมของฟรี Wallpaper ศิลปินอินดี้ กิจกรรมเกมแจกตั๋ว คอนเสิร์ตอินดี้

Fat Fest 8 The Gameโต๋ (มั้ง?) GameRetrospect Rise Now! GameScrubb ชุดเล็ก Game

Songburi Partner

เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้

  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.musicclay.com
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.nanorecords.net
  • คลิกเพื่อไปที่
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.lucksmusic.co.th
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.sanamluangmusic.com
เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้ของ Songburi

มีผู้ใช้ Online อยู่ 113 คน

ข่าวสารของวงการเพลงศิลปินอินดี้

Jetset'er

Nov
09

วางแผงกันไปเรียบร้อยแล้วนะคะ กับ "Jetset'er" หลังจากที่ส่งเพลง "Trust'' ออกมาวาดลวดลายหลาย คลื่นวิทยุ รู้จักเพลงของเขาไปแล้ว คราวนี้มารู้จักกับตัวตนของพวกเขาทั้ง 4 กันบ้างดีกว่า แต่เอ๊! แก้วรู้มาว่าก่อนหน้านี้เขาไมได้ชื่อนี้นี่นา.. แล้วเขาชื่ออะไรกันล่ะ.. ทำไมถึงเปลี่ยน.. อยากรู้กันแล้วช่ายม้า ถ้าอยากรู้ก็ไปติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ครั้งนี้กันได้เลยค่ะ

 

สวัสดีค่ะพี่ๆ แนะนำตัวกันหน่อยว่า Jetset'er มีใครเล่นตำแหน่งอะไรกันบ้างคะ ?

ที : ที ครับ ร้องนำ
โอ : โอ ครับ กีตาร์
เอ็ด : เอ็ด ครับ ตีกลอง
หมู : เบสครับ เล่นหมู ... เอ่อ.. หมู เล่นเบสครับ (หัวเราะ)

ว่าแต่.. แล้วใครเป็นกองหน้าล่ะคะเนี่ย ?

ทุกคนเป็นผู้รักษาประตูครับ ประตูหลังน่ะ :P

นอกจากงานเพลงที่มีอยู่ในตอนนี้แล้ว พี่ๆ ทำอะไรกันอยู่บ้างคะ ?

ที : สำหรับผมตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่เอแบคครับ คณะนิเทศฯ เอกโฆษณา แล้วก็มีร้องประจำตามร้านบ้าง
เอ็ด : ส่วนผมก็ทำงานประจำเกี่ยวกับเวบไซต์จองตั๋วเครื่องบิน แล้วก็เล่นดนตรีกลางคืนนิดหน่อยครับ เล่นกับพี่หมูฮะ
หมู : ส่วนของผมก็ทำงานประจำเป็น Sales Engineer แล้วก็เล่นดนตรีกลางคืนเหมือนกันครับ
โอ : ครับ ส่วนของผมก็ทำงานประจำที่สตูดิโอ Cotton Bud , Digital Soundlab เป็น Sound Composer ทำทุกอย่างที่เกี่ยวกับมิวสิคครับ

กับชื่อของ Jetset'er ล่ะคะ มีที่มายังไง ?

เดิมทีก็มีอยู่หลายชื่อที่พวกเราคิดกันไว้ โดยเริ่มมาจากที่พวกเราชอบคำว่า "Jet" กัน เพราะซาวด์มันฟังดูพุ่ง.. เท่.. และแมนดี.. ก็มีอยู่หลาย Jet เหมือนกันครับ ยกตัวอย่างเช่น Jetduck .. Jetlag .. (หัวเราะ) สุดท้ายก็มาลงตัวที่คำว่า "Jetset" ที่รุ่นพี่คนนึงชื่อพี่ทอมเป็นคนแนะนำ แล้วก็พวกเราก็เพิ่ม -er เข้าไปให้มันเป็นนามธรรมมากขึ้น ซึ่งเดิมทีแล้ว Jetset เป็นคำสแลงหมายถึง กลุ่มคนที่มีรสนิยม เพอร์เฟค หรู เลิศ อะไรประมาณนั้น

ว้าว... ไฮโซเชียว

ครับ (หัวเราะ) ก็อาจหมายถึงพวกไฮโซอ่ะครับ ซึ่งในความรู้สึกของพวกเราต้องการจะสื่อความหมายของคำว่า "Jetset'er" ไม่ใช่กลุ่มคนที่ไฮโซ แต่หมายถึง ความ Jetset ในทางดนตรี เป็นดนตรีในอุดมคติที่พวกเราต้องการไปให้ถึง และก็คิดว่านักดนตรีทุกคนก็คงอยากจะไปให้ถึงจุดนั้นเหมือนๆ กัน ได้ทำงานเพลงที่มีความสมบูรณ์แบบในแนวทางของตัวเอง

รู้มาว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้ใช้ชื่อนี้นี่นา ?

