Songburi Broadcast

รายการทีวีที่สรุปข่าวแวววงเพลงอินดี้ในรอบอาทิตย์มาให้ได้รับชมกัน

Songburi Playground

รวบรวมของฟรี Wallpaper ศิลปินอินดี้ กิจกรรมเกมแจกตั๋ว คอนเสิร์ตอินดี้

Fat Fest 8 The Gameโต๋ (มั้ง?) GameRetrospect Rise Now! GameScrubb ชุดเล็ก Game

Songburi Partner

เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้

  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.zydrecords.com/
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.sofacafe.net
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.beltsfree.com
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.warnermusic.co.th
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.spicydisc.com
เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้ของ Songburi

มีผู้ใช้ Online อยู่ 50 คน

ข่าวสารของวงการเพลงศิลปินอินดี้

Lonely Planet

Nov
08

บทสัมภาษณ์คราวนี้ จะพาคุณไปรู้จักศิลปินกลุ่มใหม่จาก Indy Cafe ชื่อของพวกเขาคือ "Lonely Planet" ชื่อนี้ อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูบางคน วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้นครับ และเช่นเคย น้องแก้วของเรา รับหน้าที่สัมภาษณ์ให้ทุกคนได้อ่านกันอย่างเต็มอิ่มเช่นเคย :)

 

สวัสดีค่ะ ช่วยแนะนำตัวกันหน่อย ว่าสมาชิกมีใครกันบ้าง

สิ : ผม สิริวัฒน์ ชื่อเล่น สิครับ ตำแหน่งร้องนำและกีตาร์
โย : สวัสดีครับ ชื่อโยครับ ก็ทำหน้าที่เล่นเบสอยู่ในวงหน่ะครับ
โซ่ : จาวรินทร์ ทองผิว ชื่อเล่นชื่อโซ่ เล่นกลองครับ

ที่มาของชื่อ "Lonely Planet" ล่ะคะ ?

โย : อันนี้อยากให้ถามสิเลยละกัน แบบว่าสิเค้าเป็นคนริเริ่มชื่อนี้มาก่อนน่ะครับ เค้าก็ตั้งมาตั้งแต่ตอนออก Interlude 4 แล้วล่ะครับ ชื่อก็เหมาะกับเค้าดีนะ ผมว่า คือเค้าเป็นคนที่เหงาค่อนข้างง่ายน่ะครับ
สิ : ครับ คือเมื่อ 3 ปีที่แล้วผมมีความตั้งใจที่จะแต่งเพลงขึ้นมาเพลงนึง ที่อธิบายถึงความเป็นตัวผมได้ชัดเจนที่สุด ก็คิดไปเรื่อยๆ จนมาได้ไอเดียที่ว่า หากเปรียบผู้คนแต่ละคนเป็นดวงดาวบนท้องฟ้า ดาวแต่ละดวงที่แทนตัวเค้าเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรนะ สำหรับผมคงเป็นดวงดาวที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีแสง ไม่มีสี แบบว่ามอมแมมหน่อยๆ ด้วย เพราะผมเป็นคนที่เข้าสังคมไม่ค่อยเก่ง อยู่กับตัวเองซะมาก แต่งตัวก็ไม่ค่อยเก่ง ประมาณว่าเห่ยๆ หน่อย เลยได้ไอเดียว่าผมคงเป็น Lonely Planet มั้ง

ว้าว... แอบเหงาด้วย แล้วจุดเริ่มต้นทางด้านดนตรี ของพี่ๆ แต่ละคนเป็นมาอย่างไรคะเนี่ย ?

