Songburi Broadcast

รายการทีวีที่สรุปข่าวแวววงเพลงอินดี้ในรอบอาทิตย์มาให้ได้รับชมกัน

Songburi Playground

รวบรวมของฟรี Wallpaper ศิลปินอินดี้ กิจกรรมเกมแจกตั๋ว คอนเสิร์ตอินดี้

Fat Fest 8 The Gameโต๋ (มั้ง?) GameRetrospect Rise Now! GameScrubb ชุดเล็ก Game

Songburi Partner

เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้

  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.loveisloveis.com
  • คลิกเพื่อไปที่
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.sanamluangmusic.com
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.lucksmusic.co.th
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.uniquerecordsmusic.com/
เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้ของ Songburi

มีผู้ใช้ Online อยู่ 109 คน

ข่าวสารของวงการเพลงศิลปินอินดี้

ละอองฟอง

Nov
09

ใกล้วันวางแผงเต็มทีแล้วนะคะ กับ "Cozy Collection" อัลบั้มใหม่ล่าสุดของวงดนตรีที่มีชื่อน่ารักๆ อย่าง "ละอองฟอง" ห่างหายจากวงการเพลงไปนานถึง 9 ปี กลับมาคราวนี้พวกเขามีความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นดนตรีที่หนักแน่นขึ้น.. จำนวนสมาชิกที่ลดลง.. รวมไปถึงนักร้องนำคนใหม่ด้วย.. แต่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? สมาชิกเก่าแต่ละคนหายไปไหน? วันนี้แก้วอาสาไปหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ

 

คำว่า "ละอองฟอง" ตามความหมายแล้ว พี่ๆ ต้องการให้เป็นตัวแทนที่สื่อถึงอะไรคะ ?

เอ๊ะ : ครับ คือ ตอนแรกเลยเนี่ย เมื่อ 9 ปีที่แล้ว เราพยายามเล่นดนตรีสไตล์นี้น่ะครับ แล้วนักร้องก็เสียงเล็กๆ เราก็เลยนึกถึงเด็ก สดใสๆ มองโลกในแง่ดี คือ เราไม่อยากแก่ไง (หัวเราะ) ก็เลยรู้สึกว่า น่าจะหาศัพท์มาแทนคำว่า "เด็กๆ" หน่อย ก็เลยไปเจอคำว่า "ออง-ฟอง" มันเป็นภาษาฝรั่งเศสครับ แปลว่า เด็ก แล้วทีนี้เราก็คุยกันในวง ว่าชื่อมันภาษาฝรั่ง เราไม่อยากได้เลย อยากได้ภาษาไทย ทำไงดีให้มันได้ทั้งภาษาไทยแล้วก็มีภาษาอังกฤษอยู่ด้วย จากนั้นเราก็เลยไปให้เพื่อนๆ ช่วยกันคิด เขาก็เติมคำว่า "ละ" เข้าไป เป็น "ละอองฟอง" แล้วมันก็ใช่เลย คือมันได้ตรงตามคอนเซ็ปต์ที่เราอยากให้เป็นด้วย คือ เป็นเด็กๆ ที่สดใสๆ น่ารักๆ แบบละอองของฟอง

ค่ะ ขอย้อนกลับไปถามถึงจุดเริ่มต้นเมื่อ 9 ปีที่แล้วหน่อยได้มั้ยคะ สมัยที่ยังเป็น 4 หนุ่ม 1 สาวอยู่ ว่ามาร่วมงานกันได้อย่างไร ?

