อพาร์ตเมนต์คุณป้า Good September Fat Festival คาราบาว แฟต เฟสติวัล Fat Festival 8 Songburi ภาพยนตร์ ฟิล์ม รัฐภูมิ Mola Mola Sunshine Groove Riders Concert Tiger Translate เสนาหอย Friday Activity อะคูสติก Party Sony Bmg Knock The Knock Crescendo Mv Flure จุ๋ย จุ๋ยส์ Lula Circle 22 อัลบั้มใหม่ Mild สนามหลวง Spicydisc Nuvo Tk Park ต้า สมิทธ์ Scrubb คอนเสิร์ต
Lonely Planet![]()
บทสัมภาษณ์คราวนี้ จะพาคุณไปรู้จักศิลปินกลุ่มใหม่จาก Indy Cafe ชื่อของพวกเขาคือ "Lonely Planet" ชื่อนี้ อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูบางคน วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้นครับ และเช่นเคย น้องแก้วของเรา รับหน้าที่สัมภาษณ์ให้ทุกคนได้อ่านกันอย่างเต็มอิ่มเช่นเคย :)
สวัสดีค่ะ ช่วยแนะนำตัวกันหน่อย ว่าสมาชิกมีใครกันบ้าง
สิ : ผม สิริวัฒน์ ชื่อเล่น สิครับ ตำแหน่งร้องนำและกีตาร์
โย : สวัสดีครับ ชื่อโยครับ ก็ทำหน้าที่เล่นเบสอยู่ในวงหน่ะครับ
โซ่ : จาวรินทร์ ทองผิว ชื่อเล่นชื่อโซ่ เล่นกลองครับ
![]() |
ที่มาของชื่อ "Lonely Planet" ล่ะคะ ? |
ว้าว... แอบเหงาด้วย แล้วจุดเริ่มต้นทางด้านดนตรี ของพี่ๆ แต่ละคนเป็นมาอย่างไรคะเนี่ย ?
โย : ผมเองเล่นดนตรีครั้งแรกตอนอยู่ ม. 5 ก็เล่นกีตาร์แหละครับ ด้วยความอยากเท่ห์ แล้วก็เอาไว้คลายเครียดดีด้วย เล่นเองร้องเอง เล่นแล้วให้เพื่อนร้อง อะไรประมาณนี้ แล้วพอได้เข้ามหาวิทยาลัย ก็เข้ามาที่ชมรมดนตรีเนี่ยล่ะครับ แต่ว่าทีนี้ก็ตีกลองแล้วล่ะ แล้วก็ตีกลองมาเรื่อยๆ จนเข้า ป.โทเนี่ยล่ะครับ ถึงได้มาเล่นเบส (หัดเยอะเหลือเกิน) สนุกดีครับ เล่นดนตรีคลายเครียดเนี่ย.
โซ่ : ของผมเองก็ เริ่มหัดเล่นกลองตั้งแต่สมัยอยู่ม. 1 แล้วก็เล่นมาเรื่อยๆ แล้วหยุดไปพักนึงครับ แล้วกลับมาเล่นอีกทีแบบจริงจังเมื่ออยู่มหาวิทยาลัยมหิดล จนกระทั่งไปญี่ปุ่นแล้วก็ยังเล่นอยู่จนปัจจุบันครับ
