Penguin Villa 7thscene ลูกปัด ชลนรรจ์ Concert ไทร อำนาจ ศิระวงษ์ธรรม Sony Bmg บอย ตรัย Mild สุกี้ กมลสุโกศล แคลปป์ Groove Riders Korea Nano Records เพลงรักแม่ Warner Music Lipta Boyd Pod อัลบั้มใหม่ Love Is คอนเสิร์ต Cool 93 Flure Fm One Buddha Bless Mv โรงเรียนดนตรี Overtone Vivace ลิปตา Spicydisc รณรงค์ Slot Machine Venus Butterfly อพาร์ตเมนต์คุณป้า Crescendo Tattoo Colour
อาจารย์โน้ต ณัฐวุฒิ รัตนกาญจน์![]()
โน้ต ณัฐวุฒิ รัตนกาญจน์
นักกีตาร์คลาสสิกของไทย ที่ชาวไทยยังไม่เคยรู้จัก...
“…………………”
หากแต่เพียงเมื่อคุณได้ฟังผลงานของเขา... มนต์สะกดของเสียงดนตรีที่บรรเลงจากเครื่องดีด (กีตาร์คลาสสิก) นั้น อาจทำให้คุณ อ ย า ก จ ะ รู้ จั ก กั บ เ ข า ได้ไม่ยาก (คลิกดูคลิปเดี่ยวกีตาร์คลาสสิก @ Songburi)

ณัฐวุฒิ รัตนกาญจน์ หรือ ‘อาจารย์โน้ต’ หนุ่มนักดนตรีที่มีความฝันและอุดมการณ์ ในการมุ่งมั่นที่จะเป็น ‘นักเล่นคอนเสิร์ตระดับโลกด้วยกีตาร์คลาสสิก’ โดยหลังจากที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาดนตรีตะวันตก เอกกีตาร์คลาสสิก ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 1 พร้อมกับรางวัลการันตีจากหลายสถาบันในไทยระหว่างที่เรียนอยู่ ไม่ว่าจะเป็น รางวัลชนะเลิศจากงาน Thailand Yamaha Competition 1998 และ 1999, งาน Thailand Classical Guitar Competition 1999 และ งาน Thailand International Guitar Competition 2003 แล้ว ก่อนที่จะเดินตามฝันด้วยการไปศึกษาต่อยังประเทศเยอรมัน เขาก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในงาน Intenational Guitar Compettion Wien 2004 ที่ประเทศออสเตรียอีกด้วย ซึ่งงานนี้ถึงแม้ว่าจะไม่เข้าถึงรอบชิงชัยก็ตาม แต่ก็นับเป็นการเรียนรู้ที่ดี กับการก้าวไปสู่เป้าหมายอีกขั้น...
ปัจจุบันหลังจากได้ลองเรียนรู้ ลองผิดลองถูกกับการเรียนและการแข่งขันมาหลายปี วันนี้ ‘อาจารย์โน้ต ณัฐวุฒิ รัตนกาญจน์’ กลับมาพร้อมอาชีพที่เขาภาคภูมิใจ กับการเป็น ‘อาจารย์พิเศษ’ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และการเป็น ‘นักกีตาร์อาชีพ’ ที่มีงานโชว์ทั้งในและต่างประเทศ แต่อุดมการณ์ของเขายังไม่หยุดเพียงแค่นี้ เพราะ การพัฒนาวงการกีตาร์คลาสสิกในเมืองไทย กำลังจะเป็นแผนงานระยะยาวที่เขาตั้งใจที่จะทำให้เกิดขึ้นในเมืองไทยให้จงได้
... คุ ณ พ ร้ อ ม ที่ จ ะ รู้ จั ก กั บ ผู้ ช า ย ค น นี้ ห รื อ ยั ง ?!? ...
.......................................................................................................................