เอ๊ะ : ตอนนั้นก็เริ่มจากผมกับชมพู่ (วิสาห์) ครับ ไปประกวดร้องเพลงกันก่อน นานมากแล้วที่งาน "ขนนกกับดอกไม้" ของพี่เบิร์ด พอเสร็จปุ๊บ ผมก็ได้ที่ 2 ไง ส่วนชมพู่ก็ได้ที่ 3 ที่ 4 ประมาณนี้ จากนั้นก็ได้เข้าไปเทสต์ที่แกรมมี่ด้วยกัน แล้วเขาก็บอกว่าให้เราทำเป็นวง ชมพู่ก็เลยบอกให้ผมช่วยไปหาสมาชิกมา ผมก็เลยไปหาพี่โหน่ง พี่ฟลุค ชวนกันมาทำ ตอนนั้นเราอยู่ในสังกัดของ มอร์มิวสิกครับ มีพี่โอ๋ (ดูบาดู) เป็นโปรดิวเซอร์ให้ แล้วเราก็ซ้อมกัน ทำเพลงกัน แต่พอสักพักก็โดนพวกมาร์เกตติ้งของค่ายมาแก้เพลง บอกว่าถ้าจะออกก็ให้รื้อใหม่ ทำใหม่ ตอนนั้นเสียความรู้สึกมากๆ ครับ รู้สึกแย่มากๆ คือพวกเรายังเป็นเด็ก แล้วเราก็ร้อนวิชาด้วย คือพวกเราทุกคนรักดนตรีครับ แข่งกันมาเยอะ เล่นกันมากเยอะ พอมาโดนสั่งแก้ปุ๊บ เราก็เลยคิดว่าไม่เอาละ ถ้าแก้ขนาดนี้เราก็ไม่ทำ คือตอนนั้นเราติสต์ (หัวเราะ) ไม่ได้เราก็ไม่อยู่

จากนั้น...

เอ๊ะ : จากนั้นเราก็ออกมากัน แล้วพอดีแมนเขาก็เสนอมาว่า เขารู้จักพี่ฮาร์ท คือเบิร์ดกะฮาร์ทน่ะครับ เขาเปิดค่าย "ร่องเสียงลำไย" ในตอนนั้น เราก็เลยเข้าไปคุยกับพี่ฮาร์ท แล้วพี่ฮาร์ทเขาฝรั่งมาก เขาบอกทำเลย ไม่แก้ด้วย อยากทำไรก็ทำ คือเราก็แฮปปี้มากครับ มันเพียวจริงๆ แล้วเราก็เลยอยู่กับ "ร่องเสียงลำไย" เขาก็เอาเราไปโชว์

ผลตอบรับดีมั้ยคะในตอนนั้น ?

เอ๊ะ : เสีย self ครับ คือตอนนั้นคนฟังอินดี้น้อยมาก พอเราขึ้นไปเล่น เขาก็จะมองว่าวงอะไรเนี่ย เล่นอะไรเนี่ย คือ เราเล่นกันเยอะมากๆ
แมน : เล่นมา 52 เวที ใน 3 เดือนครับ
เอ๊ะ : คือตอนนั้น เราอาจจะมาผิดที่ผิดเวลา คนไทยอาจจะยังไม่รู้จักเพลงแบบนี้ เราก็เลยเสีย self มากๆ เรียกว่าผลตอบรับไม่ดีเลยครับ

จากนั้นสมาชิกเดิมทำไมถึงหายไปล่ะคะ ?

เอ๊ะ : ด้วยความที่ผลตอบรับในตอนนั้นมันไม่ค่อยดี มันไม่ดีเลยแหละ (หัวเราะ) แล้วเราก็มีปัญหาหลายๆ อย่าง แต่ละคนก็เลยแยกกันไปทำงานของตัวเอง อย่างโหน่ง เขาก็ไปเปิดค่ายเทป ไปทำงานกับทีโบน พี่ฟลุคก็ไปเล่นอยู่กับ Tea For Three ส่วนชมพู่กับแมนเขาก็ไปทำงานออกแบบ จนผ่านไป 4 ปี มาถึงงาน FaT Festival ครั้งที่ 1 ทางเจ้าของงานเขาชวนวิสาห์ไปเล่นครับ แล้วชมพู่ก็มาชวนๆ บอกละอองฟองกันมะ? เราก็เลยตกลง ก็ได้ไปเล่นกัน ในตอนนั้นพี่โอ๋ (ดูบาดู) ก็มาเล่นกับเราด้วยครับ

เป็นยังไงบ้างคะ บรรยากาศวันนั้น ?

