Mv คาราบาว Knock The Knock Mola Mola Sunshine Groove Riders Fat Festival 8 ภาพยนตร์ Crescendo Songburi Friday Concert Tiger Translate Sony Bmg สนามหลวง Nuvo แฟต เฟสติวัล ต้า สมิทธ์ ฟิล์ม รัฐภูมิ อพาร์ตเมนต์คุณป้า จุ๋ย จุ๋ยส์ อะคูสติก Mild Circle 22 Lula เสนาหอย Scrubb Fat Festival Tk Park Flure คอนเสิร์ต Activity อัลบั้มใหม่ Spicydisc Party Good September
ลิปตา Can U See Me ?![]()
‘เคยเห็น’ ใคร ที่มีคุณสมบัติคล้ายๆ แบบนี้กันหรือเปล่าค่ะ ?!?
หนุ่มคนแรกกับบทบาทของนักแต่งเพลงรุ่นใหม่ไฟแรงและมือคีย์บอร์ดมือฉมังของวง ผู้ที่มากับรอยยิ้มพิมพ์ใจ อีกทั้งยังเป็นหนุ่มที่รักอะไรก็รักจริงเข้าขั้น จนได้ตำแหน่งสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ‘เบเกอรี่’ เชือดเฉือนกับผู้เข้าชิงร่วมค่ายชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด…
และอีก 1 หนึ่งหนุ่มนักร้องนำหน้าทะเล้น แต่เสียงดีใช่เล่น เพราะในอดีตมีดีกรีเป็น 1 ในคณะนักร้องของวง TU Band และหลังจากเข้าวงการก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีลีลาการโชว์บนเวทีไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะท่าเต้นและท่ากระโดดไม้ตายแบบเร้าใจสุดๆ...

พอจะเดากันได้หรือยังค่ะ แต่อย่างว่าใบ้กันซะขนาดนี้... 2 คนนี้ คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคู่ดูโอ้แห่งวงลิปตา นายแทน (ธารณ ลิปตพัลลภ) และนายคัตโตะ (อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล) นั่นเอง ที่ล่าสุดได้ออกอัลบั้มชุดที่ 2 “Can U See Me ?” มาให้แฟนได้ติดตามกัน ซึ่ง Songburi ก็มีโอกาสไปเก็บเกี่ยวบทสัมภาษณ์ของ 2 หนุ่มคู่ซี้คู่นี้มาฝากด้วยล่ะว่า 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่อัลบั้มชุดแรก ‘ลิปตา’ จนกระเถิบเข้ามาเป็นอัลบั้ม “Can U See Me ?” นั้น พวกเขาได้ผ่านอะไรกันมาบ้าง... รู้กันบ้างหรือเปล่าว่าเราเกือบจะไม่ได้ฟังอัลบั้มชุดนี้ของพวกเขาแล้วนะเนี่ยะ!! แต่อะไรทำให้พวกเขายืนหยัดทำเพลงให้เราๆ ได้ฟังกันต่อนั้น... บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้มีคำตอบจ้า
...................................................................................................................................