Molekul : อะไรเป็นเสน่ห์ของเครื่องดนตรีกีตาร์คลาสสิกคะ
Prof. Note : ในความคิดของผม ผมรู้สึกมันว่าเป็นออเคสตร้า (Orchestra) ขนาดย่อม ที่สามารถทำเสียงได้หลากหลายมาก กีตาร์คลาสสิกทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า มีเทคนิคหรือเสียงบางอย่างที่กีตาร์ทำได้ ไม่ว่าจะเสียงกลอง เสียงผึ้ง แม้แต่เสียงกลองแต๊ก กีต้าร์ก็ทำได้ ด้วยวิธีการดีด คนๆ เดียวสามารถควบคุ่มเสียงได้หมด คล้ายกับเปียโน แต่เปียโนคุณนำติดตัวไปไม่ได้ แต่กีตาร์ทำได้
Molekul : จุดเริ่มต้นของอาจารย์โน้ตกับดนตรี
Prof. Note : ตอนเด็กๆ คุณพ่อจะชอบเล่นดนตรีให้ฟัง ท่านเล่นได้เกือบทุกชนิด แต่จะชอบเล่นอิเล็คโทน จำได้ว่าผมเคยหัดเล่นกีตาร์ตั้งแต่ 7-8 ขวบ เป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ผมจับเลยนะ เพราะเห็นคุณพ่อเล่นก็เลยอยากเล่น เพลงแรกที่หัดเล่น หัดตีคอร์ดจะเป็นเพลงคาราบาว ‘เพลง โน พลอมแพลม’ พอเล่นได้เพลงหนึ่งก็เลิกเพราะเจ็บมือ หลังจากนั้นก็เห็นพี่สาวเรียนอิเล็คโทนก็ขอเรียนด้วย เรียนได้ 1 เดือน ตั้งใจมาก ซ้อมทั้งวัน อาจารย์ให้อะไรมา จะซ้อมๆ ทำได้หมด แต่พอเดือนที่ 2 เริ่มไม่เอาแล้วด้วยความเป็นเด็ก ก็เลยหยุดเล่น มาจับอีกทีก็ช่วงวัยรุ่น ทีนี้มาจับกีตาร์อีกรอบแต่เป็นกีตาร์ไฟฟ้านะ เห็นเพื่อนบ้านเขาเล่นกัน ก็อยากเล่น จริงจังมาก คุณพ่อก็เลยส่งไปเรียนความจริงจะให้เรียนกีตาร์คลาสสิก แต่ผมไม่เอาจะเรียนกีตาร์ไฟฟ้า เรียนมาได้ 3-4 ปี ก่อนที่จะมาเล่นกีตาร์คลาสสิก
Molekul : จุดเปลี่ยนจากการเล่นกีตาร์ไฟฟ้ามาเป็นกีตาร์คลาสสิก
Prof. Note : คือตอนอายุ 17 ผมไปเจอ CD แผ่นหนึ่ง ของ John Williams ซึ่งตอนนั้นผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกีตาร์คลาสสิกเลย ท่านั่งก็แปลกๆ คือ ต้องนั่งชันขาขึ้นมาข้างหนึ่ง เรียกว่าเป็นท่าสแตนดาร์ตของนักกีตาร์คลาสสิก (เพราะเป็นท่าที่รองรับกับสรีระในการเล่น) ก็ไม่รู้จัก เลยลองซื้อมาฟัง พอฟังแล้วตกใจไม่นึกว่ากีตาร์จะเล่นได้ขนาดนี้เลยเหรอ แรกๆ ฟังจากเสียงไม่เชื่อด้วยว่าจะเป็นการเล่นกีตาร์ตัวเดียว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งท้าทายที่ทำให้ผมอยากจะเล่น ทำให้ 1 เดือนหลังจากนั้น ผมตัดสินใจขายกีตาร์ไฟฟ้า ขายแอมป์ หันมาเล่นกีตาร์คลาสสิก 100%
Molekul : ก้าวแรกของการเรียนรู้กีตาร์คลาสสิก