เอ๊ะ : ตกใจครับ คนดูเยอะมากๆ มีคนรู้จักเราแล้วอัลบั้มของเราตอนนั้น Black Sheep เขาได้ซื้อลิขสิทธิ์จาก "ร่องเสียงลำไย" เอามาปั๊มขายใหม่ แล้วคนก็ซื้อ มันเลยกลายเป็นแรงผลักดันในการทำอัลบั้มต่อ เราก็ชวนๆ ชมพู่ว่า เฮ้ย! ทำกันเถอะ ชมพู่ก็บอก เอาๆๆๆ คือตอนนั้นยังมีไฟกันอยู่ (หัวเราะ)

ขอคั่นตรงนี้ก่อนนะคะ... แล้ว ณ ปัจจุบันนี้พี่ๆ อีก 3 คนเขาทำอะไรกันอยู่คะ ?

เอ๊ะ : ณ ตอนนี้นะฮะ ชมพู่อยู่กับสามีที่อเมริกาครับ เรียนปริญญาเอกอยู่.. ส่วนคุณโหน่ง ก็อยู่กับทีโบน อยู่กับหัวลำโพงริดดึ้ม ทำเพลงโฆษณากันอยู่.. แล้วพี่ฟลุคตอนนี้ก็อยู่กับ Tea For Three ครับ

โอเคค่ะ กลับมาที่เรื่องเดิม หลังจากที่พูดคุยเรื่องจะทำเพลง จากนั้นเป็นยังไงต่อคะ ?

เอ๊ะ : ตอนนั้นก็เหลือ 4 คนครับ เพราะพี่โหน่ง แกมีโปรเจ็คต์ของแกอยู่ ก็... นานมากครับ 1 ปีก็แล้ว 2 ปีก็แล้ว ก็ยังไม่เสร็จกันสักที

นับจากอัลบั้มแรก Volume 1 ก็เท่ากับประมาณ 6 ปี ?

เอ๊ะ : ครับ ก็นานมากครับ ก็ยังไม่เสร็จ แล้วตอนนั้นชมพู่เขาเป็นอาจารย์อยู่ที่เกษตรฯ ด้วยครับ เวลาก็ไม่ค่อยมี
แมน : ในตอนนั้น เราก็มีเพลงที่เริ่มแต่ง เริ่มเล่นแล้วครับ ก็ลองให้ชมพู่ร้องดูบ้าง ประมาณ 2-3 เพลง จนกระทั่งมีข่าวว่าเขาต้องไปเรียนต่อ
เอ๊ะ : ตอนแรกเขาบอกเราว่าไปแค่ปีเดียว ไปๆ มาๆ ก็หายไปเลย เราก็เอ๊า! เมื่อไหร่จะกลับ แล้วชมพู่ก็บอกว่า เนี่ยกำลังจะตั้งรกรากที่นี่ เนี่ย.. เดี๋ยวแม่กำลังจะตามมา สามีก็กำลังจะมา เราก็อ้าว.. ทำไมล่ะ (หัวเราะ) เขาบอกว่าอยากร้องนะ แต่ว่าตอนนี้มันยังติดอยู่

เจอพี่ชมพู่ทิ้งซะงั้น ?

เอ๊ะ : (หัวเราะ) แต่เราก็ยังรอเขานะคะตอนนั้น ปีนึงก็แล้ว 2 ปีก็แล้ว ก็เลยไม่ไหว คุยๆ กันว่าอยากทำๆ ก็เลยคุยกับชมพู่ว่าขอทำก่อนนะ กลับมาค่อยว่ากันอีกที (หัวเราะ) ตอนแรกว่าจะเอาจูน (Bear-Garden) ว่าจะชวนเขามาอยู่กับเรา แต่ว่าตอนนั้นเขาก็ทำวงของเขาอยู่ ก็เลยไม่ได้มาทำด้วยกัน
แมน : แล้วก็... จริงๆ จุดเริ่มต้นในการอยากทำอัลบั้มใหม่ตอนนั้นมันมาจากค่ายๆ นึงด้วย เขาก็มาคุยกับเราว่าจะลงทุนให้เรา แต่เราก็บอกว่าเรายังไม่มีนักร้องนะ เขาบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวหาให้ หาใหม่ได้ เราก็เลยทำๆ ตอนนั้นเพลงเสร็จไปประมาณ 5 - 6 เพลงได้แล้ว

