Tiger Translate อะคูสติก ฟิล์ม รัฐภูมิ Concert Activity ต้า สมิทธ์ Songburi Mild Fat Festival Mola Mola Sunshine Sony Bmg Spicydisc Crescendo แฟต เฟสติวัล Flure Good September สนามหลวง Scrubb จุ๋ย จุ๋ยส์ เสนาหอย Fat Festival 8 ภาพยนตร์ Mv Tk Park Knock The Knock Nuvo Groove Riders อัลบั้มใหม่ คอนเสิร์ต อพาร์ตเมนต์คุณป้า Party Circle 22 คาราบาว Friday Lula
มาโนช พุฒตาล แอนด์ เดอะ แลมบ์![]()
ถ้านับถอยหลังกันจริงๆ... ก็เหลือเวลาเพียงอาทิตย์กว่าๆ เท่านั้น ที่งาน ‘จุดประกายคอนเสิร์ต ซีรี่ส์ 20 ตอน ดนตรีในทรรศนะของข้าพเจ้า ’ จะเริ่มขึ้น โดยวงดนตรีที่เป็นพระเอกของงานในวันนั้น อาจจะไม่ใช่วงที่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง แต่หากในวงการแล้ว เขาเหล่านี้ต่างเป็นบุคคลชั้นครูที่ได้รับการยอมรับ ทั้งในเรื่องของฝีไม้ลายมือ มุมมอง และแนวทางในการทำเพลงที่หาตัวจับยาก ซึ่งหนึ่งในสมาชิกของวงนั้น หลายคนรู้จักเขาในฐานะ ‘พิธีกรและนักจัดรายการวิทยุ’ ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยทำรายการและนิตยสาร ‘บันเทิงคดี’ เคยเป็นเจ้าของค่ายเพลง ‘ไมล์สโตน’ และเป็นผู้บุกเบิกดนตรีแนว ‘Heavy Metal’ ในเมืองไทย...
แน่นอนเรารู้จักผู้ชายคนนี้กันเป็นอย่างดีกันในชื่อ ‘มาโนช พุฒตาล’ แต่หลังจากจบบรรทัดนี้ไป เราจะได้รู้จักกับเขาในอีกแง่มุมหนึ่ง กับงานอดิเรกที่เขาหลงรักไม่แพ้กับงานอาชีพนั่นคือการเป็น ‘นักดนตรี’

Molekul : วงมาโนช แอนด์ เดอะ แลมบ์ มีสมาชิกทั้งหมดกี่คนค่ะ
มาโนช : โดยตัววงเองมีห้าคน แต่สำหรับคอนเสิรต์นี้ เราได้ไปเรียนเชิญคุณอ้นจากวงอีสซึ่น มือคีย์บอร์ดมาร่วมเล่นกับเราด้วย รวมเป็นหกคนครับ
Molekul : เริ่มฟอร์มวงกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่
มาโนช : วงนี้เราเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ 2539 ตอนผมทำอัลบั้มในทัศนะของข้าพเจ้า สมาชิกในตอนนั้นมีทั้งหมด 5 คน ซึ่งการมารวมตัวกันได้นั้น ไม่ใช่เพื่อมาทำเป็นอัลบั้ม เพราะก่อนหน้านั้นเราก็รวมตัวกันหลวมๆ อยู่แล้ว โดยเป็นกลุ่มเพื่อนที่สนใจดนตรีในแนวเดียวกัน ซึ่งจะเล่นด้วยกันตลอด พอผมมาทำอัลบั้มก็ชวนพวกเขานี่แหละมาเป็นนักดนตรีร่วมในอัลบั้มชุดนี้ พอทำเสร็จก็เลยเกาะกลุ่มเล่นกันมาตลอด ซึ่งก็มักจะเป็นเกาะกลุ่มซ้อมซะส่วนใหญ่ เพราะโอกาสไปแสดงมันมีน้อย ด้วยเพราะ หนึ่ง.เพลงเราไม่ป็อป สอง.คนก็ไม่รู้จัก ไม่มีชื่อเสียงมาก แล้วก็สมาชิกบางคนมีภาระกิจส่วนตัวด้วย ซึ่งเราก็พยายามหาคนมาเสริมทีมตลอดเพื่อให้ได้เล่นดนตรีด้วยกัน ให้มันได้สัปดาห์ละครั้ง อย่างตั้นเราก็เรียนเชิญเขามาแทนมือเบสอย่างนี้ ก็เลยเกาะกลุ่มเหนียวแน่นกันมาตลอดจนถึง ณ เวลานี้