Prof. Note : ก็เสาะหาอาจารย์ก่อนเลย อาจารย์คนไหนเก่งผมจะตามไปเรียนหมด อาจารย์คนแรกของผมคือ อาจารย์ สันติ ศรีเครือแก้ว คนนี้เป็นคนทำให้ผมรักกีตาร์คลาสสิก สอนให้ผมค่อยๆ ซึมซับ พอขลุกอยู่กับการเรียนนานมาก คนอื่นนั่งเรียนกัน 1 ชม. แต่ผมนั่งเล่นไปเรื่อย ตั้งแต่ 10 โมงถึง 5 โมงเย็น ค่อยกลับบ้าน หลังจากจบที่นี่ปุ๊บ ผมจะเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้ไปเรียนกับอาจารย์อีกท่าน ซึ่งคนนี้ลูกศิษย์เขาจะเป็นแชมป์หมด ชื่อ อ.ทวี มณีจารุทรรศน์ อาจารย์คนนี้เป็นคนที่ให้ผมได้เรื่องความเนี้ยบมาเยอะ จนเข้า ม.เกษตรฯ ก็ได้เรียนกับอาจารย์ วิทยา วอสเบียน คนนี้เป็นหนึ่งในตำนานผู้บุกเบิกนักกีตาร์คลาสสิกรุ่นแรกในเมืองไทยเลย ให้ความรู้ทั้งด้านดนตรีและก็เทคนิค ต่อมาก็ได้มีโอกาสเรียนกับอาจารย์กมล อัจฉริยะศาสตร์ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในรุ่นแรกเหมือนกัน โดยสิ่งที่ผมได้รับจากอาจารย์ท่านนี้ คือเขาจะเน้นในเรื่องความเป็นดนตรีค่อนข้างเยอะ เหล่านี้ผมเชื่อว่าเป็นข้อดีที่ผมได้เรียนจากอาจารย์หลายๆ ท่าน ที่ผมซึมซับจุดเด่น นิสัยของอาจารย์แต่ละคนนำมาผสมผสานจนทำให้ผมได้ความพอดี
Molekul : ฟีดแบคทางบ้านเป็นอย่างไรพอรู้ว่าเรามุ่งมั่นมาทางนี้ แถมเลือกเรียนเป็นวิชาเอกเลย
Prof. Note : เขาก็ไม่พูดอะไร แต่ใจเขาคงไม่อยากหรอก เพราะปีแรกที่สอบเกษตรฯ ผมสอบไม่ติด เพราะไม่รู้ว่าที่เกษตรฯ เขารับเฉพาะสอบตรงอย่างเดียว ก็ไปลงเรียนบริหารฯ ม.รามฯ กะเรียนฆ่าเวลา พ่อก็ดีใจนึกว่าเบนเข็ม แต่เรียนไปแล้วผมไม่ชอบไง สุดท้ายกลับมาซ้อมกีตาร์ไม่ไปเรียน ซื้อชีทกลับมาอ่าน แล้วไปสอบ จนอีกปีผมก็เอ็นต์์ติดเกษตรฯ ที่บ้านเขาก็คงทำใจแล้วว่าผมเอาทางนี้แน่ เขาก็ไม่ว่าอะไรปล่อยให้ผมเล่นไป
Molekul : ทำไมถึงเลือกเรียนที่ม. เกษตรฯ ล่ะ
Prof. Note : เพราะ 1. ที่นี่ใกล้บ้านผม 2. เพราะผมต้องการเรียนกับอาจารย์วิทยาด้วย แต่เหตุผลใหญ่ๆ คือใกล้บ้าน เพราะปีนั้นผมสอบได้ศิลปกรรมฯ จุฬาฯ เหมือนกัน แต่ที่ ม.เกษตรฯ ใกล้บ้านผมกว่า ซึ่งผมคำนวณจากค่าเดินทางของผมที่ต้องเสียเวลาฝึกซ้อมไป 4-5 ชั่วโมง ต่างกับที่เกษตรฯ ผมใช้เวลาเดินทางแค่ 10 นาทีก็ถึง เพราะในความคิดผมคิดว่า การเล่นดนตรีการซ้อมเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
Molekul : ระหว่างเรียนได้ทำกิจกรรมอะไรบ้าง
Prof. Note : ก็สมัครแข่งขันเวทีต่างๆ ก็มีได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ถือเป็นประสบการณ์