เพลงที่ว่านี้ คือเพลงที่อยู่ใน EP. Volume 2 หรือเปล่าคะ ?

เอ๊ะ : ครับ ใช่ครับ ตอนนั้นเราก็ทำเพลงกัน หานักร้องกัน ถามจากเพื่อนๆ ให้ช่วยหาให้หน่อย โดยเราอยากได้แบบคอนเซ็ปต์ละอองฟอง คือ มีสเน่ห์ สดใส มองโลกในแง่ดี ไม่จำเป็นว่าต้องเหมือนชมพู่ เพราะแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว

แล้วมาเจอออนได้ยังไงคะ ?

เอ๊ะ : พอดีว่าเพื่อนผมเขาเป็นอาจารย์อยู่ที่ "มีฟ้า" ครับ เขาก็ส่งลูกศิษย์มา 4 คนลองให้ฟังเสียง ตอนแรกที่เห็นรูปน้องออนในตอนนั้น รู้สึกเลยว่า "จะรอดมั้ยเนี่ย" (หัวเราะ) คือเขาดูคุณหนูมากๆ แล้วก็ลองฟังเสียงเขาดู คือผมจะฟังคาแรกเตอร์ของเสียงมากกว่าว่าใช่หรือเปล่า พอดีว่าฟังแล้วใช เขาเป็นละอองฟองเลย จากนั้นก็เลยเรียกเขามาคุยๆ กัน ให้เข้าใจในจุดประสงค์ของการทำงาน คือเราทำเพราะชอบ ทำเพราะอยากสนุก
ออน : ตอนแรกไปเทสต์มาหลายที่จนเกือบได้เป็นนักร้องวงร็อคแล้วค่ะ (หัวเราะ) คือ จริงๆ หนูไม่ชอบเพลงร็อค วงร็อคเลย แต่อาจารย์ส่งไปเทสต์แล้วมันดันได้ หนูเลยคิดๆ ว่ามันจะดีเหรอ ก็เลยปฏิเสธไปไม่เอา แล้วพอมาเจอพี่เอ๊ะ ก็รู้สึกว่ามันใช่ คุยกันแล้วถูกคอด้วย ก็เลยตกลงทำกับพี่เขา

ก่อนหน้านี้ออนเคยฟังเพลงของละอองฟองมาก่อนหรือเปล่า เคยรู้จักมาก่อนมั้ยคะ ?

ออน : เคยได้ยินชื่อ คือแต่ก่อนหนูไม่ได้ฟังแฟต แล้วถ้าไม่ฟังแฟตก็จะหาเพลงของละอองฟองฟังยากมาก เพื่อนๆ ที่มหา'ลัยหนูเขาก็จะเป็นแบบเดียวกัน คือ ถามว่ารู้จักละอองฟองมั้ย คือรู้จักแต่ว่าเพลงอะไรดัง (หัวเราะ)

กดดันมั้ยคะ ที่ต้องมาถูกเปรียบเทียบกับพี่ชมพู่ ?