Molekul : ครั้งสุดท้ายที่มาเล่นด้วยกัน
มาโนช : ที่ร็อก ผับ เมื่อเดือนที่แล้ว
Molekul : รู้ว่าจะได้มาเล่นคอนเสิร์ตเมื่อไหร่ค่ะ
มาโนช : รู้ก่อนหน้านี้ประมาณ 3 เดือน
Molekul : จุดมุ่งหมายของการกลับมาเล่นคอนเสิร์ตในครั้งนี้
มาโนช : จุดมุ่งหมาย คืออยากเล่น พอคุณอนันต์ติดต่อให้มาเล่นก็ดีใจมาก เพราะวงเราตั้งวงกันมาตั้งแต่ปี 39 ก็11 ปีแล้ว มีโอกาสเล่นโชว์กันจริงๆ ไม่ถึง10 ครั้ง พอมีโอกาสอีกครั้งก็อยากจะเล่นกันมาก เราเตรียมเพลงไว้เยอะทั้งหมด 26 เพลง งานนี้ไม่มี Guest ด้วย เพราะเรากลัว Guest มาแย่งเล่น (หัวเราะ) เราอยากเล่นกันเองมากกว่า เล่นกันให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่จะเล่นได้ และเท่าที่คนเขาจะอยู่ทนฟังได้นานแค่ไหนก็จะเอาแค่นั้นครับ
Molekul : วงดนตรีส่วนใหญ่ที่มาเล่นในจุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ ต้องเป็นอย่างไร
มาโนช : คือ วงต้องมีทิศทางและแนวดนตรีของวงที่ชัดเจน ไม่ตลาด ไม่เฟื่อ ไม่ใช่ว่าทุกวันนี้เขาฮิต Hip Hop กัน ก็ไปเอาวง Hip Hop ที่กำลังฮิตมาเล่น หรือไปเอาป๊อบสไตล์เกาหลีมา เขาจะไม่ทำแบบนั้น แต่เขาจะเลือกแบบ Death Metal ดีกว่า Jazz ดีกว่า Progressive rock ดีกว่า หรือ Reggae ดีกว่า เขาก็จะเลือกวงดนตรีที่มาจากทิศทางแบบนี้
Molekul : ซ้อมกันมานานหรือยังค่ะกับคอนเสิร์ตครั้งนี้
มาโนช : เราเพิ่งซ้อมมาได้ 1 เดือน
Molekul : วางตารางซ้อมกันอย่างไงบ้าง
มาโนช : ช่วงนี้เราซ้อมทีละ 3-4 เพลงครับ หลายเพลงในนั้นเราเล่นค่อนข้างคุ้นเคยอยู่แล้ว ประมาณ 15 เพลง ส่วนเพลงในอัลบั้มซึ่งเป็นเพลงไทยก็ต้องซ้อมกันหน่อย เพราะมันจะยุ่งยากกว่าเพลงฝรั่ง เพราะเพลงฝรั่งยังฟังกันบ่อย ๆ คุ้นเคยกว่า แต่เพลงของผมเอง สมาชิกบางคนอย่างคุณอ้นเนี่ยะ เขาก็ไม่เคยฟังมาก่อน
Molekul : เพลงที่เตรียมไปเล่นในงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นเพลงแนวไหน อย่างไรค่ะ