ใช่ครับ ก่อนหน้านี้เรามีกัน 3 คนคือ โอ หมู และ เอ็ด เคยออก single กันในนาม "Oreoh!" กับค่าย RIP Studio คือโอจะควบตำแหน่งร้องนำไปด้วย ตอนนั้นปล่อยเพลง "นัวเนีย" ออกมา เปิดที่ FaT 104.5 คงมีคนเคยได้ยินได้ฟังกันบ้าง

แล้วทำไมถึงเปลี่ยนชื่อซะล่ะคะ ?

อืมมม....หลังจากนั้นพวกเราก็มีโครงการที่จะทำอัลบัมเต็มกัน ซึ่งก็มานั่งคิดกันว่าด้วยเนื้อหาและดนตรี มันเข้มข้นมากขึ้นจากตอนที่ทำซิงเกิล ก็เลยคิดว่าชื่อเก่ามันคงดูน่ารัก แล้วก็ดูเด็กไปหน่อย คิดว่าถ้าพวกเราอายุซัก 30 ไปแล้วใช้ชื่อวงว่า Oreoh! อาจจะโดนเด็ก ๆ ค้อนเอาได้ ก็เป็นที่มาของการเปลี่ยนชื่อวงเพื่อเป็นการเสริมดวงด้วย :D

แล้วผลตอบรับตอนที่ยังเป็น ตอนนั้นเป็นที่พอใจไหมคะ?

ก็ค่อนข้างโอเคครับ ก็พอมีคนจำเพลงของพวกเราได้บ้าง แค่นี้ก็ปลื้มแล้ว

ว่าแต่พี่ๆ แต่ละคนมารวมตัวกันได้ยังไงเอ่ย ?

เริ่มมาจาก โอ เอ็ด แล้วก็หมู เคยเล่นดนตรีด้วยกันมาตอนเรียนที่ธรรมศาสตร์ ก็มาเจอกันที่ชุมนุมดนตรีสากล TU Band ก็เล่นด้วยกันมาตลอด มีไปเล่นประกวดด้วยกัน แล้วก็เล่นกลางคืนด้วยกัน จนกระทั่ง โอได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงานกับ RIP เลยได้ทำซิงเกิลออกมา หลังจากนั้นก็ได้มาทำอัลบัมของตัวเองในนาม Jetset'er กับทาง Zyd Records ซึ่งในช่วงนี้เองได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบวง โดยที่โอได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นนักร้องนำด้วยเหตุผลทางเทคนิค

ขนาดนั้น... ?

คือ จริงๆ แล้วไม่สบาย เป็นภูมิแพ้ครับ ฮ่าๆๆ แล้วไปรับตำแหน่งกีตาร์อย่างเต็มตัว หลังจากนั้นเราเลยมีการออดิชันหานักร้อง เพื่อมาทำหน้าที่ตรงนี้ จริงๆ แล้วก็มีมาออดิชันกันเยอะพอสมควร ทุกๆ คนก็ร้องได้ดีในแนวทางของตัวเอง แต่ก็อาจจะไม่เหมาะกับแนวของวงตามที่เราคิดเอาไว้ ก็เลยได้น้องทีเข้ามาเสริมทัพเป็นคนสุดท้าย คือ คาแรกเตอร์เสียงของทีนี่เหมาะมากในแว็บแรกที่เราได้ฟัง นอกจากนั้น ทียังเป็นคนที่นิสัยน่าเอ็นดูด้วย เพราะฉะนั้น ที เลยเป็นคำตอบสุดท้ายครับ...เย่!

แล้วเป็นมายังไงคะ ถึงได้มาเป็นศิลปินเบอร์แรกของ Zyd Records ?