ออน : กดดันๆ คือ แฟนตัวจริงของละอองฟองเขาเยอะมากๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่กลุ่มใหญ่ แรกๆ ก็จะไม่ค่อยรู้สึกค่ะ แต่พอจะไปงานแฟต ก็มีคนมาพูดๆ ว่า เราจะเหมือนหรือเปล่า จะเสียงแง้วๆ เหมือนกันหรือเปล่า ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเห็นหน้าเรา แต่พอผ่านไปสักพักเขาก็ยอมรับ ไม่มีคนมาว่า แค่ไม่มีคนมาว่าแค่นี้ก็ดีแล้วค่ะ (หัวเราะ) แล้วอีกอย่าง พี่เอ๊ะกับพี่แมนเขาก็คอยให้กำลังใจด้วย เวลาเราพลาดเขาก็ไม่ว่า

ค่ะ กลับมาที่จุดเริ่มต้นของการทำ EP. หลังจากที่ได้เจอนักร้องใหม่ แล้วจากนั้น...

เอ๊ะ : คือ จริงๆ เราทำวิกฤตให้เป็นโอกาสครับ ที่บอกว่ามีค่ายๆ นึงจะลงทุนให้เรา จะปั้มซีดีให้เราไปขายที่งานแฟตน่ะครับ ก่อนงานแฟตเพียง 3 อาทิตย์เขามาบอกเราว่าอย่าทำเลย ใครๆ เขาก็ทำขายกันงานแฟตทั้งนั้น อย่าทำเลย เราก็เอ้ยยย.....!!! ทำไมเป็นอย่างนี้

คือ ตอนนั้น เพลงก็จะเสร็จแล้ว นักร้องนำก็หาได้แล้ว แต่อยู่ๆ เขาก็ไม่ทำให้

ออน : ใช่ ตอนนั้นหนูฝึกร้องได้หมดแล้ว เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือ การอัดอย่างเดียว ก็นึกว่านายห้างจะอัดให้
แมน : คือ มันมีเพลงหมดแล้วฮะ เหลืออัดอย่างเดียวจริงๆ แล้วเขาก็มาปฎิเสธเราก่อนงานแฟตแค่ 3 อาทิตย์
เอ๊ะ : แต่ก็ด้วยบารมีของบุญเก่า ผมเลยไปหาพี่เต็ดครับ คือเพื่อนของผม โอ๊ต Street Funk Rollers น่ะครับ เรามีอะไรก็จะคุยๆ กันตลอด เขาก็เลยให้เบอร์พี่เต็ดกับผมมา บอกว่าลองโทรไปดูดิ เผื่อพี่เขาจะช่วยอะไรได้บ้าง ผมก็เลยโทรหาพี่เต็ด บอกว่า "พี่เต็ดครับ จำผมได้มั้ยครับ ผมเอ๊ะ ละอองฟอง" จากนั้น 2 วันก็เลยได้เข้าไปหาพี่เขาที่คลิคครับ แล้วพี่เขาก็ช่วยหาบูธ หาเวลาเล่นให้เรา
ออน : ขึ้นก่อน พี่นภ พรชำนิ ด้วย (หัวเราะ) มันเป็นเวทีแรกของหนู เวทีใหญ่ด้วย คนเยอะมากๆ
เอ๊ะ : ในงานแฟตครั้งนั้นเราขายได้เยอะครับ 2 วัน 700 กว่าแผ่น คือ ตกใจมากครับ คนมาซื้อเยอะ พอเล่นเสร็จก็มีคนมาถามหาเยอะ มาหาเราที่บูธก็เยอะ
ออน : แล้วตอนนั้นก็ได้เจอพี่ที่ร้านน้อง เขาก็บอก ละอองฟองเหรอ เอามาเลยๆ หามานาน (หัวเราะ)
เอ๊ะ : แล้วเราก็ส่งไปที่ดีเจสยามด้วย เขาก็ช่วยโปรโมตให้เรา

นับว่าผลตอบรับตอนนั้นดีมากๆ จนมาถึงอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ?

