Songburi Broadcast

รายการทีวีที่สรุปข่าวแวววงเพลงอินดี้ในรอบอาทิตย์มาให้ได้รับชมกัน

Songburi Playground

รวบรวมของฟรี Wallpaper ศิลปินอินดี้ กิจกรรมเกมแจกตั๋ว คอนเสิร์ตอินดี้

Music Chill Out : Indy CaféBuddha Bless เทพเจ้าเท้าไฟ GameBe Chanida Valentine GameMusic Chill Out #2 : Love In The Air Game

Songburi Partner

เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้

  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.beltsfree.com
  • คลิกเพื่อไปที่ http://screamlabrecords.hi5.com
  • คลิกเพื่อไปที่
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.musicclay.com
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.rs.co.th/
เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้ของ Songburi

มีผู้ใช้ Online อยู่ 99 คน

ข่าวสารของวงการเพลงศิลปินอินดี้

อาจารย์โน้ต ณัฐวุฒิ รัตนกาญจน์

Apr
18

โน้ต ณัฐวุฒิ รัตนกาญจน์

นักกีตาร์คลาสสิกของไทย ที่ชาวไทยยังไม่เคยรู้จัก...

“…………………”

หากแต่เพียงเมื่อคุณได้ฟังผลงานของเขา... มนต์สะกดของเสียงดนตรีที่บรรเลงจากเครื่องดีด (กีตาร์คลาสสิก) นั้น อาจทำให้คุณ อ ย า ก จ ะ รู้ จั ก กั บ เ ข า ได้ไม่ยาก (คลิกดูคลิปเดี่ยวกีตาร์คลาสสิก @ Songburi)

ณัฐวุฒิ รัตนกาญจน์ หรือ ‘อาจารย์โน้ต’ หนุ่มนักดนตรีที่มีความฝันและอุดมการณ์ ในการมุ่งมั่นที่จะเป็น ‘นักเล่นคอนเสิร์ตระดับโลกด้วยกีตาร์คลาสสิก’ โดยหลังจากที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาดนตรีตะวันตก เอกกีตาร์คลาสสิก ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 1 พร้อมกับรางวัลการันตีจากหลายสถาบันในไทยระหว่างที่เรียนอยู่ ไม่ว่าจะเป็น รางวัลชนะเลิศจากงาน Thailand Yamaha Competition 1998 และ 1999, งาน Thailand Classical Guitar Competition 1999 และ งาน Thailand International Guitar Competition 2003 แล้ว ก่อนที่จะเดินตามฝันด้วยการไปศึกษาต่อยังประเทศเยอรมัน เขาก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในงาน Intenational Guitar Compettion Wien 2004 ที่ประเทศออสเตรียอีกด้วย ซึ่งงานนี้ถึงแม้ว่าจะไม่เข้าถึงรอบชิงชัยก็ตาม แต่ก็นับเป็นการเรียนรู้ที่ดี กับการก้าวไปสู่เป้าหมายอีกขั้น...

ปัจจุบันหลังจากได้ลองเรียนรู้ ลองผิดลองถูกกับการเรียนและการแข่งขันมาหลายปี วันนี้ ‘อาจารย์โน้ต ณัฐวุฒิ รัตนกาญจน์’ กลับมาพร้อมอาชีพที่เขาภาคภูมิใจ กับการเป็น ‘อาจารย์พิเศษ’ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และการเป็น ‘นักกีตาร์อาชีพ’ ที่มีงานโชว์ทั้งในและต่างประเทศ แต่อุดมการณ์ของเขายังไม่หยุดเพียงแค่นี้ เพราะ การพัฒนาวงการกีตาร์คลาสสิกในเมืองไทย กำลังจะเป็นแผนงานระยะยาวที่เขาตั้งใจที่จะทำให้เกิดขึ้นในเมืองไทยให้จงได้

... คุ ณ พ ร้ อ ม ที่ จ ะ รู้ จั ก กั บ ผู้ ช า ย ค น นี้ ห รื อ ยั ง ?!? ...

.......................................................................................................................