เริ่มมาจากผม โอครับ ที่เรียน SAE ก่อน หลังจากจบธรรมศาสตร์ แล้วก็ไปเจอพี่นุ่นที่เรียนในคลาสเดียวกัน ก็คุยๆ กัน แล้วพี่นุ่นเขาบอกตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ว่าพอเรียนจบ เขาก็จะเปิดสตูดิโอเป็นค่ายนี้นะ แล้วตอนนั้นผมก็ทำงานอยู่กับ RIP ด้วย ก็เลยได้ RIP มาช่วยในส่วนนี้ค่อนข้างเยอะ แล้วพี่นุ่นก็เลยมาคุยๆ กันว่าอยากทำเพลงมั้ย ซึ่งก็อยากอยู่แล้ว เราก็เลยกลายเป็นศิลปินเบอร์แรกครับ คือเราเห็นว่ารู้จักกันอยู่แล้วด้วย เราเลยสบายใจที่ได้ร่วมงานกันครับ

พูดถึงคอนเซ็ปต์อัลบั้มนี้ วางกันไว้อย่างไรคะ ?

คือ มุมมองของอัลบัมนี้ค่อนข้างจะเป็น positive คือ การมองโลกในแง่ดีมันเป็นอะไรที่สร้างสรรค์ จรรโลงโลก ฟังแล้วชุ่มฉ่ำหัวใจ แต่ก็มีมุมมองที่เจ็บปวดบ้างเหมือนกันในบางเวลา หรืออารมณ์ประมาณ แอบเจ็บ นอกจากเรื่องความรัก ก็มี เรื่องการใช้ชีวิตด้วยเหมือนกันครับ

อย่างนี้เวลาอกหัก พี่มีวิธีจัดการกับตัวเองยังไงคะ ?

บางทีถ้าเราต้องเจออะไรที่มันเจ็บปวด เราก็ต้องหาอย่างอื่นทำ อย่างงานที่เราทำเป็นดนตรีอยู่แล้วเราก็เล่นดนตรี หรือหาอย่างอื่นทำ จะได้ไม่จมปลักกับตรงนั้น คงจะช่วยได้ครับ

แนวเพลงล่ะคะที่พี่ๆ ต้องการสื่อออกมาถึงคนฟังเป็นแบบไหน ?

เราเรียกแนวเพลงของเราในอัลบัมนี้ว่า Acoustic Fusion ซึ่งมาจากการที่พวกเราเล่นดนตรีอยู่ที่ TU Band มานาน ซึ่งจะได้เล่นดนตรีหลากหลายแนวมาก ตั้งแต่ ป๊อป แดนซ์ ลุกทุ่ง ลีลาศ สากล ยันบิ๊กแบนด์แจ๊ส เลยเหมือนเป็นการหล่อหลอมให้พวกเราเปิดใจกว้างในการยอมรับว่าจริงๆ แล้วไม่ว่าดนตรีแนวไหนๆ ก็มีเสน่ห์ในแนวของตัวเอง พวกเราเลยเอนจอยที่จะเล่นดนตรีหลายๆ แนว แต่ถ้าเอาเฉพาะเจาะจง คือพวกเราจะค่อนข้างชอบดนตรีในแนวฟังก์ ดิสโก้ กันเป็นพิเศษน่ะครับ

แนวเพลงที่เรียกว่า Acoustic Fusion คืออะไรคะ ?

ที่มาของคำว่า Acoustic มาจากที่โอเป็นคนที่ชอบเล่นกีตาร์อะคูสติคเป็นพิเศษ เพลงเกือบทั้งหมดในอัลบั้มถูกแต่งขึ้นมาจากอะคูสติคกีตาร์ ทำให้ arrange ของอัลบัมจะประกอบด้วยเสียงกีตาร์อะคูสติคซะ 80 %

ส่วนที่มาของคำว่า Fusion คือ การที่นำเอาแนวดนตรีที่พวกเราชอบเล่นกันอย่างที่บอกไว้ตอนแรกมาผสมผสานกับความเป็น Acoustic อีกที ทำให้ Acoustic มีสีสัน มีความน่าสนใจมากขึ้น ก็จะมีทั้ง ฟังค์กี้ โซล ดิสโก้ แจ๊ส บอสซาโนวา และป๊อบ จริงๆ แล้วคำว่าหลากหลายกับคำว่าจับฉ่าย อาจจะมีความหมายต่างกันนิดเดียว แต่พวกเรามั่นใจว่างานเราไม่จับฉ่ายแน่ๆ อัลบัมนี้มีแก่นและมีความชัดเจนอยู่ในตัวเอง ซึ่งก็คือ "Acoustic Fusion" ครับ

จัดว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว แล้วกับเพลงเปิดตัวทำไมถึงเลือก "Trust" คะ ?