สิ : ส่วนผม คือเริ่มจากฟังเพลงไทยมาก่อนเรื่อยๆ ประเภทแกรมมี่ อาร์เอส ฟังหมด ตอนนั้นยังไม่ค่อยอะไรมากแค่ฟังไปเพลินๆ จนกระทั่งมีเพื่อนคนหนึ่งเอาอัลบั้มของ 'Blur' ชุด Park Life มาให้ฟัง เท่านั้นแหละ เกิดฮึดขึ้นมาทันที เพราะอัลบั้มนี้สุดยอดจริงๆ ในความคิดผมทั้งในแง่ของดนตรี และเนื้อร้อง ประมาณว่าสามารถฟังได้ตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ข้ามเลยซักเพลง ตั้งแต่นั้นเลยเริ่มหัดเล่นกีตาร์ พอเล่นเป็นนิดหน่อยก็หัดแต่งเพลงเอง เพลงตอนแรกๆ ห่วยมาก แต่ก็แต่งมาเรื่อยจนมาถึงเพลง Lonely Planet นี่แหละที่เริ่มดูดี ก็เลยทำเป็นเดโมมาเสนอที่ Indy Cafe ตอนนั้นทำแค่คนเดียวประมาณว่าเพลงจะดิบมากๆ เพราะทำโดยใช้อุปกรณ์เท่าที่มี คือคีย์บอร์ด เบสและกีตาร์ เท่านั้น แล้วทางโปรดิวเซอร์คือพี่เที้ยง เขาสนใจ ประกอบกับพอดีช่วงนั้นเขากำลังจะทำ Interlude4 ด้วย เลยได้ลงในอัลบั้มนั้น 2 เพลง ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ทำเพลงแบบจริงๆ จังๆ
จากตอนแรกที่พี่สิ ทำเพลงแค่คนเดียว แล้วเป็นมายังไงถึงได้มารวมตัวกันล่ะคะ
โย : อย่างที่บอกไปน่ะครับว่าเข้าชมรมดนตรี ก็เลยได้มาเจอกับสิ ซึ่งก็อยู่ปีเดียวกันกับผมเนี่ยล่ะครับ เป็นเพื่อนกัน แล้วก็เล่นดนตรีด้วยกันมาเรื่อยๆ รวมวงประกวดกัน ได้รางวัลบ้าง ไม่ได้บ้าง ไปเล่นเปิดหมวกที่สีลมบ้าง ประมาณนี้ ส่วนพี่โซ่เนี่ย ก็เป็นรุ่นพี่ในชมรมที่คอยให้คำแนะนำน้องในการเล่นดนตรีน่ะครับ ส่วนเรื่องรวมวงเนี่ย หลังจากที่สิทำเพลงใน Interlude 4 แล้ว และพอได้ทำอัลบั้มเต็ม ก็ชวนผมมารวมงานด้วย มาช่วยตีกลองทำเดโม แล้วก็อะเร้นจ์ดนตรีบ้าง แล้วพอพี่โซ่เรียนจบจากญี่ปุ่นมาพอดีช่วงนั้น ก็เลยชวนกันมาทำด้วยกันเลยครับ
ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของทุกคนใน การเข้ามาร่วมงานกับ Indy Cafe เลยหรือเปล่าคะ ?
สิ : ครับ ใช่ครับ
โย : ผมก็เข้ามาได้จากการแนะนำจากสิล่ะครับ พอเข้ามาแล้วก็สนุกดี พี่ๆ เป็นกันเองมากๆครับ น่ารักกันทุกๆ คน แต่พอถึงเวลาทำงานก็จริงจังกันดี
โซ่ : พี่ๆ น้องๆ ที่อินดี้ทุกคนมีความเป็นมิตรสูงมาก ถ้าจะพูดในเรื่องของดนตรีก็ให้ความเป็นอิสระเต็มที่ในเรื่องของแนวคิด ในเวลาที่มีปัญหา ทางพี่ๆ (พี่ปิ๊ก, พี่เที้ยง, พี่บอย, บอมบ์, etc.) ก็ช่วยเหลืออย่างดีเยี่ยมจริงๆ
|
พูดถึงคอนเซ็ปต์ของอัลบั้มนี้ |
![]() |
ค่ะ พี่ๆ ทั้งสามคิดว่าสเน่ห์ของ Lonely Planet อยู่กันที่ตรงไหนเอ่ย ?