Molekul : เป็นอย่างไงบ้างกับฟีดแบ็คอัลบั้มชุดใหม่ชุดนี้
แทน : ก็ดีครับ เขาฟังกันแล้วก็บอกว่ามันแตกต่างจากชุดเดิมนะ
คัตโตะ : มีคนบอกว่าดีกว่าเยอะมาก วันก่อนผมไปเดินสยาม ได้ยินเขาว่ากันว่าชุดหนึ่งมันเกือบจะเพราะ ยังไม่ค่อยเพราะเท่าไร ชุดนี้มันดูเหมือนจะเป็นเนื้อเรื่องเดียวกันมากขึ้น แต่ผมก็ไม่รู้นะครับ เพราะบางคนเขาก็จะบอกว่าชุดหนึ่งดีกว่า มันก็เลยมีหลายความเห็นกันไป
Molekul : ไปไงมาไง จนมาลงเอยเป็นอัลบั้ม Can U See Me ? ได้ล่ะจ๊ะ
แทน : ช่วงต่อจากชุดแรก ระหว่างนั้นเราก็มีโปรเจ็คต์ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ทั้งของลิปตาเอง หรือของคัตโตะ หรือก็ของแทนเองด้วย ปนๆ มั่วๆ กันไปอยู่พักหนึ่ง พอประมาณปีที่แล้ว พี่บอยก็โทรมาว่า เฮ้ย!! ถึงเวลาแล้วนะ ซึ่งจริงๆ เราต้องเริ่มวางแผงตั้งแต่เมื่อสิงหาปีที่แล้ว ซึ่งในที่สุดเราก็ทำไม่ทัน แต่พอดี Friday เขาทำเสร็จพอดี Friday ก็เลยได้ลงก่อนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งพี่บอยก็บอกโอเค ทีนี้ไม่ต้องรีบแล้ว ให้เวลาเต็มที่เลย ทำเสร็จเมื่อไหร่ก็บอกพี่บอยก็แล้วกัน เราก็รู้สึกไม่ได้แล้ว เกรงใจแล้ว พี่บอยเอ่ยปากมาขนาดนี้ เราก็เลยเข้าห้องอัด หมกตัวอยู่ด้วยกัน สองเดือน โดยที่ปิดรับงานอื่นๆ จนได้อัลบั้มชุดนี้มาครับ
Molekul : เห็นก่อนหน้านี้แทนไปฝึกมือทำงานให้คนอื่นมาเยอะ พอกลับมาทำงานของตัวเองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
แทน : ยากมากครับ คิดไม่ออกเลย เพราะว่าการเขียนเพลงให้ลิปตา มันยากมากกว่าการเขียนเพลงให้คนอื่น อย่างเราเขียนเพลงให้น้องพลอย ณัฐชา (เพลง what do I do) หรือ Jetset’er (เพลงใจร้าย) โจทย์มันค่อนข้างง่าย คาร์แรกเตอร์มันค่อนข้างชัดเจนว่า น้องพลอยเขาต้องการแบบนี้นะ Jetset’er ก็จะเป็นแนวแบบนี้นะ แต่ของลิปตา เนี่ยะ มันต้องคิดเยอะ แล้วไม่ใช่แค่ๆ นั้น มันต้องโอเคกันด้วย
คัตโตะ : ผมเรื่องมาก ว่างั้นเถอะ
แทน : คืองานนี้มันเป็นงานของเราเองด้วย มันเป็นหน้าตาของเรา ทำให้กว่าจะออกมาแต่ละเพลงต้องคิดแล้วว่าดีจริง
คัตโตะ : แทนเขาจะทำเพลงไปเรื่อยๆ เก็บเพลงไปเรื่อยๆ คือทำเก็บไว้เป็นสต็อก แล้วก็มีศิลปินมาเลือกๆ ไป ผมก็จะเป็นคนคอยยักยอก เฮ้ย!! เพลงนี้เด็ด น่าจะอยู่กับลิปตามากกว่า ก็เลยแอบมาขโมยไว้ เก็บไว้
Molekul : พอแทนทำเพลงออกมา แล้วคัตโตะมีส่วนร่วมอะไรบ้าง
แทน : เยอะเลยครับ
คัตโตะ : สมัยก่อนแทนเขาจะเป็นเผด็จการนิดหนึ่ง เป็นแบบเบ็ดเสร็จมาว่าจะต้องเป็นอย่างนี้ๆ นะ แต่ชุดนี้ผมก็แบบว่าจะเริ่มคิดบ้าง ซึ่งพอแทนเขาทำมาถึงจุดหนึ่ง ที่มี Hook มีอะไรอย่างนี้ เขาก็บอกเออ...แล้วเนื้อเรื่องมันน่าจะเป็นอย่างไรต่อ
แทน : ก็มานั่งคุยกัน แล้วก็เถียงกันในห้องอัดก่อนที่คัตโตะจะร้อง ซึ่งมันก็จะได้ความสดอีก feel หนึ่ง คล้ายๆ ว่า เราไปเจอผู้หญิง โดยที่เราไม่ได้เตรียมพร้อม มันจะได้ความตื่นเต้นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งแทนที่เราจะต้องพูดอย่างนี้ๆนะ เราดันไปถึงข้างหน้าซะแล้ว แล้วเราก็จีบผู้หญิงโดยที่เราไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะต้อง Feel ไหน ก็จะสนุกไปอีกแบบหนึ่ง
คัตโตะ : หลักๆ ก็คือ ลิปตา มันจะเป็นเรื่องของคนที่เขียนเพลงกับคนที่ร้องเพลง ดังนั้น ก็จะมีเรื่องมากอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน คือ แทนเขาจะเรื่องมากตรงเรื่องเนื้อเพลง ส่วนผมก็จะเรื่องมากในเรื่องการร้อง เฮ้ย..อยากร้องแบบนี้ อะไรแบบนี้ ซึ่งคำไหนเราไม่ชอบเราก็ไปแก้ของเขา เขาไม่ชอบที่เราร้องเสียงแบบไหน ก็จะมาคอมเม้นท์กัน
Molekul : ที่มาของชื่ออัลบั้ม Can U See Me ?