สำหรับเพลงนี้เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่ใช้เวลาแต่งน้อยที่สุด และแต่งเสร็จเป็นเพลงสุดท้ายของอัลบัม แต่กลับปล่อยเป็นเพลงแรกของอัลบัม (งงมั้ยเนี่ย) เหตุผลคือ.. พออัดเสร็จ มิกซ์ดาวน์เสร็จ ก็พบว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่พวกเราคิดว่ามันมีความลงตัวมากที่สุดในอัลบัม คือ มีการผสมผสานกันอย่างชัดเจนระหว่าง อะคูสติค และกรูฟของดิสโก้ สำหรับเนื้อหาก็จะมองได้ 2 มุม มุมแรกคือเรื่องของความรักที่เราต้องการที่จะให้คนที่เรารักเชื่อใจและมั่นใจในตัวเรา และมั่นใจในความรักของเรา ว่าจะไปได้สวยแน่ๆ ส่วนอีกมุมหนึ่งก็คือ มุมมองของการใช้ชีวิต สังคมทุกวันนี้ขาดการไว้เนื้อเชื่อใจกัน พวกเราอยากสนับสนุนให้ทุกคนจริงใจต่อกันครับ... ;)

เคยมีคนบอกบ้างไหมคะ ว่าเหมือน Groove Riders นะ ?

ก็มีคนมาทักผิดอยู่บ่อยๆ ว่ามองข้างๆ เหมือนจะใช่แต่พอมองตรงๆ แล้ว เอ๊ะ!.. อืม (หัวเราะ) คือ มันฟังดูคล้าย เพราะว่าเพลงนี้เป็นแนวดิสโก้ ซึ่งพี่ๆ กรูฟไรเดอร์เขาเป็นสัญลักษณ์ของดิสโก้ของเมืองไทยเราในยุคนี้ เลยไม่แปลกที่จะเข้าใจอย่างนั้น แต่ความเป็นจริงก็คือ กรูฟไรเดอร์เป็นวงที่เล่นดิสโก้เป็นหลัก ในขณะที่พวกเรานำเอาดิสโก้มาเป็นส่วนผสมในงานเพลงนี้เท่านั้นเองครับ ถ้าลองฟังเพลงทั้งหมดในอัลบัมของพวกเรา ก็จะรู้เองว่าไม่เหมือนกันกับพี่ๆ เขาครับ

มาที่การเขียนเพลงบ้างดีกว่า เพลงในอัลบั้มนี้ส่วนใหญ่มากจากใครคะ ?

ไอเดียเริ่มต้นส่วนใหญ่จะมาจากโอครับ หลังจากนั้นก็จะเกิดการสุมหัวกันอีกที คือนั่งแต่งดนตรีที่บ้านคนเดียว Chill Chill พอได้โครงเพลงมาแล้ว อาจจะเป็นคอร์ดกีต้าร์หรือท่อนฮุกบางท่อนก็จะเอาไปร้องให้ในวงฟังว่าโอเคไหม ถ้าโอเคก็จะไปทำต่อให้เรียบร้อย แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่ไอเดียมาจากการคิดถึงคนในวง อย่างเช่น เอ็ด เขาจะชอบตีกลองในสไตล์ Shuffle คือมันจะแนวกระฉึกกระฉัก ก็เลยเป็นที่มาของเพลงในอัลบั้มเหมือนกัน เพราะคิดว่าเอ็ดน่าจะตีได้ดี

ได้ข่าวว่ามีแทนจาก "ลิปตา" มาช่วยด้วย ?

ครับ แทนมาช่วยเขียนให้ 2 เพลง คือ "ทฤษฎีใหม่ๆ" กับ "ซักวันเธอจะเข้าใจ" แทนเขียนเพลงจะไม่ค่อยมีเพลงเศร้าครับ ค่อนข้างดี

ตอนนี้ถ้าแทนเข้ามาอ่าน อยากเผา เอ้ย! อยากฝากไรถึงเขาบ้างคะ ?

ขอชมก่อน แทนเขาเป็นคนที่มีมุมมองในการเขียนเพลงที่แปลกดี ภาษาที่ใช้ก็จะเป็นคำที่คนอื่นๆ อาจจะคิดไม่ถึงว่าจะเอามาแต่งเพลงได้ ยกตัวอย่างเช่น คำว่า ธรณีนี่นี้ใครครอง... ในเพลงทฤษฎีใหม่ๆ โอ้ จอร์จใครจะไปคิดว่าจะมาอยู่ในเพลงได้ ลองไปฟังดูนะครับ (หัวเราะ) ส่วนเรื่องเผาก็.. ไม่มีครับ แทนเป็นคนน่าร้ากก.. นิสัยดี ขี้เหงา ชอบกอดตัวเอง เขียนเพลงเป็นสรณะ (หัวเราะ)

เขาบอกแก้วอยู่ว่า อยากกลับบ้านมากๆ ?