Molekul : ทัศนคติในเรื่องการแข่งขันของอาจารย์โน้ตเป็นอย่างไร
Prof. Note : ผมไม่ได้มองว่าเวลาไปแข่งจะต้องได้ที่ 1 หรือที่ 2 แต่เวลาแข่งต้องเต็มที่ที่สุด ดนตรีมันก็คือศิลปะ มันไม่เหมือนการวิ่ง ทีว่าใครถึงเส้นชัยก่อนคนนั้นชนะ มันเป็นการจับต้องกันทางความรู้สึก มันเป็นนามธรรม ไม่มีสเกลวัด ฉะนั้น เวลาผมแข่ง ผมจะไม่คิดอะไร คิดแต่เพียงแค่เป็นเวทีที่ทำให้เราได้แสดงออก ทำอย่างไรก็ได้ให้มันดีที่สุด เพราะที่สุด แล้วพรีเซ็นต์ออกไปให้คนดูฟัง ส่วนรางวัลมันคือผลพลอยได้ ไม่จำเป็นต้องได้ที่ 1 บางทีผมแข่งตกรอบแรกก็มี เข้ารอบชิงก็มี ได้รางวัลก็มี ซึ่งผมไม่อยากให้คิดกันถึงแต่เรื่องรางวัลเพราะจะเป็นการบีบตัวเองเกินไป แค่เราเล่นแล้วมีความสุขนั่นก็จบแล้ว
Molekul : จากการแข่งขันที่ผ่านมาอาจารย์ประทับใจการแข่งขันไหนมากที่สุด
Prof. Note : ผมประทับใจทุกครั้งเลย เพราะแต่ละครั้งก็จะได้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน ได้เจอเพื่อนที่เล่นกีตาร์คลาสสิกเหมือนกันตามงาน สมัยก่อนรุ่นผมมีเป็นสิบนะ แต่ตอนนี้เหลือไม่กี่คนแล้ว ก็หายกันไปตามกาลเวลา เพราะบางคนเขาไม่รู้ว่าเล่นเพื่ออะไร บางทีมันไม่มีหลักให้ไป ก็เลยเลิกเล่น แต่ที่ผมยังเล่นอยู่เพราะผมมีความตั้งใจที่จะเล่นให้ได้รอบโลก นี่คือจุดที่ผมตั้ง และต้องหาวิธีที่จะไปให้ได้
Molekul : ตอนนี้ไปเล่นมากี่ประเทศแล้ว
Prof. Note : ก็หลายที่ อย่าง สาธารณรัฐลิกเคนสไตล์, ออสเตรีย, เนปาล, เกาหลีใต้, อิตาลี, ญี่ปุ่น, อังกฤษ, รัสเซีย ซึ่งตอนนี้ผมเป็นทูตวัฒนธรรมทางดนตรีไทยของการบินไทย ซึ่งก็ได้รับมอบหมายให้ไปเผยแพร่เพลงพระราชนิพนธ์ผ่านการเล่นกีตาร์คลาสสิกด้วย
Molekul : จุดเด่นของการเล่นกีตาร์คลาสิกของอาจารย์โน้ตคือ
Prof. Note : จากที่ได้ไปเจอกับนักกีตาร์คลาสสิกระดับโลกมาแล้ว ไปเจอกับคนเก่งๆ บางคนเป็นเหมือนเทพเจ้าของผมเลย ถามว่าฝีมือผมสู้เขาได้ไหม ก็อาจจะได้ โดยที่ผมจะพรีเซ็นต์ในสิ่งที่เป็นตัวผมเข้าไปด้วย ซึ่งด้วยผมเป็นคนไทย ผมก็เอาเพลงไทยมาประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ค้างคาวกินกล้วย, ลาวดวงเดือน, ลาวเสี่ยงเทียน ฯลฯ มา arrange ใหม่ในแบบกีตาร์คลาสสิก รวมถึงเพลงพระราชนิพนธ์ ด้วย มาประยุกต์ในสไตล์ของผม ซึ่งฝรั่งเขาจะหาฟังจากใครไม่ได้ นี่คือจุดที่ผมพรีเซ็นต์ตัวเองออกไป คือการเป็น ’นักกีตาร์ไทย’