คัตโตะ : Can you see me ? มันเกิดมาจากแม่แทนเช่นเคยครับ เหมือนกับคำว่า ลิปตา ที่แม่แทนตั้งให้เพราะตอนนั้นเราเป็นแค่คน 2 คน ที่รักในการทำดนตรี และยังไม่มีใครรู้จัก หน้าตาก็ไม่มีใครเคยเห็น ถ้าเปรียบเทียบเป็นภาพก็คงจะเป็นภาพที่อยู่ไกล แบบสุดๆ เลย (แบบลิบตาเลย) พอมาชุดสองที่ชื่อ Can you see me ? ก็เพราะคุณแม่เขาอีกบอกว่า เฮ้ย..ตอนนี้มันเหมือนกับผ่านมาสักพักหนึ่งแล้ว ถ้าดูจากที่เรารู้จักกันมาก็ประมาณ 4 ปี ทำอัลบั้มมาก็ชุด 2 แล้ว ถ้าเทียบกับคนที่กำลังเดินทางมา มันก็กระเถิบเข้ามาแล้ว ลิปตาก็เลยอยากจะถามคนฟังว่า ‘เห็นฉันหรือยัง?’ เลยตั้งชื่อว่าอัลบั้มชุดนี้ว่า Can you see me? ครับ
Molekul : แล้วเวลาไปเจอแฟนๆ เขาจำเราได้หรือยัง
แทน : อืม แฟนเพลงของลิปตา นี่ค่อนข้างจะแตกต่างกับวงอื่นๆ พอสมควรเลยครับ แบบว่าแฟนเพลงของเราที่เป็นคนซื้อ CD นั้น จะเป็นแฟนเพลงคนละกลุ่มกับคนที่ตามไปดู Live ของเรา ซึ่งคนที่ไปดู Live เขาก็อาจจะตามมาซื้อซีดีตอนหลัง แต่คนที่ซื้อซีดีจะหาได้น้อยมากที่จะไปดู concert เรา มันจะแปลกมากเลยครับ อืม...