ก็รีบ ๆ เรียนให้จบแล้วกลับมาเขียนเพลงให้อีกก็ดี รออยู่เหมือนกัน

นอกจากลิปตาแล้ว มีใครมาช่วยอีกหรือเปล่าคะ ?

ก็มีพี่นุ่น ที่เป็น MD ของค่าย Zyd มาช่วยเขียนด้วยครับเป็นทีมเดียวกัน ส่วนมากก็จะมีคนจุดประกายความคิดมากกว่าครับ เช่นอย่างถ้ามีคนบอกว่า โอ๊ย..มีความสุข เราก็จะเอาท่อนนั้นมาเป็นธีมมากกว่า ประมาณนี้ แล้วก็จะมีเพื่อนพี่ทำทำงานมาช่วยเขียนท่อนแร็พให้ ประมาณนี้น่ะครับ

ในอัลบั้มนี้พี่ๆ แต่ละคนชอบเพลงไหนกันมากที่สุดคะ ?

เอ็ด : ผมชอบ "นัวเนีย" ครับ เพราะว่าเป็นเพลงเร็วที่น่ารัก ฟังแล้วอมยิ้มๆ ชื่อเพลงมันสองแง่สามง่ามดี (หัวเราะ)
หมู : ส่วนผมชอบ "Trust" กับ "Someone (ใครคนนั้น)" แต่จริงๆ ผมก็ชอบหมดทุกเพลงอะครับ
ที : ผมชอบ "นัวเนีย" เหมือนกันครับ ร้องแล้วมีความสุขดี แต่ว่าซ้ำ "ใครคนนั้น" ก็ซ้ำ (หัวเราะ) แต่ก็ชอบ เพราะว่า "ใครคนนั้น" เมโลดี้มันลงตัวดีไปหมด
โอ : "นัวเนีย" เป็นคำตอบสุดท้ายครับ เพราะเป็นเพลงที่เป็นจุดเริ่มต้นของอัลบั้ม

พี่คะ ถ้าเปรียบ Jetset'er เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง พี่คิดว่าควรเป็นดอกอะไรคะ ?

ดอกหน้าวัวครับ (หัวเราะ - ตอบโดยไม่ต้องคิดนาน) เอ่อ... คือ จริงๆ ส่วนตัวพี่ไม่ค่อยสันทัดเรื่องนี้ จะถนัดเรื่องอื่นมากกว่า เชน ดอกยาง ยังพอไหวครับ แบบเปลี่ยนได้หรือยัง (หัวเราะ)

นอกจากความเชื่อใจ อย่าง "Trust" แล้ว พี่ๆ คิดว่าอะไรคือสื่งสำคัญที่จะทำให้คนสองคนไปกันได้คะ ?

ตอบไม่ถูกเหมือนกันครับ แต่คิดว่า คือความรู้สึกรักครับ อะไรที่มันดึงดูดเข้ามาหากันเอง แต่มันคงหายาก มันเป็นเรื่องของการใส่ใจมากกว่า จริงๆ มันตอบยากครับ :D

พูดถึงซิงเกิลที่ 2 หน่อยดีกว่ากับ "ตัวคั่นเวลา" เพลงนี้มีที่มายังไงคะ ?

เพลงนี้มีที่มาจาก... อืมม เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ค่อนข้างหลุดคอนเซ็ปต์ไปนิดนึง คือปกติถ้าพี่ไม่เขียนจากเรื่องของตัวเองก็จะมาจากกรณีศึกษาของเพื่อนๆ อย่างเพลงนี้ เรียกว่าเอามาจากสถานการณ์ของตัวเองด้วยก็ได้ แล้วมีเพื่อนๆ พี่ที่ทำงาน เขาได้ลองฟังเดโมบอกว่า อยากเอาเพลงนี้ไปเขียนให้ คือเพลงนี้มันเป็นรักสามเส้า มันน่าเบื่อ แบบผู้หญิงเขามีอีกคนอยู่แล้ว แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามก็มีสปาร์กกับอีกคนนึง แล้วพอถึงจุดนึงที่เขาต้องเลือก ผู้หญิงก็เลยออกมาพูดในลักษณะที่เป็นแร็พในเพลง แล้วก็มีแอบหยอดตอนท้ายนิดนึงครับ คือกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ฟังแล้วกดดันครับ เพราะสุดท้ายเรายังไม่ได้คำตอบ...