เอ๊ะ : หลังจากวันนั้ก็มีคนมาจีบเราเยอะฮะ นายห้างเก่าก็กลับมา แต่ว่าเราเล่นตัวนิดนึง (หัวเราะ) จนได้เข้าไปคุยที่แกรมมี่ครับ ในส่วนของกรีนไลท์ ช่วงอัลบั้ม Sleepless นี่เอง แต่ไปๆ มาๆ เขาก็บอกว่าเขาไม่เซ็นสัญญากับเรานะ คือทางค่ายเขาสังคายนาค่ายใหม่ด้วย เราก็เสียความรู้สึก จากนั้นก็มีพี่คนนึง ชื่อพี่กฤษณ์ พี่เขาเคยทำงานอยู่ Greenlight แล้วเขาก็ออกจากกรีนไลท์เหมือนกันในช่วงนั้น เขาก็เลยแนะนำเราให้รู้จักกับพี่เต้งครับ เจ้าของ Spicydisc แล้วพอเราเข้าไปคุยกับพี่เต้ง พี่เขาก็โอเค เขาก็จ่ายค่าห้องอัดให้เรา เพลงเราเองก็เสร็จหมดแล้ว ก็แค่ยื่นมาสเตอร์ให้เขาเลย

ใช้เวลานานมั้ยคะกับชุดนี้ ?

แมน : ถ้าตั้งแต่เริ่มแต่งเพลงก็ 4 - 5 ปี แต่ถ้าเริ่มอัดจริงๆ ก็ 3 - 4 เดือนครับ

แล้วในอัลบั้มนี้มีเพื่อนๆ พี่ๆ ศิลปินคนอื่นมาช่วยด้วยหรือเปล่าคะ ?

เอ๊ะ : มีโอ๊ต จาก Street Funk Rollers มาเขียนให้เพลงนึง.. ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า มาช่วยด้วยเพลงนึง..
ออน : แล้วก็มีภรรยาของพี่เอ๊ะมาช่วยเขียนเรื่องราวเพลงนึง หนูเองก็เขียนด้วยเพลงนึง ชื่อเพลง "ดอกไม้" (หัวเราะ)

แนวเพลงล่ะคะ แนวเพลงในแบบของละอองฟองจัดว่าเป็นแนวไหนคะ ?

เอ๊ะ : จริงๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Pop ล่ะครับ คือที่เคยบอกว่ามันเป็นร็อค คือมันหนักแน่นขึ้นในเรื่องของกีต้าร์
แมน : แต่จริงๆ ผมว่ามันก็ไม่ร็อคนะ เมื่อเทียบกับร็อคจริงๆ

ความเป็นละอองฟองในวันนี้ แตกต่างจาก 9 ปีที่แล้วยังไงบ้างคะ ?

แมน : ดนตรีโตขึ้น ความคิดในการเรียบเรียงให้มันเป็นแบบแผนจะมีมากขึ้นครับ
เอ๊ะ : คือ ชุดแรกๆ อย่างที่บอกว่าเราร้อนวิชา อยากเล่นก็เล่น ไม่มีหลักการดนตรี เราอยากทำอะไรก็ทำ ไม่มีใครมาบอกว่าอันไหนผิดอันไหนถูก แต่ถ้าให้กลับไปทำเหมือนที่เราเคยทำ เราก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะอิทธิพลที่เราได้รับในระหว่างที่เราโตมันไม่เหมือนกันละ ด้วยวัยด้วยอะไรหลายๆ อย่าง และในอัลบั้มนี้ เราพยายามลดความซับซ้อนของดนตรีลง ให้คนฟังรู้สึกว่าฟังง่ายขึ้น แต่ความยากในการเล่นยังมีเหมือนเดิม คือ ถ้าทุกคนนั่งฟังเพลงของเราเฉยๆ ก็จะรู้สึกว่าฟังง่ายนะ แต่ถ้าลองหยิบกีต้าร์ขึ้นมาแกะ ก็จะรู้ว่ามันไม่ง่าย (หัวเราะ)

วันวางแผงล่ะคะ เมื่อไหร่เอ่ย ?

เอ๊ะ : ก็รู้สึกว่าจะเร็วๆ นี้ฮะ ในเดือนนี้ คือถ้าได้วางปุ๊บเราก็สบายใจละ แฮปปี้ละ

ความคาดหวังในอัลบั้มนี้ของแต่ละคน ?