คัตโตะ : คนจะรู้สึกว่า เวลาฟังซีดี Can you see me ? ที่เป็นแผ่นสตูดิโอนี่ก็แบบหนึ่ง แต่เวลาไปฟังเราเล่นจริง มันก็จะเหมือนเป็น Can you see me ? อีกแผ่น อีกเวอร์ชั่นหนึ่งเลย เพราะอย่างดนตรีที่เราไปเล่นสด มันก็จะแตกต่างไปกับใน CD ครับ บางเพลงก็จะเปลี่ยนแนวไปเลย บางเพลงก็มีท่อนเพิ่มเข้าไป มีเนื้อร้องแปลกๆ อะไรอย่างนี้ครับ
Molekul : คือว่าแต่ละโชว์ แต่ละงาน ลิปตาจะคิดใหม่ทำใหม่ตลอด
แทน : ใช่ครับ คืออย่างซีดีมันก็มีไว้เพื่อฟังไงครับ กลัวเดี๋ยวเวลาขับรถจะมันส์เกินไป (หัวเราะ) ก็อยากให้เวลาที่เปิดซีฟังนั้น มันมีความสมูทอยู่ในตัว ไม่ได้หลับหรือมันส์จนเกินไป อยากให้มันอยู่ตรงกลางๆ นะครับ แต่เวลาเล่นสดมันคือความมันส์ ความเฮ้ ความโย่
คัตโตะ : ซีดีมันเหมือนกับเป็นการสื่อสารทางเดียวไงครับ แต่เวลามันเป็น Live มันก็เหมือนยิงกันไปยิงกันมา เพราะฉะนั้นเวลาที่คนได้ไปดู ก็จะได้เป็นอีกแบบ อีกอารมณ์หนึ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดเป็นแฟนลิปตาควรจะไปดู Live สักครั้งหนึ่งครับ
Molekul : เห็นซี้ๆ กันอย่างนี้ รู้มาว่าลิปตาเกือบจะไม่ได้ทำอัลบั้มชุด 2 นี้แล้ว เรื่องเป็นอย่างไรค่ะ
คัตโตะ : คือแทนเขาน้อยใจผมนะครับ ตอนนั้นผมไปทำ Rhythm & Boyd E1even1h ซึ่งเราก็ไม่ได้คิดอะไร คือพี่บอยเขาก็ไม่มีศิลปินของเขาอยู่แล้ว ก็ไปทำสนุกๆ ส่วนแทนเขาก็เหวิ้งครับ แบบคนที่ทำงานคู่กันมาด้วยกันเป็นปี ทีนี้พอผมไปทำงานอื่น แล้วเขาก็ไปเรียนโท ซึ่งมันก็เครียด มันก็หนัก ส่วนผมทำงานดนตรีมันสนุกไงครับ ชีวิตผมช่วงนั้นดูมีความสุขมาก แบบไปตรงโน้น เล่นตรงนี้ ขึ้นเหนือล่องใต้ เพื่อนเยอะแยะ เขาก็แบบเอ๊ะ...ทำไมไปกับเพื่อน 10-11 คน แล้วลืมเพื่อนคนเดียวแล้วเหรอ ก็เลยน้อยใจ ทีนี้ก็เลยเขียนเพลงไม่ได้
แทน : ช่วงนั้นชีวิตมันก็ไม่ได้จะเจอกัน ก็หายๆ กันไปพักหนึ่ง เลยทำให้มีอยู่ช่วงหนึ่งที่คิดว่าเราจะทำต่อดีไหม หรือมันควรจะหยุดไว้อยู่แค่นี้ พี่บอยก็โทรมาแล้วด้วย เพลงก็ยังไม่คืบหน้า ขนาดตอนนั้นมีโปรเจ็คต์ของ The Stranger ที่จะต้องทำของลิปตา ก็ต้องไปหาคนอื่นมาช่วย คือทำได้นะแต่ไม่สุด หรืออย่างตอนนั้นทำโปรเจ็คต์ของเซ็นเตอร์พอยท์ เพลงหลงใหล ก็ต้องไปเอาเพลงเก่า จากที่เราทำมาตั้งแต่ก่อนลิปตาชุดแรกอีก เอาออกมาทำใหม่ ผมว่าจริงๆ นะ นักแต่งเพลงทุกๆ คนเลย ถ้ามันมีปมอยู่ในนี้ (ชี้ที่หัวใจ) มันจะไม่สามารถเลย