เพลง "ผู้หญิงขี้เซา" ล่ะคะ ชื่อแปลกดี ?

คือเพลงนี้เนี่ย มันเป็นลักษณะของผู้หญิงคนนึงที่เป็นอย่างในเพลง คือวันนั้นพี่นั่งในบ้านแล้วก็คิดๆ ได้คอร์ดมาก่อน เกาไปเรื่อยๆ จนได้เมโลดี้ออกมา พี่ก็คิดว่ามันเพราะดี เลยจับคาแรกเตอร์ของผู้หญิงคนนึงมาเขียนครับ (หัวเราะ)

กับคอนเสิร์ตที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้างคะ ?

ก่อนหน้านี้มีไปเล่นงาน Indy In Town ซึ่งตอนนั้นเพลงเราเพิ่งเปิด เล่นกันที่สยาม แล้วพอเราเล่นเพลง "นัวเนีย" คนก็จะจำกันได้ครับ มีคนมาถาม แล้วก็มีเล่นของ [V]ecovery ของพี่นภครับ ตอนนั้นก็มีคนร้องได้ครับเราก็งงๆ เราเล่นเพลง "Trust" แล้วมีคนร้องตามกันได้แล้ววว แบบเราก็งงว่าเขาร้องได้ แล้วก็มีเล่นงานเปิดตัวของพี่โบว์-ปรารถนา ที่สวนลุมครับ พี่เขาน่ารักมากเพราะมาช่วยเราแพ็กซีดีด้วย เย้.. (หัวเราะ) คือซีดีแทบทุกแผ่นที่ขายทั่วประเทศ พวกเราทำกันเองครับ แพ็กเองครับ

ที่ไหนประทับใจสุดคะ ?

คือโชว์ทุกที่ไม่ว่าคนจะเยอะหรือน้อยเราก็เล่นเต็มที่ครับ แต่ที่ประทับใจสุด ที่ผ่านมาคงเป็นงานของงานของ [V]ecovery ครับ คนร้องตามได้เยอะพอสมควร คือเขาก็ติดตามมาจาก Oreoh!

ระยะอันใกล้นี้ล่ะคะจะมีที่ไหน ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันบ้างเอ่ย ?

ก็มีคอนเสิร์ตที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคมนี้ เป็นงาน Bangkok Music Festival แล้วก็วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ จะมีไปเล่นที่ร้าน รักเอย แถวๆ ประชาชื่น เวลาค่ำๆ ในงานปารตี้ครบรอบ 6 ปีของร้าน ก็ถือโอกาสชวน เพื่อนๆ ไปจอยกันละกันนะจ๊ะ มันแน่ๆ

ค่ะ สุดท้ายแล้ว อยากฝากอะไรกับเพื่อนๆ ที่ติดตามบ้างคะ ?

พวกเราก็ขอฝากอัลบั้มนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของมิตรรักแฟนเพลงทุกคนด้วยนะครับ (ทุกคนพนมมือไหว้ปะหลกๆ) แล้วก็ขอบคุณ cityblue.net ด้วยครับ ขอบคุณมากครับบบบ

ได้รู้จักกับทั้ง 4 หนุ่มไปแล้ว ก็อย่าลืมอุดหนุนผลงานของพวกเขากันด้วยนะจ๊ะ.. 

thx : jetset'er / deejaypat
by : vj~kaew~

วันที่ : 2006-11-09
อ่านแล้ว : 1012 ครั้ง

 

 

แสดงความคิดเห็น

ชื่อ
*

อีเมล์
*

ความคิดเห็น
*



 

Songburi Scoop เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับเพลงอินดี้

Scoop

 
Groove Riders

Artist On Frame

Groove Riders

Groove Riders คือ กลุ่มศิลปินดิสโก้ฟังก์ ที่ประกอบไปด้วยบุรินทร์ : นักร้องนำ ที่มีเสียงโดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ พร้อมท่วงท่าการเต้น ที่สามารถทำให้คนฟั ...
 
ยังไม่จบอ่านต่อ ...
 

Songburi Chart อันดับเพลงอินดี้

Tuning Chart

1 อกหัก
sweet นุช
2 ใจเหลือเหลือ
DR.FUU
3 ถ้ายังรัก
CRESCENDO
4 แค่เธอสงสัย
K-OTIC
5 การกลับมา
Hobbit