โย : คงเป็นที่ พวกเรา 3 คนเนี่ย เรียนกันมาทางวิทย์น่ะครับ การทำงานเพลงคงเป็นคล้ายๆ การทำการทดลอง ทำไปเรื่อยๆ ดีก็ โอเค ไม่ดีก็กลับมาลองคิดว่าเป็นอย่างไร แล้วก็ลองทำใหม่ดู ประมาณนั้น ซึ่งพอเสร็จงาน ก็ค่อนข้างโอเค ครับ ก็ชอบกันทุกคน แล้วก็ซาวด์ที่ได้เนี่ย โอเคเลย ผมชอบมาก เป็นอย่างที่พวกเราต้องการเลย ก็คือแบบตอนอยู่ในห้องซ้อม มันให้ความรู้สึกดิบๆ แต่ว่าเป็นกันเองดีน่ะครับ เวลาที่คนฟังๆ กันอยู่ จะได้อารมณ์เหมือนดูพวกเราซ้อม อยู่หน่ะคัรบ
สิ : ส่วนผมว่ามันอยู่ที่ซาวน์ดนตรี และเนื้อร้องครับ คือเราชอบซาวน์ดนตรีเวลาเล่นในห้องซ้อม เวลาอัดเราเลยอัดสด แล้วใช้เอฟเฟกต์ในการอัดให้น้อยที่สุด ทำให้เวลาฟังแล้วจะรู้สึกเหมือนนั่งฟังอยู่ในห้องซ้อม ส่วนเนื้อร้องก็อย่างที่บอกมันคือชีวิตจริงของผมครับ
ในส่วนของการทำงานล่ะคะ มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างไรบ้าง ?
สิ : ก็ช่วยกันครับ ผมจะวางแค่คอนเซ็ปหลักๆ เพื่อกำหนดทิศทางของอัลบั้ม ที่เหลือก็จะช่วยกันออกความคิดเห็น
โย : ตัวผมเนี่ย ก็ทำงานในส่วนของการเล่นเบส แล้วก็อะคูสติกกีตาร์น่ะครับแล้วก็ช่วยอะเร้นจ์ดนตรีด้วยครับ
โซ่ : ของผมก็ ตีกลอง กับ เพอร์คัสชั่นเท่านั้นครับ
เพลงเปิดตัวที่ทำให้คนรู้จัก Lonely Planet ?
สิ : ก็คงเป็นเพลง 'Lonely Planet' นั่นแหละครับ เป็นเพลงที่มีเมโลดี้ป้อปและมีกลิ่นไอของความเป็น Brit Pop อยู่เล็กๆ ฟังง่ายครับ
โย : เพลงนี้บอกถึงความเหงาของวงเราได้ดี
เพลงไหนในอัลบั้มที่บอกความเป็นตัวเองของพี่ๆ ได้ดีที่สุดคะ ?
สิ : ความจริงก็ทุกเพลง แต่ถ้าจะชัดเจนที่สุดคงเป็น 'Lonely Planet' อีกแหละครับ
โซ่ : สำหรับผมซึ่งตีกลอง ผมชอบเพลงภาพลวงตาที่สุด เพราะว่าเป็นเพลงที่แตกต่างจากทุกๆเพลง และเป็นเพลงที่ผมคิดว่า ภาคของกลองนั้น ค่อนข้างจะถูกใจมาก(ตีเสียว่าให้สัก 95 จากร้อยคะแนนแล้วกัน)ทั้งเรื่องฟิลลิ่งของกลองและไดนามิกส์นั้นลงตัวทุกอย่าง แถมยังเป็นเพลงที่อัดนานที่สุดในอัลบั้ม
โย : ถ้าถามถึง บอกความเป็นตัวเองเหรอครับ โดยส่วนตัวแล้วผมชอบเพลง สมดุลหน่ะครับ เป็นเพลงที่ให้กำลังใจกันได้ดี ประมาณว่ายังไงชีวิตเราก็มีความสมดุลอยู่ในตัว ถ้าเราผิดหวังแล้วก็ไม่ต้องกลัวครับ ยังไงเราก็ต้องมีวันที่ดีรออยู่ track ที่ 5 นะครับ ลองฟังกันดู ^.^

อย่างตอนนี้ในวงการเพลงต่างก็มีศิลปินที่เรียกตัวเองว่า "อินดี้" เกิดขึ้นมากมาย พี่ๆ คิดยังไงกับตรงนี้บ้างคะ ?