โย : ผมเองเล่นดนตรีครั้งแรกตอนอยู่ ม. 5 ก็เล่นกีตาร์แหละครับ ด้วยความอยากเท่ห์ แล้วก็เอาไว้คลายเครียดดีด้วย เล่นเองร้องเอง เล่นแล้วให้เพื่อนร้อง อะไรประมาณนี้ แล้วพอได้เข้ามหาวิทยาลัย ก็เข้ามาที่ชมรมดนตรีเนี่ยล่ะครับ แต่ว่าทีนี้ก็ตีกลองแล้วล่ะ แล้วก็ตีกลองมาเรื่อยๆ จนเข้า ป.โทเนี่ยล่ะครับ ถึงได้มาเล่นเบส (หัดเยอะเหลือเกิน) สนุกดีครับ เล่นดนตรีคลายเครียดเนี่ย.
โซ่ : ของผมเองก็ เริ่มหัดเล่นกลองตั้งแต่สมัยอยู่ม. 1 แล้วก็เล่นมาเรื่อยๆ แล้วหยุดไปพักนึงครับ แล้วกลับมาเล่นอีกทีแบบจริงจังเมื่ออยู่มหาวิทยาลัยมหิดล จนกระทั่งไปญี่ปุ่นแล้วก็ยังเล่นอยู่จนปัจจุบันครับ
สิ : ส่วนผม คือเริ่มจากฟังเพลงไทยมาก่อนเรื่อยๆ ประเภทแกรมมี่ อาร์เอส ฟังหมด ตอนนั้นยังไม่ค่อยอะไรมากแค่ฟังไปเพลินๆ จนกระทั่งมีเพื่อนคนหนึ่งเอาอัลบั้มของ 'Blur' ชุด Park Life มาให้ฟัง เท่านั้นแหละ เกิดฮึดขึ้นมาทันที เพราะอัลบั้มนี้สุดยอดจริงๆ ในความคิดผมทั้งในแง่ของดนตรี และเนื้อร้อง ประมาณว่าสามารถฟังได้ตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ข้ามเลยซักเพลง ตั้งแต่นั้นเลยเริ่มหัดเล่นกีตาร์ พอเล่นเป็นนิดหน่อยก็หัดแต่งเพลงเอง เพลงตอนแรกๆ ห่วยมาก แต่ก็แต่งมาเรื่อยจนมาถึงเพลง Lonely Planet นี่แหละที่เริ่มดูดี ก็เลยทำเป็นเดโมมาเสนอที่ Indy Cafe ตอนนั้นทำแค่คนเดียวประมาณว่าเพลงจะดิบมากๆ เพราะทำโดยใช้อุปกรณ์เท่าที่มี คือคีย์บอร์ด เบสและกีตาร์ เท่านั้น แล้วทางโปรดิวเซอร์คือพี่เที้ยง เขาสนใจ ประกอบกับพอดีช่วงนั้นเขากำลังจะทำ Interlude4 ด้วย เลยได้ลงในอัลบั้มนั้น 2 เพลง ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ทำเพลงแบบจริงๆ จังๆ

จากตอนแรกที่พี่สิ ทำเพลงแค่คนเดียว แล้วเป็นมายังไงถึงได้มารวมตัวกันล่ะคะ

โย : อย่างที่บอกไปน่ะครับว่าเข้าชมรมดนตรี ก็เลยได้มาเจอกับสิ ซึ่งก็อยู่ปีเดียวกันกับผมเนี่ยล่ะครับ เป็นเพื่อนกัน แล้วก็เล่นดนตรีด้วยกันมาเรื่อยๆ รวมวงประกวดกัน ได้รางวัลบ้าง ไม่ได้บ้าง ไปเล่นเปิดหมวกที่สีลมบ้าง ประมาณนี้ ส่วนพี่โซ่เนี่ย ก็เป็นรุ่นพี่ในชมรมที่คอยให้คำแนะนำน้องในการเล่นดนตรีน่ะครับ ส่วนเรื่องรวมวงเนี่ย หลังจากที่สิทำเพลงใน Interlude 4 แล้ว และพอได้ทำอัลบั้มเต็ม ก็ชวนผมมารวมงานด้วย มาช่วยตีกลองทำเดโม แล้วก็อะเร้นจ์ดนตรีบ้าง แล้วพอพี่โซ่เรียนจบจากญี่ปุ่นมาพอดีช่วงนั้น ก็เลยชวนกันมาทำด้วยกันเลยครับ

ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของทุกคนใน การเข้ามาร่วมงานกับ Indy Cafe เลยหรือเปล่าคะ ?