Molekul : อะไรเป็นสิ่งที่เด็กไทยยังขาดและต้องการการสนับสนุนในด้านนี้คะ
Prof. Note : ผมคิดว่าสิ่งที่เด็กไทยยังขาดอยู่คงเป็นโอกาส เพราะเรื่องความสามารถเด็กของเราเก่งไม่แพ้เมืองนอก ยังไม่ค่อยมีองค์กรไหนที่เปิดให้เขาขึ้นไปแสดง สมัยก่อนมีเวทีของ Yamaha ที่เดียว แต่ข้อจำกัดคือต้องเป็นเด็กนักเรียนของ Yamaha และต้องใช้กีตาร์ของ Yamaha ซึ่งค่ายอื่นก็แข่งไม่ได้ ทำให้ผมตัดสินใจจัดเวทีการแข่งขันขึ้นมา 3 รุ่นด้วยกัน รุ่นแรกใช้ชื่อว่า Nutavut Junior Competition สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จะจัดช่วงประมาณอาทิตย์แรกของเดือน พ.ย. งานที่ 2 Bangkok International Guitar Festival จะเป็นงานไซส์กลาง แข่งรอบเดียว รอบละ 12 นาที ปีนี้เป็นปีที่ 3 (วันที่ 24-27 ก.ค. 2551 จัดที่หอการค้าไทย-อินเดีย) ส่วนงานไซส์ใหญ่ คืองาน Thailand International Guitar Competition งานนี้จัดเป็นปีที่ 8 จะมี 2 รอบ รอบแรก 12-15 นาที รอบที่ 2 ครึ่งชั่วโมง งานนี้จะจัดเดือน ต.ค. สถานที่ยังไม่สรุป เพราะช่วงเดือนนี้คิวสถานที่ค่อนข้างเต็ม แล้วเราต้องการไซส์ใหญ่ด้วยประมาณ 600-1,000 คน ปีนี้ผมต้องการจะจัดให้มันบูมไปเลย ซึ่งก้โชคดีที่ได้มาร่วมงานกับคุณเฮง (โครตอินดี้) มาช่วย
Molekul : คุณสมบัติของนักกีตาร์ที่ดีที่ต้องมีคืออะไร
Prof. Note : นักกีตาร์ที่ดี ก็เหมือนกับนักกีฬาที่ดี คือต้องมีระเบียบวินัย ต้องซ้อม ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ต้องทำเป็นรูทีนทุกวัน
Molekul : เทคนิคในการฝึกซ้อมของอาจารย์โน๊ต
Prof. Note : สมัยก่อนผมก็ฝึกไม่มีระบบนะ ก็ฝึกไปเป็นเพลงๆ เป็นอาทิตย์ อาทิตย์ละเพลงจนคล่องแล้วค่อยเปลี่ยนเพลง แต่พอได้ไปต่างประเทศทำให้รู้ว่าวิธีการซ้อมของเขาแต่ละคลาสต้องทำยังไง หลังๆ ก็จะฝึก 1 ชม. สำหรับเทคนิค คือถ้าเปรียบกับเทนนิส จะฝึกแบ็คแฮนด์ก็แบ็คแฮนด์อย่างเดียว ถ้าเสิร์ฟก็เสิร์ฟอย่างเดียว ส่วนตรงที่เป็นเพลง ซึ่งผมเล่นเป็นอาชีพเป็นคอนเสิร์ต ซึ่งจะมีทัวร์เยอะมาก ก็ต้องแบ่งซ้อม ว่าวันนี้จะซ้อมเพลงนี้ๆ จะซ้อมเป็นชุดๆ ไปเลย ตรงนี้จะให้เวลา 3 ชั่วโมง ส่วนอีก 2 ชั่วโมง จะเป็นช่วงที่ผมจะต้องฟังเพลงคลาสสิก ซึ่งจะขาดไม่ได้ ต้องฟังทุกวัน ซึ่งดนตรีคลาสสิกมันคล้ายกับภาษา ถ้าคุณฟังทุกวัน คุณก็จะรู้สำเนียง ตรงนี้เพื่อให้สำเนียงในการเล่นเพลงคลาสสิกของผมจะได้เป็นสำเนียงคลาสสิกที่สากล