Molekul : อะไรเป็นเสน่ห์ของเครื่องดนตรีกีตาร์คลาสสิกคะ

Prof. Note : ในความคิดของผม ผมรู้สึกมันว่าเป็นออเคสตร้า (Orchestra) ขนาดย่อม ที่สามารถทำเสียงได้หลากหลายมาก กีตาร์คลาสสิกทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า มีเทคนิคหรือเสียงบางอย่างที่กีตาร์ทำได้ ไม่ว่าจะเสียงกลอง เสียงผึ้ง แม้แต่เสียงกลองแต๊ก กีต้าร์ก็ทำได้ ด้วยวิธีการดีด คนๆ เดียวสามารถควบคุ่มเสียงได้หมด คล้ายกับเปียโน แต่เปียโนคุณนำติดตัวไปไม่ได้ แต่กีตาร์ทำได้

Molekul : จุดเริ่มต้นของอาจารย์โน้ตกับดนตรี

Prof. Note : ตอนเด็กๆ คุณพ่อจะชอบเล่นดนตรีให้ฟัง ท่านเล่นได้เกือบทุกชนิด แต่จะชอบเล่นอิเล็คโทน จำได้ว่าผมเคยหัดเล่นกีตาร์ตั้งแต่ 7-8 ขวบ เป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ผมจับเลยนะ เพราะเห็นคุณพ่อเล่นก็เลยอยากเล่น เพลงแรกที่หัดเล่น หัดตีคอร์ดจะเป็นเพลงคาราบาว ‘เพลง โน พลอมแพลม’ พอเล่นได้เพลงหนึ่งก็เลิกเพราะเจ็บมือ หลังจากนั้นก็เห็นพี่สาวเรียนอิเล็คโทนก็ขอเรียนด้วย เรียนได้ 1 เดือน ตั้งใจมาก ซ้อมทั้งวัน อาจารย์ให้อะไรมา จะซ้อมๆ ทำได้หมด แต่พอเดือนที่ 2 เริ่มไม่เอาแล้วด้วยความเป็นเด็ก ก็เลยหยุดเล่น มาจับอีกทีก็ช่วงวัยรุ่น ทีนี้มาจับกีตาร์อีกรอบแต่เป็นกีตาร์ไฟฟ้านะ เห็นเพื่อนบ้านเขาเล่นกัน ก็อยากเล่น จริงจังมาก คุณพ่อก็เลยส่งไปเรียนความจริงจะให้เรียนกีตาร์คลาสสิก แต่ผมไม่เอาจะเรียนกีตาร์ไฟฟ้า เรียนมาได้ 3-4 ปี ก่อนที่จะมาเล่นกีตาร์คลาสสิก

Molekul : จุดเปลี่ยนจากการเล่นกีตาร์ไฟฟ้ามาเป็นกีตาร์คลาสสิก

Prof. Note : คือตอนอายุ 17 ผมไปเจอ CD แผ่นหนึ่ง ของ John Williams ซึ่งตอนนั้นผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกีตาร์คลาสสิกเลย ท่านั่งก็แปลกๆ คือ ต้องนั่งชันขาขึ้นมาข้างหนึ่ง เรียกว่าเป็นท่าสแตนดาร์ตของนักกีตาร์คลาสสิก (เพราะเป็นท่าที่รองรับกับสรีระในการเล่น) ก็ไม่รู้จัก เลยลองซื้อมาฟัง พอฟังแล้วตกใจไม่นึกว่ากีตาร์จะเล่นได้ขนาดนี้เลยเหรอ แรกๆ ฟังจากเสียงไม่เชื่อด้วยว่าจะเป็นการเล่นกีตาร์ตัวเดียว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งท้าทายที่ทำให้ผมอยากจะเล่น ทำให้ 1 เดือนหลังจากนั้น ผมตัดสินใจขายกีตาร์ไฟฟ้า ขายแอมป์ หันมาเล่นกีตาร์คลาสสิก 100%

Molekul : ก้าวแรกของการเรียนรู้กีตาร์คลาสสิก

Prof. Note : ก็เสาะหาอาจารย์ก่อนเลย อาจารย์คนไหนเก่งผมจะตามไปเรียนหมด อาจารย์คนแรกของผมคือ อาจารย์ สันติ ศรีเครือแก้ว คนนี้เป็นคนทำให้ผมรักกีตาร์คลาสสิก สอนให้ผมค่อยๆ ซึมซับ พอขลุกอยู่กับการเรียนนานมาก คนอื่นนั่งเรียนกัน 1 ชม. แต่ผมนั่งเล่นไปเรื่อย ตั้งแต่ 10 โมงถึง 5 โมงเย็น ค่อยกลับบ้าน หลังจากจบที่นี่ปุ๊บ ผมจะเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้ไปเรียนกับอาจารย์อีกท่าน ซึ่งคนนี้ลูกศิษย์เขาจะเป็นแชมป์หมด ชื่อ อ.ทวี มณีจารุทรรศน์ อาจารย์คนนี้เป็นคนที่ให้ผมได้เรื่องความเนี้ยบมาเยอะ จนเข้า ม.เกษตรฯ ก็ได้เรียนกับอาจารย์ วิทยา วอสเบียน คนนี้เป็นหนึ่งในตำนานผู้บุกเบิกนักกีตาร์คลาสสิกรุ่นแรกในเมืองไทยเลย ให้ความรู้ทั้งด้านดนตรีและก็เทคนิค ต่อมาก็ได้มีโอกาสเรียนกับอาจารย์กมล อัจฉริยะศาสตร์ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในรุ่นแรกเหมือนกัน โดยสิ่งที่ผมได้รับจากอาจารย์ท่านนี้ คือเขาจะเน้นในเรื่องความเป็นดนตรีค่อนข้างเยอะ เหล่านี้ผมเชื่อว่าเป็นข้อดีที่ผมได้เรียนจากอาจารย์หลายๆ ท่าน ที่ผมซึมซับจุดเด่น นิสัยของอาจารย์แต่ละคนนำมาผสมผสานจนทำให้ผมได้ความพอดี
 