มาโนช : จะเป็นเพลงฝรั่งประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ โดยเป็นเพลงสากลที่มาจากยุค 60 ตอนปลาย จนถึง 70 ส่วนใหญ่จะออกแนว Rock, Southern Rock, Progressive rock ยกตัวอย่างเช่น Wishbone Ash, Pink Floyd, Bad Company, The Oldman Brothers Band, Eric Clapton ส่วนเพลงไทยอีกประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นเพลงออริจินัลของพวกเรา ซึ่งมาจากเพลงในอัลบั้มของคุณตั้นเขา ชุด พาราณสี ออเคสตรา แล้วก็เป็นเพลงจากอัลบั้มของผมเอง 2 อัลบั้ม จาก ชุดในทรรศนะของข้าพเจ้า และ ชุดชีวิตที่เจ็บปวดของคนป่วย อีกประมาณสัก 5 เพลง
Molekul : ได้ข่าวว่าพี่มาโนช มีกีต้าร์ Fender สีเหลืองตัวหนึ่งที่รักมาก จะเอาไปเล่นที่งานครั้งนี้ด้วยหรือเปล่าค่ะ
มาโนช : ใช่ครับ ผมเล่นกีต้าร์ตัวนี้มาตัวเดียวตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ 2518 จนมามีกีต้าร์ตัวที่ 2 เมื่อปี 2537 แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มมีกีต้าร์หลายตัวขึ้น ตัวนี้ก็เลยไม่อยากเล่น เสียดาย กลัวมันจะเสีย กลัวมันจะเป็นรอยเลยเก็บไว้ แต่พอมาถึงวันนี้มีคอนเสิร์ต เลยคิดว่าจะเอามันกลับมาขึ้นเวทีด้วยกันอีกครั้ง
Molekul : งานจุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีย์ครั้งที่ 20 นี้ จะมีขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไรคะ
มาโนช : คอนเสิร์ตครั้งนี้มีรอบเดียว คือในวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2550 ที่หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมฯ วันจริงประตูเปิด 4 โมงเย็น เล่นจริง 5 โมงเย็น บัตรมี 500 บาท ราคาเดียว หาซื้อได้ที่ไทยทิคเก็ตมาสเตอร์ครับ

Molekul : พอได้กลับมาเล่นมาซ้อมกันขนาดนี้ มีความคิดที่จะกลับมาทำอัลบั้มอีกหรือเปล่า
มาโนช : ความคิดทำอัลบั้มมีอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งก็ทำอยู่เรื่อยๆ แต่ทำแบบช้ามากๆ ค่อยๆ ไปทีละกระดืบสองกระดืบไม่ได้เป็นคนคิดช้านะ คิดเร็วแต่ขี้เกียจมากกว่า เพราะก็มีงานประจำทำอยู่
Molekul : แล้วอัลบั้มที่พี่มาโนชคิดจะทำชุดต่อไป จะออกมาเป็นแนวไหน แล้วจะแตกต่างจากเดิมไหม
มาโนช : ตอบไม่ได้ว่าแตกต่างจะไหม เพราะว่าคือมันก็เป็นดนตรีเป็นเพลง แต่ที่แตกต่างก็คงจะป็นในเรื่องของเนื้อหากับเสียง เพราะอย่างชุดในทรรศนะของข้าพเจ้า งานก็ออกมาเป็น Rock กึ่งๆ มีกลิ่น Progressive rock อยู่บ้างนิดหน่อย พอมาทำชุดชีวิตที่เจ็บปวดของคนป่วย ก็เป็นเพลงโฟล์คกีต้าร์โปร่งตัวเดียว แล้วพอมาที่กำลังทำอยู่นี้ ก็คงจะเป็นเพลง Rock แบบดั่งเดิมๆ ไปเลย คือ เล่นน้อยๆ ชิ้นหน่อยครับ