สิ : ความจริงผมว่ามันเป็นแค่คำพูดที่แบ่งแยกระหว่างศิลปินค่ายใหญ่กับค่ายเล็กเท่านั้นแหละครับ ผมเชื่อว่าทุกคนที่ทำเพลงต่างก็เป็นศิลปินเหมือนกันทั้งนั้น การมาแบ่งแยกว่าคนนั้นเป็นอินดี้ คนนี้ไม่เป็น ผมไม่ค่อยเห็นด้วย ผมอยากให้ทุกคนเรียกตัวเองว่าเป็นศิลปินมากกว่าครับ
โย : อืมม ผมว่ามันก็เป็นคำคำนึงที่กำลังฮิตติดปากน่ะครับ ไม่ได้คิดอะไรมาก คล้ายๆ กับตอนที่ Alternative กำลังมาล่ะครับ
โซ่ : อืม....ของผม ์No comment ครับ ผมไม่อยากวิจารณ์คนอื่นครับ ลางเนื้อชอบลางยา
ความคาดหวังกับอัลบั้มนี้ ?
สิ : คือสำหรับเราแล้วถือว่ายังใหม่มากๆ สำหรับวงการนี้ เราเพียงคาดหวังว่าจะมีคนได้ฟังงานของเราเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วหวังว่าผู้ฟังเหล่านั้นจะแสดงความคิดเห็นต่ออัลบั้มของเรา เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขส่วนที่ยังบกพร่อง สำหรับงานต่อไปที่เราจะทำในอนาคตครับ
โย : ก็หวังว่าคนที่ได้ฟังกันจะชอบกันน่ะครับ ส่วนใครที่ไม่ชอบเนี่ย ก็อยากจะให้ชอบ เอ๊ยยยย ไม่ใช่.... ก็อยากจะให้วิจารณ์กันมานะครับ ว่าไม่ชอบอย่างไร ไม่ดีตรงไหน ควรปรับปรุงยังไง เผื่อจะได้เป็นประสบการณ์ในการทำอัลบั้มต่อไปน่ะครับ
สุดท้ายพี่ๆ อยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆ ที่ติดตามผลงานกันบ้าง ?
สิ : อัลบั้มนี้สำหรับพวกเราเหมือนเป็นการทดลองและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่วงการเพลงไทยในปัจจุบันยังไม่ค่อยมี เราก็อยากเชิญชวนให้ผู้ที่ต้องการแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ ในการฟังเพลงลองหาไปฟังกันดู นะครับ ขอบคุณครับ
โซ่ : Living with music and you will live forever....ah.....
โย : นี่ก็เป็นอัลบั้มแรกของพวกเรานะครับ เราก็ตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่ ซาวด์ดนตรีอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกัน แต่ก็อยากให้ลองฟังกันดูนะครับ ดีไม่ดีอย่างไร ต้องการติชมก็ได้เลยนะครับ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นมากๆ เลยครับ ต้องการฝากคำติชมก็ที่นี่เลยครับ http://www.indycafe.com ขอบคุณมากๆ ครับ
thx : lonely planet / deejaypat
by : vj~kaew~
วันที่ : 2006-11-08
อ่านแล้ว : 822 ครั้ง

น้ำ
Post : 1

Cambridge Guy
Post : 1
ตอนนี้ 1 ใน 3 คนจากวงนี้ มานั้งอยู่ในห้อง โอ้ว!!! ได้รู้จักนักดนตรีตัวจริงๆครั้งแรกในชีวิต น่าภูมิใจ :)
หวังว่าจะได้ฟัง album ที่ 2 นะครับ
เมื่อ 2007-10-22 03:35:49

หนึ่งในสมาชิก lonely planet
Post : 1
ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจ...ถ้าสวรรค์เป็นใจ คงได้ทำชุดสอง ตอนนี้ทุกคนแยกย้ายกันเรียนต่อหมดครับ
(ปล. ผมเองก็ยังหาซื้อเก็บไว้เองไม่ได้เลยครับ แหะๆ)
เมื่อ 2007-10-16 05:04:25

deel
Post : 1
ชอบวงนี้มากครับ แต่ผมหาซื้อ cd ไม่ได้เลย ผมอยู่เชียงใหม่อ่ะ ._.
ซื้อได้ที่ไหนหว่า ???
จะเป็นกำลังใจให้เสมอครับ
จาก คนที่เหงาๆๆๆ เหมือนกัน !!!!
เมื่อ 2007-05-23 12:27:12
สู้ๆๆๆน่พพวกพี่ๆๆๆ
เมื่อ 2008-06-20 16:47:43