คัตโตะ : แล้วแม่เขาก็มาบอกว่า เชื่อเถอะให้กลับมาทำงานด้วยกัน เดี๋ยวมันก็จะดีเอง เพราะที่ผ่านมามันก็จะเหมือนกับปิดเทอมกันไป แบบปิดเทอมใหญ่หัวใจมันว้าวุ่นอะไรแบบนั้น คือไม่ได้เจอกัน พอห่างๆ กันไป กลับมาเจอกันอีกที บางทีเพื่อนเราตัวใหญ่ขึ้น ทัศนคติต่างๆ เปลี่ยนไป แต่พอกลับมาอยู่ด้วยกันสักพัก ก็จะเริ่มจูนกันติด ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะวันแรกที่เราเริ่มเข้าห้องอัด เพลงในอัลบั้มมีอยู่ 12 เพลง ใช่ไหมครับ แต่เราทำกันไปแค่ 20% เอง ซึ่งพออยู่ด้วยกันไป อีก 80% ก็ค่อยๆ งอกออกมาเอง
Molekul : ตอนมาทำเพลงนี่ก็คือ เราเคลียร์ปัญหาตรงนั้นกันหมดแล้ว
คัตโตะ : ใช่ เคลียร์ด้วย และอะไรๆ หลายๆ อย่างด้วย พอแทนเอาเดโม่ไปเปิดให้พี่บอยฟัง พี่บอยก็บอกว่า เออ... ทำเหอะอยากให้มีนะ ส่วนแฟนเพลงเขาก็ถามว่าเมื่อไรจะกลับมาทำเนี่ยะ รอฟังอยู่นะ ซึ่งมันก็เหมือนพูดเล่นๆ ใช่ไหมครับ แต่บางทีมันก็เยอะมากไง จนเหมือนไม่ได้พูดเล่นๆ แล้วนะ แฟนเพลงรุ่นใหญ่ของเรา (แม่แทน) ก็จะบอกว่าแทนอย่างอนทำเพลงกันนะ น้องๆ แฟนๆ ก็บอกว่าเมื่อไหร่จะได้ฟังลิปตาอีก ซึ่งพวกนี้ใครเห็นแล้วจะรู้ว่า เขาแบบซัพพอร์ตเราสุดๆ ไปตรงไหน ก็จะมีป้าย ซื้อข้าวซื้อของไปให้ แล้วเหมือนคนพวกนี้เขาก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรของเราเลย งั้นเราก็มาทำเพลงให้คนกลุ่มนี้ก็แล้วกัน
Molekul : อะไรเป็นข้อดี-ข้อเสียของการเป็นคู่ดูโอ้กัน
แทน : ข้อดี คือตัดสินใจขาดกัน 2 คน คืออย่างวงดนตรี 4-5 คน กว่าจะตัดสินใจได้มันยาก ซึ่งถ้าเป็น 2 คนมันก็จะชี้ขาดกันไป เอาไม่เอา เอาใช่ไหม ถ้าเอาเหมือนกันก็จบ แต่ถ้าคัตโตะไม่เอา แต่แทนเอา ก็ว่าเหตุผลกันไป
คัตโตะ : ข้อเสียคือมันจะไม่มีคนกลาง คือแบบถ้ามันมีอะไรแบบที่ไม่ได้จริงๆ ก็จะไม่มีคนกลางไง แต่โชคดีที่ รสนิยมเราถือว่าใกล้เคียงกัน ประมาณ 80% อีก 20% จะใช้วิธีการหักดิบเอา (หัวเราะ) แต่ถ้ามันเกิดตกลงกันไม่ได้จริงๆ ก็จะใช้วิธีการว่า ถ้าเกิดแทนขอเรื่องนี้ เรื่องต่อไปก็จะเป็นเราขอบ้าง จะเป็นที่รู้กัน คือแลกกัน วินๆ
Molekul : เพลงในอัลบั้มที่แต่ละประทับใจ และอยากให้เพื่อนๆ ได้ลองฟัง
แทน : แทนจะชอบเพลงคนที่เจ็บกว่า เพราะแทนคิดว่าพอมาถึงจุดหนึ่งคัตโตะเขาร้องได้อย่างที่เราต้องการจริงๆ อีกทั้งเพลงนี้เป็นเพลงที่พี่บอยเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งเป็นโจทย์ที่แทนลองคิดขึ้นมาว่า คนเวลาเลิกกัน คนจะชอบเห็นใจสงสารคนที่ถูกบอกเลิก แต่ถ้าเรามองกลับกัน จริงๆ แล้ว