ออน : หนูพอละนะ พอเราเข้าไปดูในเว็บบอร์ด รู้สึกว่ามีคนที่รอเรา ชื่นชอบเราแค่นี้ก็พอใจแล้ว มีความสุขแล้ว
แมน : เหมือนกันครับ (หัวเราะ)
ออน : อ๋อๆๆ แล้วก็อีกความหวังนึงของหนูนะ อยากไปเล่นคอนเสิร์ตแล้วคนทั้งฮอลล์ร้องเพลงเราได้ มันคงดีมากๆ

ค่ะ มาที่สุดท้ายแล้ว อยากฝากอะไรกับเพื่อนๆ ที่ติดตามงานของละอองฟองกันบ้างคะ ?

แมน : ฝากเรื่อง... สำหรับคนที่ฟังเพลงของเราอยากให้ฟังกันหลายๆ รอบ เพราะฟังครั้งแรกอาจจะยังไม่รู้เรื่องหรือไม่เข้าใจ ก็อยากให้ลองฟังหลายๆ ครั้งครับ
ออน : ก็เหมือนๆกันค่ะ แล้วก็ฝากเรื่องเว็บด้วย www.laongfong.net อย่าลืมเข้าไปดูกันนะคะ
เอ๊ะ : ครับ ส่วนผมก็...ฝากว่า ถ้าใครอยากรู้จักกับละอองฟอง หรือชอบเพลงแนวนี้ ก็อยากให้รักเรานานๆ แล้วกัน เพราะเราก็ตั้งใจทำงานกันมาก คือเรายังอยากทำเพลงสไตล์นี้อยู่ อยากให้คนฟังเพลงแนวนี้มากขึ้น ฝากแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ

ค่ะ ก็ขอบคุณละอองฟองมากๆ ด้วยเช่นกันค่ะ ที่มาพูดคุยกัน ขอบคุณค่ะ

ละอองฟอง : ครับ/ ค่ะ ยังไงก็ขอบคุณด้วยเช่นกันครับ /ขอบคุณค่ะ

และในวันที่ 20 สิงหานี้ ละอองฟองจะมีมินิคอนเสิร์ต อะคูสติก ที่ Spoon ด้วยนะคะ ถ้าเพื่อนๆ ว่างก็อย่าลืมตามไปให้กำลังใจพวกเขาทั้ง 3 คนด้วยล่ะ น่ารักอย่างนี้ไม่ติดตามได้ไง จริงมั้ยคะ ^ _ ^

thx : la ong fong / deejaypat
by : vj~kaew~

 

วันที่ : 2006-11-09
อ่านแล้ว : 925 ครั้ง

 

 

  1. หน้า 1


bee
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 1

ชอบละอองฟองมากเลย
อยากได้แผ่นเก่าๆเก็บไว้
เสียงสุดยอดเลยคะ

เมื่อ 2008-04-30 10:07:30

  1. หน้า 1
แสดงความคิดเห็น

ชื่อ
*

อีเมล์
*

ความคิดเห็น
*



 

Songburi Scoop เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับเพลงอินดี้

Scoop

 
Groove Riders

Artist On Frame

Groove Riders

Groove Riders คือ กลุ่มศิลปินดิสโก้ฟังก์ ที่ประกอบไปด้วยบุรินทร์ : นักร้องนำ ที่มีเสียงโดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ พร้อมท่วงท่าการเต้น ที่สามารถทำให้คนฟั ...
 
ยังไม่จบอ่านต่อ ...
 

Songburi Chart อันดับเพลงอินดี้

Tuning Chart

1 รู้ว่ามีอยู่ก็สายไป
PIXEL
2 ถ้ายังรัก
CRESCENDO
3 เงินล้าน <1week>
MODERNDOG
4 ไม่รู้หรือไม่รัก
PIXEL
5 คืนที่หนึ่ง <1week>
ชิน ชินวุฒิ