Molekul : ข้อแนะนำสำหรับคนที่สนใจอยากเล่นแต่ยังไม่มีพื้นฐาน กับคนที่มีพื้นฐานอยู่แล้วแต่อยากพัฒนา
Prof. Note : สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐาน แนะนำว่าให้ลองไปลงเรียนตามพวกสถาบันต่างๆ มันจะทำให้คุณไปเร็วกว่าการลองผิดลองถูกเอง อย่างผมมาจากระบบเรียนมาตลอด ก็จะได้พวก trick บางอย่างที่เราฝึกเอง อาจจะนานหรือทำไม่ได้ แต่พออาจารย์บอกให้ทำแบบนี้ๆ แป๊บเดียวเราก็จะเล่นได้ ส่วนคนที่อยากพัฒนาตัวเอง ก็ควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ถ้าทำได้ก็จะไปได้เร็ว คือไปหาอาจารย์เก่งๆ และให้เขาสอน แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องฟังเพลงเยอะๆ อาจจะเสิร์ชหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ตก็ได้ ไปดูว่าแบบนี้เขาเล่นกันอย่างไร อยากได้โน้ตอะไรมาศึกษาก็สามารถสั่งจากในอินเตอร์เน็ตได้
Molekul : ท้ายสุด มีผลงานอะไรบ้างที่อยากฝากให้ชาว Songburi ติดตามบ้าง
Prof. Note : ก็อยากฝากดนตรีกีตาร์คลาสสิกไว้กับชาว Songburi ด้วย อยากให้ลองเปิดใจฟังดูสักครั้ง ซึ่งครั้งหนึ่งอาจทำให้คุณติดใจไปทั้งชีวิตเลยก็ได้ อยากให้ลองมาฟังดู ซึ่งเร็วๆ นี้ ในวันที่ 7 พ.ค. อยากให้ลองมาฟังในงานคอนเสิร์ต The Rhythm of Love ที่ผมจะจัดขึ้นที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ก็จะมีการนำไปบริจาคให้การกุศลต่อไป บางทีการฟังเพลงคลาสสิกมันอาจจะฟังไม่ยากอย่างที่คุณคิดก็ได้

วันที่ : 2008-04-18
อ่านแล้ว : 1299 ครั้ง

crabbie
Post : 1

Golf
Post : 1
จำกันได้หรือเปล่า Note
ชื่อ Golf กมเลศ
ที่เคยเรียน กับ อาจารย์สันติ ที่ YAMAHA ด้วยกัน
เมื่อกี้ search หาอาจารย์สันติอยู่ ดันมาเจอพอดี
เอาดีจนได้นะนาย
ตอนนี้ผมแทบจะเลิกเล่นแล้ว เป็นวิศวกรเต็ม ตัว แต่ยังเก็บกีต้าร์อยู่
ว่าจะกลับมาเล่นสนุกๆ ตอนว่างๆเหมือนกัน
เมื่อ 2008-05-24 22:41:08

leonard
Post : 1
ชอบกีตาร์คลาสสิคมากๆอยากจะให้ทุกคนหันมาเล่นดนตรีให้มากๆ จริงอย่างที่อาจารย์โน้ตบอกนั้นแหละกีตาร์มันทำอารายได้หลายอย่าง สำหรับหนูก็ชื้นชอบกีตาร์คลาสิคอยู่แล้วอยากจะให้ทุกคนลองมาสนใจในด้านนี้ให้มากๆนะค่ะ จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เล่นกีตาร์คลาสสิก ถึงตอนแรกๆมันก็อาจจะเจ็บมือไปหน่อยแต่เล่นไปเรื่อยๆมันก็ชินเองแหละ พยายามเข้า สู้ๆ
เมื่อ 2008-04-21 15:26:51
เก่งจังเลย
เมื่อ 2008-05-26 11:19:57