สิ : ครับ ใช่ครับ
โย : ผมก็เข้ามาได้จากการแนะนำจากสิล่ะครับ พอเข้ามาแล้วก็สนุกดี พี่ๆ เป็นกันเองมากๆครับ น่ารักกันทุกๆ คน แต่พอถึงเวลาทำงานก็จริงจังกันดี

โซ่ : พี่ๆ น้องๆ ที่อินดี้ทุกคนมีความเป็นมิตรสูงมาก ถ้าจะพูดในเรื่องของดนตรีก็ให้ความเป็นอิสระเต็มที่ในเรื่องของแนวคิด ในเวลาที่มีปัญหา ทางพี่ๆ (พี่ปิ๊ก, พี่เที้ยง, พี่บอย, บอมบ์, etc.) ก็ช่วยเหลืออย่างดีเยี่ยมจริงๆ

พูดถึงคอนเซ็ปต์ของอัลบั้มนี้

โย : 'Insoluble Life' ครับ อันนี้สิเป็นคนตั้ง แล้วผมเองก็ค่อนข้างเห็นด้วย กับในส่วนที่สิบอกว่าชีวิตไม่มีคำตอบน่ะครับ เพราะผมเองก็ยังหาคำตอบให้กับชีวิตอยู่ ตอนนี้เองก็ยังไม่ค่อยเจอคำตอบมากนักนะครับ -_-"
สิ : ชื่ออัลบั้ม มีความหมายสองแง่ครับ คือ หนึ่ง ชีวิตที่ไม่มีวันละลาย ไม่สามารถกลมกลืนไปกับคนอื่นได้ คือผมเป็นคนเข้าสังคมไม่ค่อยเก่งน่ะครับ เลยรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างอยู่เสมอ เปรียบได้กับสิ่งที่ไม่มีวันละลาย ชีวิตที่ไม่มีวันละลาย อีกความหมายคือ ชีวิตที่ไม่มีคำตอบ เพราะผมตั้งใจจะค้นหาอยู่เสมอว่า ทำไมผมต้องเป็นคนแบบนี้ ทำไมคนอื่นต้องรู้สึกกับผมแบบนี้ และอีกมากมายหลายคำถาม แต่ทุกคำถามเหล่านั้นมันกลับไม่เคยมีคำตอบ เพลงทุกเพลงในอัลบั้ม จะบ่งบอกถึงความรู้สึกและมุมมองของผมที่มีต่อสิ่งเหล่านั้น ทุกถ้อยคำล้วนกลั่นออกมาจากชีวิตจริงๆ ของผม ในช่วงเวลานั้นๆ
โซ่ : ซาวนด์พยายามจะทำให้คล้ายแนว Brit Pop ซึ่งเป็นแนวที่สิชื่นชอบครับ

ค่ะ พี่ๆ ทั้งสามคิดว่าสเน่ห์ของ Lonely Planet อยู่กันที่ตรงไหนเอ่ย ?

โย : คงเป็นที่ พวกเรา 3 คนเนี่ย เรียนกันมาทางวิทย์น่ะครับ การทำงานเพลงคงเป็นคล้ายๆ การทำการทดลอง ทำไปเรื่อยๆ ดีก็ โอเค ไม่ดีก็กลับมาลองคิดว่าเป็นอย่างไร แล้วก็ลองทำใหม่ดู ประมาณนั้น ซึ่งพอเสร็จงาน ก็ค่อนข้างโอเค ครับ ก็ชอบกันทุกคน แล้วก็ซาวด์ที่ได้เนี่ย โอเคเลย ผมชอบมาก เป็นอย่างที่พวกเราต้องการเลย ก็คือแบบตอนอยู่ในห้องซ้อม มันให้ความรู้สึกดิบๆ แต่ว่าเป็นกันเองดีน่ะครับ เวลาที่คนฟังๆ กันอยู่ จะได้อารมณ์เหมือนดูพวกเราซ้อม อยู่หน่ะคัรบ
สิ : ส่วนผมว่ามันอยู่ที่ซาวน์ดนตรี และเนื้อร้องครับ คือเราชอบซาวน์ดนตรีเวลาเล่นในห้องซ้อม เวลาอัดเราเลยอัดสด แล้วใช้เอฟเฟกต์ในการอัดให้น้อยที่สุด ทำให้เวลาฟังแล้วจะรู้สึกเหมือนนั่งฟังอยู่ในห้องซ้อม ส่วนเนื้อร้องก็อย่างที่บอกมันคือชีวิตจริงของผมครับ

ในส่วนของการทำงานล่ะคะ มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างไรบ้าง ?