Molekul : ฟีดแบคทางบ้านเป็นอย่างไรพอรู้ว่าเรามุ่งมั่นมาทางนี้ แถมเลือกเรียนเป็นวิชาเอกเลย

Prof. Note : เขาก็ไม่พูดอะไร แต่ใจเขาคงไม่อยากหรอก เพราะปีแรกที่สอบเกษตรฯ ผมสอบไม่ติด เพราะไม่รู้ว่าที่เกษตรฯ เขารับเฉพาะสอบตรงอย่างเดียว ก็ไปลงเรียนบริหารฯ ม.รามฯ กะเรียนฆ่าเวลา พ่อก็ดีใจนึกว่าเบนเข็ม แต่เรียนไปแล้วผมไม่ชอบไง สุดท้ายกลับมาซ้อมกีตาร์ไม่ไปเรียน ซื้อชีทกลับมาอ่าน แล้วไปสอบ จนอีกปีผมก็เอ็นต์์ติดเกษตรฯ ที่บ้านเขาก็คงทำใจแล้วว่าผมเอาทางนี้แน่ เขาก็ไม่ว่าอะไรปล่อยให้ผมเล่นไป

Molekul : ทำไมถึงเลือกเรียนที่ม. เกษตรฯ ล่ะ

Prof. Note : เพราะ 1. ที่นี่ใกล้บ้านผม  2. เพราะผมต้องการเรียนกับอาจารย์วิทยาด้วย แต่เหตุผลใหญ่ๆ คือใกล้บ้าน เพราะปีนั้นผมสอบได้ศิลปกรรมฯ จุฬาฯ เหมือนกัน แต่ที่ ม.เกษตรฯ ใกล้บ้านผมกว่า ซึ่งผมคำนวณจากค่าเดินทางของผมที่ต้องเสียเวลาฝึกซ้อมไป 4-5 ชั่วโมง ต่างกับที่เกษตรฯ ผมใช้เวลาเดินทางแค่ 10 นาทีก็ถึง เพราะในความคิดผมคิดว่า การเล่นดนตรีการซ้อมเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก

Molekul : ระหว่างเรียนได้ทำกิจกรรมอะไรบ้าง

Prof. Note : ก็สมัครแข่งขันเวทีต่างๆ ก็มีได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ถือเป็นประสบการณ์

Molekul : ทัศนคติในเรื่องการแข่งขันของอาจารย์โน้ตเป็นอย่างไร

Prof. Note :
ผมไม่ได้มองว่าเวลาไปแข่งจะต้องได้ที่ 1 หรือที่ 2 แต่เวลาแข่งต้องเต็มที่ที่สุด ดนตรีมันก็คือศิลปะ มันไม่เหมือนการวิ่ง ทีว่าใครถึงเส้นชัยก่อนคนนั้นชนะ มันเป็นการจับต้องกันทางความรู้สึก มันเป็นนามธรรม ไม่มีสเกลวัด ฉะนั้น เวลาผมแข่ง ผมจะไม่คิดอะไร คิดแต่เพียงแค่เป็นเวทีที่ทำให้เราได้แสดงออก ทำอย่างไรก็ได้ให้มันดีที่สุด เพราะที่สุด แล้วพรีเซ็นต์ออกไปให้คนดูฟัง ส่วนรางวัลมันคือผลพลอยได้ ไม่จำเป็นต้องได้ที่ 1 บางทีผมแข่งตกรอบแรกก็มี เข้ารอบชิงก็มี ได้รางวัลก็มี ซึ่งผมไม่อยากให้คิดกันถึงแต่เรื่องรางวัลเพราะจะเป็นการบีบตัวเองเกินไป แค่เราเล่นแล้วมีความสุขนั่นก็จบแล้ว