คนที่บอกเลิกอาจจะเจ็บกว่าก็ได้ เพราะกว่าที่เขาจะกล้าพูดคำว่าเลิกกันเถอะ มันต้องใช้ความกล้าแค่ไหน เพราะเขาก็ต้องรู้ว่าคนที่เขารักที่สุดจะต้องร้องไห้ ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าจะเจ็บมากเลยๆ ก็ได้เข้าไปคุยกับพี่บอย ซึ่งจริงๆ แล้วพี่บอยกับประสบการณ์ตรงนี้ไม่ตรงกับเขาเลย แต่พี่บอยก็สามารถหาทางทำให้คนนี้ที่เราพูดถึงเป็นคนจริงๆ ได้
คัตโตะ : ผมเอาแบบที่สุดเลยนะครับ แบบที่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอะไรเลย ชอบที่สุดเลยคือเพลงชื่อว่า ‘แทนอารมณ์’ ครับ ชื่อภาษาอังกฤษก็จะเป็น ‘ธารณแอนด์คัตโตะ’ สลับกัน ที่ชอบเพลงนี้ ก็เพราะว่า คนที่เขารักเราจริงๆ คนที่เขาไปดูเราจริง ซื้อซีดีเรา ไปเชียร์เราทุกงาน เขาจะชอบเพลงนี้กัน ในเพลงมันจะมีท่อนที่ว่า “คุณอาจจะเคยนึกสงสัย ว่าทำไมฉันถึงร้องเพลงนี้ ทำไมถึงเขียนเพลงนี้ ทำไมฉันถึงเต้นแบบนี้” คือเนื้อหาในเพลงทั้งหมดมันเป็นประสบการณ์ของลิปตาจริงๆ มันคือประสบการณ์ของคน 2 คน ว่าทำไมวันหนึ่งถึงทำเพลงไม่ได้ เลิกทำเพลงไป หายไป 2 ปีครึ่ง ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น เราทำไมถึงกลับมาทำเพลงได้ คือเพลงนี้ถ้าเกิดคนธรรมดาเขาจะข้ามผ่านไปเลย ฟังแล้วคงเฉยๆ แต่ถ้าเกิดเป็นคนที่เขาฟังเพลงเราจริงๆ เขาจะชอบเพลงนี้
Molekul : อยู่ในวงการนี้มาสักพักแล้ว ประทับใจอะไรในวงการนี้บ้าง
คัตโตะ : ผมว่าคืองานอะไรก็ตามบนโลกนี้ ถ้าเราชอบมันเนี่ยะ เราจะทำโดยที่ว่ามันไม่ได้เป็นเหมือนงาน คือมันสามารถทำให้เรามีความสุขได้ทั้งๆ ที่กำลังทำงานอยู่ ทำให้เราให้เวลากับมันได้ โดยที่เรารู้สึกมันไม่ได้เป็นเวลาที่เยอะ ทั้งๆ ที่คนอื่นบอกว่าเยอะเหมือนกันนะ ทั้งซ้อม นั่งฟังเพลง หรือว่าไปดูคอนเสริตคนโน่นคนนี่ ดังนั้นที่ถามว่าประทับใจอะไร ก็คือ ความสุข ความสนุกที่เราได้รับในสิ่งที่เราได้ทำ แล้วก็ทำให้เราได้เจอคนเยอะแยะ
แทน : เจอสาวๆ ว่าง่ายๆ (หัวเราะ) ของผมเริ่มมาจากที่เราเริ่มจากเป็นแฟนของเบเกอรี่ มิวสิค เราชอบดูคอนเสิร์ตเขา เราฟังเพลงเขา เราก็อ่านเครดิตเขาทุกอัน โห ไลน์กลองอย่างนี้ใครเล่น ก็เหมือนกับว่า เราเริ่มจากจุดนั้น ว่าเราสนใจโดยที่ไม่ได้มีใครมาบังคับเราว่าเราต้องทำ มันไม่ใช่งานตั้งแต่ตอนแรกแล้ว แล้ววันหนึ่งเราได้มาทำงานในออฟฟิศ ได้เจอพี่บอย เจอพี่นภ เจอพี่ป๊อด ได้นั่งคุย ได้ทักทายกับศิลปินที่เราชอบ คือ ทุกวันนี้มันเหมือนไม่ทำงานจริงๆ จะหนักหน่อยก็ตอนช่วงที่เราอัด