สิ : ก็ช่วยกันครับ ผมจะวางแค่คอนเซ็ปหลักๆ เพื่อกำหนดทิศทางของอัลบั้ม ที่เหลือก็จะช่วยกันออกความคิดเห็น
โย : ตัวผมเนี่ย ก็ทำงานในส่วนของการเล่นเบส แล้วก็อะคูสติกกีตาร์น่ะครับแล้วก็ช่วยอะเร้นจ์ดนตรีด้วยครับ
โซ่ : ของผมก็ ตีกลอง กับ เพอร์คัสชั่นเท่านั้นครับ

เพลงเปิดตัวที่ทำให้คนรู้จัก Lonely Planet ?

สิ : ก็คงเป็นเพลง 'Lonely Planet' นั่นแหละครับ เป็นเพลงที่มีเมโลดี้ป้อปและมีกลิ่นไอของความเป็น Brit Pop อยู่เล็กๆ ฟังง่ายครับ
โย : เพลงนี้บอกถึงความเหงาของวงเราได้ดี

เพลงไหนในอัลบั้มที่บอกความเป็นตัวเองของพี่ๆ ได้ดีที่สุดคะ ?

สิ : ความจริงก็ทุกเพลง แต่ถ้าจะชัดเจนที่สุดคงเป็น 'Lonely Planet' อีกแหละครับ
โซ่ : สำหรับผมซึ่งตีกลอง ผมชอบเพลงภาพลวงตาที่สุด เพราะว่าเป็นเพลงที่แตกต่างจากทุกๆเพลง และเป็นเพลงที่ผมคิดว่า ภาคของกลองนั้น ค่อนข้างจะถูกใจมาก(ตีเสียว่าให้สัก 95 จากร้อยคะแนนแล้วกัน)ทั้งเรื่องฟิลลิ่งของกลองและไดนามิกส์นั้นลงตัวทุกอย่าง แถมยังเป็นเพลงที่อัดนานที่สุดในอัลบั้ม
โย : ถ้าถามถึง บอกความเป็นตัวเองเหรอครับ โดยส่วนตัวแล้วผมชอบเพลง สมดุลหน่ะครับ เป็นเพลงที่ให้กำลังใจกันได้ดี ประมาณว่ายังไงชีวิตเราก็มีความสมดุลอยู่ในตัว ถ้าเราผิดหวังแล้วก็ไม่ต้องกลัวครับ ยังไงเราก็ต้องมีวันที่ดีรออยู่ track ที่ 5 นะครับ ลองฟังกันดู ^.^

อย่างตอนนี้ในวงการเพลงต่างก็มีศิลปินที่เรียกตัวเองว่า "อินดี้" เกิดขึ้นมากมาย พี่ๆ คิดยังไงกับตรงนี้บ้างคะ ?

สิ : ความจริงผมว่ามันเป็นแค่คำพูดที่แบ่งแยกระหว่างศิลปินค่ายใหญ่กับค่ายเล็กเท่านั้นแหละครับ ผมเชื่อว่าทุกคนที่ทำเพลงต่างก็เป็นศิลปินเหมือนกันทั้งนั้น การมาแบ่งแยกว่าคนนั้นเป็นอินดี้ คนนี้ไม่เป็น ผมไม่ค่อยเห็นด้วย ผมอยากให้ทุกคนเรียกตัวเองว่าเป็นศิลปินมากกว่าครับ
โย : อืมม ผมว่ามันก็เป็นคำคำนึงที่กำลังฮิตติดปากน่ะครับ ไม่ได้คิดอะไรมาก คล้ายๆ กับตอนที่ Alternative กำลังมาล่ะครับ
โซ่ : อืม....ของผม ์No comment ครับ ผมไม่อยากวิจารณ์คนอื่นครับ ลางเนื้อชอบลางยา

ความคาดหวังกับอัลบั้มนี้ ?