Molekul : เนื้อหาของเพลงจะไปในทิศทางไหน
มาโนช : ทิศทางโดยรวมไม่มี แต่จะมีเป็นเพลงๆ ไปเลย ซึ่งเพลงหนึ่งมันจะเป็นคล้ายๆ นิยาย เป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตนาการของคนๆ หนึ่ง ที่ออกจะแฟนตาซีแล้วไปได้พบเห็นอะไรในป่า ทำให้เกิดเป็นเรื่องราวขึ้นมา แต่ก็ยังไม่อยากพูดมาก เพราะว่ามันไม่รู้ว่าจะทำออกมาเป็นอย่างนี้แน่นอนรึเปล่า ส่วนอีกเพลงหนึ่งเป็นบลูร็อค สไตส์แบบเพลงร็อค12 ห้อง ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำดื่ม1 แก้ว แล้วก็เพลงเกี่ยวกับนักโทษประหารที่กำลังจะถูกประหารชีวิตอะไรอย่างนี้ ในอารมณ์ของคนที่กำลังจะเดินเข้าตะแลงแกง ซึ่งถึงแม้ผมไม่เคยถูกตัดสินประหารชีวิต แล้วก็ไม่เคยเดินเข้าตะแลงแกง แต่ผมก็เคยมีอารมณ์แบบว่าถูกคนอื่นตัดสินไปแล้วอย่างนี้ มันรู้สึกสะเทือนใจกับเรื่องแบบนี้ว่า เอ๊ะ! ทำไมมาตัดสินเรา ทั้งๆ ที่ยังไม่สืบสวนเลย ยังไม่ได้ให้อัยการสั่งฟ้อง ยังไม่ได้ให้ทนายแก้ต่างเลย ผู้พิพากษาสั่งประหารแล้ว เพราะอย่างในอัลบั้มชุดชีวิตที่เจ็บปวดของคนป่วย ผมก็ไม่ได้ป่วยเอง แต่ผมก็เขียนเพลงของคนที่เป็นโรคมะเร็ง
Molekul : กับอัลบั้มชุดหน้า กลัวไหมกับปัญหากี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์
มาโนช : ถ้าถามผม ผมรู้สึกเฉยๆ นะ เพราะ หนึ่ง. ผมทำงานเป็นนักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ คือมีอาชีพเลี้ยงครอบครัวอยู่แล้ว แต่งานดนตรีนี้ทำเป็นงานอดิเรก พอทำเป็นงานอดิเรกแล้ว ก็คือไม่สนใจว่าจะได้กำไรหรือไม่ได้ จุดประสงค์ที่แท้จริง คือเราอยากทำ เพราะกับการรวมตัวกันมาเป็น 10 ปี แล้วซ้อมกันแทบทุกอาทิตย์ เล่นจริงแค่ 10 ครั้ง 11 ครั้ง เป็นวงอื่นเขาาคงเสียเวลา เสียค่าไฟ เสียค่าสายกีต้าร์ มันไม่คุ้ม แต่ผลประโยชน์ที่เราได้รับมันไม่ใช่รายได้ แต่มันคือความสนุก เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องเทปผีซีดีเถื่อน ผมไม่รู้สึกอะไร คิดไว้แล้วว่าอัลบั้มต่อไปหรือเพลงต่อไปที่จะทำ ทำเสร็จแล้ว จะไม่ขายจะใช้แจกเอา เพราะแจกยังคุ้มกว่าทำขายซะอีก เพราะไหนจะค่าทำปก ค่าโปรโมท ถ้าทำแจกอย่างมากก็เสียแค่ค่าโปรดักชั่นสามสี่หมื่นแต่ได้หน้า คนก็จะบอกว่าพี่แจกเพลง ดีกว่าซะอีก แล้วเราก็ไปหากินทางอื่นซะ คนที่เขารู้ว่าพี่ทำเพลง เขาก็ออกมาเชิญให้ไปเป็นพิธีกร ไปเล่นคอนเสิร์ต เราไปหารับประทานตรงนั้นดีกว่า