ต้องโดนบังคับทำโน่นทำนี่ เพลงต้องเสร็จแล้วนะ แต่ถึงยังไงการทำเพลงมันก็ยังเป็นเหมือนงานอดิเรกของเราอยู่ดี คือ มันเป็นสิ่งที่สนุกสำหรับเรา แล้วก็ยังบ้ามันอยู่ทุกวันนี้ คัตโตะก็ยังซ้อมร้องเพลง แทนก็ยังเขียนเพลงอยู่ทุกวัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ใหญ่ก็เห็นว่า สิ่งที่เราชอบน่ะมันก็ทำเป็นอาชีพได้ คือไม่ใช่เหมือนตอนแรกเราอยากทำแล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะได้อะไร แต่ทุกวันนี้มันก็ยังมี income เข้ามา ถึงมันจะไม่ได้เยอะก็ตาม แต่มันก็พอที่จะให้ผู้ใหญ่เห็นว่า สิ่งที่เราทำมามันก็โอเคนะ
Molekul : สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ชาว songburi บ้าง
แทน : ก็อย่างแรกเลย เข้าใจว่าซีดีมันแพง ทำให้เดี๋ยวนี้คนซื้อซีดีน้อยลง แต่ยังไงเราก็ยังอยากให้คนได้ฟังคุณภาพเสียงเต็มๆ จากแผ่นจริงอยู่ดี ซึ่งงานนี้เราค่อนข้างทุ่มงบไปทำกับการชุดนี้ค่อนข้างเยอะ ถ้าใครที่ไปโหลดมาคุณภาพก็จะดรอปไป ทำให้อาจไม่ได้อรรถรสอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ได้รับรู้ว่าเพลงแต่ละเพลงที่เราวางไว้ให้มันติดกัน หรือบางเพลงก็จะเข้ามาเร็วหรือช้า มันมีเหตุผลซึ่งในแต่ละเพลงแต่ละแทร็คเราก็จะพิถีพิถันมากๆ เลย ซึ่งมันเป็นคุณภาพที่เราอยากส่งให้ไปถึงทุกคนจริงๆ ครับ
คัตโตะ : อยากให้ความตั้งใจ ที่ไม่ได้ตั้งใจว่าต้องขายซีดีให้ได้เยอะๆ แต่อยากให้ความตั้งใจที่เราทุ่มลงไป ว่าทำไมเพลงสั้นกระจิดเดียว เราต้องใส่ไลน์ลงไปตั้ง 50-60 แทร็ค (อย่างเพลงแทนอารมณ์เนี่ยะ ใช้ตังค์เยอะสุดเลย แต่เป็นเพลงที่สั้นที่สุด 2 นาที เอง) หรือบางเพลงก็ไม่ได้โปรโมท ทำไมต้องทำให้แบบดีมาก ซึ่งในฐานะที่เราเป็นศิลปินนี่คืองานที่เราต้องรับผิดชอบ เพราะถ้าเกิดใครฟังแล้วบอกว่ามันห่วยว่ะ เราจะรู้สึกแย่กับตัวเองมาก ซึ่งอยากให้ลองฟังดู เราไม่ได้บอกว่ามันดี แต่มันเป็นความตั้งใจ ความทุ่มเทของพวกเราครับ

วันที่ : 2008-07-30
อ่านแล้ว : 27252 ครั้ง

PeTiTe
Post : 1

kikki
Post : 1
รักแทนกับ คัตโต๊ะมาก ๆ ชอบทุกอย่างที่เป็นลิปตา
เมื่อ 2008-10-01 12:50:51

m
Post : 1
ชอบเพลงของลิปตามากเลยค่ะ
พี่2คน น่ารักมากเลยค่ะ
\\
(* 0 *)
( )
( OO )
เมื่อ 2008-09-10 09:04:25

PUY
Post : 1
ชอบเพลงนี้มาก
เมื่อ 2008-08-31 23:09:33

mim
Post : 1
พี่คัตน่ารักจัง ^^
เมื่อ 2008-08-25 11:45:37
พี่แทนน่าร๊ากมั่กเลยอ่า รักพี่แทนคร้า
เมื่อ 2008-10-25 20:52:08