สิ : คือสำหรับเราแล้วถือว่ายังใหม่มากๆ สำหรับวงการนี้ เราเพียงคาดหวังว่าจะมีคนได้ฟังงานของเราเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วหวังว่าผู้ฟังเหล่านั้นจะแสดงความคิดเห็นต่ออัลบั้มของเรา เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขส่วนที่ยังบกพร่อง สำหรับงานต่อไปที่เราจะทำในอนาคตครับ
โย : ก็หวังว่าคนที่ได้ฟังกันจะชอบกันน่ะครับ ส่วนใครที่ไม่ชอบเนี่ย ก็อยากจะให้ชอบ เอ๊ยยยย ไม่ใช่.... ก็อยากจะให้วิจารณ์กันมานะครับ ว่าไม่ชอบอย่างไร ไม่ดีตรงไหน ควรปรับปรุงยังไง เผื่อจะได้เป็นประสบการณ์ในการทำอัลบั้มต่อไปน่ะครับ

สุดท้ายพี่ๆ อยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆ ที่ติดตามผลงานกันบ้าง ?

สิ : อัลบั้มนี้สำหรับพวกเราเหมือนเป็นการทดลองและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่วงการเพลงไทยในปัจจุบันยังไม่ค่อยมี เราก็อยากเชิญชวนให้ผู้ที่ต้องการแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ ในการฟังเพลงลองหาไปฟังกันดู นะครับ ขอบคุณครับ
โซ่ : Living with music and you will live forever....ah.....
โย : นี่ก็เป็นอัลบั้มแรกของพวกเรานะครับ เราก็ตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่ ซาวด์ดนตรีอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกัน แต่ก็อยากให้ลองฟังกันดูนะครับ ดีไม่ดีอย่างไร ต้องการติชมก็ได้เลยนะครับ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นมากๆ เลยครับ ต้องการฝากคำติชมก็ที่นี่เลยครับ http://www.indycafe.com ขอบคุณมากๆ ครับ

thx : lonely planet / deejaypat
by : vj~kaew~

วันที่ : 2006-11-08
อ่านแล้ว : 822 ครั้ง

 

 

  1. หน้า 1


น้ำ
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 4

สู้ๆๆๆน่พพวกพี่ๆๆๆ

เมื่อ 2008-06-20 16:47:43


Cambridge Guy
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 3

ตอนนี้ 1 ใน 3 คนจากวงนี้ มานั้งอยู่ในห้อง โอ้ว!!! ได้รู้จักนักดนตรีตัวจริงๆครั้งแรกในชีวิต น่าภูมิใจ :)

หวังว่าจะได้ฟัง album ที่ 2 นะครับ

เมื่อ 2007-10-22 03:35:49


หนึ่งในสมาชิก lonely planet
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 2

ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจ...ถ้าสวรรค์เป็นใจ คงได้ทำชุดสอง ตอนนี้ทุกคนแยกย้ายกันเรียนต่อหมดครับ

(ปล. ผมเองก็ยังหาซื้อเก็บไว้เองไม่ได้เลยครับ แหะๆ)

เมื่อ 2007-10-16 05:04:25


deel
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 1

ชอบวงนี้มากครับ แต่ผมหาซื้อ cd ไม่ได้เลย ผมอยู่เชียงใหม่อ่ะ ._.

ซื้อได้ที่ไหนหว่า ???


จะเป็นกำลังใจให้เสมอครับ

จาก คนที่เหงาๆๆๆ เหมือนกัน !!!!

เมื่อ 2007-05-23 12:27:12

  1. หน้า 1
แสดงความคิดเห็น

ชื่อ
*

อีเมล์
*

ความคิดเห็น
*



 

Songburi Scoop เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับเพลงอินดี้

Scoop

 
Groove Riders

Artist On Frame

Groove Riders

Groove Riders คือ กลุ่มศิลปินดิสโก้ฟังก์ ที่ประกอบไปด้วยบุรินทร์ : นักร้องนำ ที่มีเสียงโดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ พร้อมท่วงท่าการเต้น ที่สามารถทำให้คนฟั ...
 
ยังไม่จบอ่านต่อ ...
 

Songburi Chart อันดับเพลงอินดี้

Tuning Chart

1 อย่าถาม
Etc
2 หมดเวลาแก้ตัว
รุจ ศุภรุจ เตชะตานนท์
3 น่ารัก น่า Love
Peck & Aof & Ice
4 จำทำไม
Tattoo Colour
5 เป็นแฟนกันไหม
Four Mod