Molekul : แล้วสุดท้ายนี้ พี่มาโนชกำลังทำงานอะไรอยู่บ้างค่ะ
มาโนช : งานประจำของผมตอนนี้ก็จัดรายการวิทยุอยู่ที่คลื่น FM. 99.5 ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8.00 - 11.00 น.แล้วก็กำลังมีรายการโทรทัศน์ชื่อ ‘ขับรถตามรอยพ่อ’ คือ จะขับรถไปตามเส้นทางที่ในหลวงท่านเดินทางไป เช่น ท่านเคยไปทรงงานโครงเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริที่คลองด่าน นครนายก หรือที่ห้วยไคร้ หรือไปปรานบุรี เราก็ขับรถตามท่านไป รายการนี้เป็นของช่อง11 กำลังจะออนแอร์สิ้นเดือนนี้ ออกอากาศ 3 ทุ่มครึ่ง วันอาทิตย์ครับ

วันที่ : 2007-06-15
อ่านแล้ว : 3912 ครั้ง

ต้นทางดนตรี
Post : 1

ยุทธ
Post : 1
ดีมากอยากเห็นตัวจริงจังเลย
ชอบ ลำธารมาก
เมื่อ 2008-08-09 19:34:34

astro
Post : 1
ใครที่สนใจสั่งซื้องานเพลงของอาซัน ข่าวupdate งานแสดงคอนเสิร์ตของอาซันได้ที่
http://manoch.siam108site.com/index.php
เมื่อ 2008-07-15 23:36:40

pum
Post : 1
เรา อายุมากแล้ว แต่เราดูบันเทิงคดีตั้แต่ 11 ขวบ นะ ยังงงงงงงงงงคิดถึงเสมอ
เมื่อ 2008-06-10 00:14:21

mike
Post : 1
อัพเดท อัลบั้มล่าสุดของ มาโนช พุฒตาล ชุด อยู่อยุธยา สั่งซื้อได้ที่ มาโนช พุฒตาล 4/26 สุขุมวิท 8 กทม 10110 โทร 081-4800977 ราคา 50 บาท (รวมค่าจัดส่ง10บาทเป็น60บาท)
เมื่อ 2008-03-08 22:07:15
เดิมทีก็ไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่เมื่อคราวเป็นวัยรุ่นเมื่อประมาณปี28-29 บันเทิงคดีก็เป็นเมล็ดพันธ์ทางดนตรีสำหรับเด็กหัดเล่นกีต้าร์ใหม่ๆอย่างผมเมื่อตอนนั้น มาตอนนี้ กลับมาเจอบทบาทของพี่ซันทางสถานี the radio ในตอนที่ผมมีมุมมองของความเห็นที่กว้างใหญ่กว่าตอนเด็กๆนัก เคารพในความคิดและคล้อยตามในหลายๆวลีที่พี่ซันหลุดปากผ่านท่อนเหล็กกระจายเสียง ช่วงเกือบขวบปีทีรับรู้เรื่องราวของพี่ผ่านทางเครื่องกระจายรู้สึกผูกพันธ์อย่างบอกไม่ถูก ทุกวันนี้คิดถึงครับ ไม่รู้จะเจอตรงไหน จะตามไปดูพี่เล่นแถวผับชื่อดังก็ไม่ไหว ........... อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน อยุธยา พ่อผมก็เด็กหัวรอ ผมนายต้น บุตรนายอำภา นางอัมพร ด้วยความเคารพทุกความคิด ด้วยความคำนึงถึง ขอบคุณที่พี่ซันพูดจากตอนนั้นยันตอนนี้ อยากให้พูดต่อไป ขอให้พระเจ้าคุ้มครองครับ
เมื่อ 2008-08-25 23:14:18