Molekul : จากการแข่งขันที่ผ่านมาอาจารย์ประทับใจการแข่งขันไหนมากที่สุด

Prof. Note : ผมประทับใจทุกครั้งเลย เพราะแต่ละครั้งก็จะได้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน ได้เจอเพื่อนที่เล่นกีตาร์คลาสสิกเหมือนกันตามงาน สมัยก่อนรุ่นผมมีเป็นสิบนะ แต่ตอนนี้เหลือไม่กี่คนแล้ว ก็หายกันไปตามกาลเวลา เพราะบางคนเขาไม่รู้ว่าเล่นเพื่ออะไร บางทีมันไม่มีหลักให้ไป ก็เลยเลิกเล่น แต่ที่ผมยังเล่นอยู่เพราะผมมีความตั้งใจที่จะเล่นให้ได้รอบโลก นี่คือจุดที่ผมตั้ง และต้องหาวิธีที่จะไปให้ได้

Molekul : ตอนนี้ไปเล่นมากี่ประเทศแล้ว

Prof. Note : ก็หลายที่ อย่าง สาธารณรัฐลิกเคนสไตล์, ออสเตรีย, เนปาล, เกาหลีใต้, อิตาลี, ญี่ปุ่น, อังกฤษ, รัสเซีย ซึ่งตอนนี้ผมเป็นทูตวัฒนธรรมทางดนตรีไทยของการบินไทย ซึ่งก็ได้รับมอบหมายให้ไปเผยแพร่เพลงพระราชนิพนธ์ผ่านการเล่นกีตาร์คลาสสิกด้วย

Molekul : จุดเด่นของการเล่นกีตาร์คลาสิกของอาจารย์โน้ตคือ

Prof. Note : จากที่ได้ไปเจอกับนักกีตาร์คลาสสิกระดับโลกมาแล้ว ไปเจอกับคนเก่งๆ บางคนเป็นเหมือนเทพเจ้าของผมเลย ถามว่าฝีมือผมสู้เขาได้ไหม ก็อาจจะได้ โดยที่ผมจะพรีเซ็นต์ในสิ่งที่เป็นตัวผมเข้าไปด้วย ซึ่งด้วยผมเป็นคนไทย ผมก็เอาเพลงไทยมาประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ค้างคาวกินกล้วย, ลาวดวงเดือน, ลาวเสี่ยงเทียน  ฯลฯ มา arrange ใหม่ในแบบกีตาร์คลาสสิก รวมถึงเพลงพระราชนิพนธ์ ด้วย มาประยุกต์ในสไตล์ของผม ซึ่งฝรั่งเขาจะหาฟังจากใครไม่ได้ นี่คือจุดที่ผมพรีเซ็นต์ตัวเองออกไป คือการเป็น ’นักกีตาร์ไทย’

Molekul : อะไรเป็นสิ่งที่เด็กไทยยังขาดและต้องการการสนับสนุนในด้านนี้คะ

Prof. Note :
ผมคิดว่าสิ่งที่เด็กไทยยังขาดอยู่คงเป็นโอกาส เพราะเรื่องความสามารถเด็กของเราเก่งไม่แพ้เมืองนอก ยังไม่ค่อยมีองค์กรไหนที่เปิดให้เขาขึ้นไปแสดง สมัยก่อนมีเวทีของ Yamaha ที่เดียว แต่ข้อจำกัดคือต้องเป็นเด็กนักเรียนของ Yamaha และต้องใช้กีตาร์ของ Yamaha ซึ่งค่ายอื่นก็แข่งไม่ได้ ทำให้ผมตัดสินใจจัดเวทีการแข่งขันขึ้นมา 3 รุ่นด้วยกัน รุ่นแรกใช้ชื่อว่า Nutavut Junior Competition สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จะจัดช่วงประมาณอาทิตย์แรกของเดือน พ.ย. งานที่ 2 Bangkok International Guitar Festival จะเป็นงานไซส์กลาง แข่งรอบเดียว รอบละ 12 นาที ปีนี้เป็นปีที่ 3 (วันที่ 24-27 ก.ค. 2551 จัดที่หอการค้าไทย-อินเดีย) ส่วนงานไซส์ใหญ่ คืองาน Thailand International Guitar Competition งานนี้จัดเป็นปีที่ 8 จะมี 2 รอบ รอบแรก 12-15 นาที รอบที่ 2 ครึ่งชั่วโมง งานนี้จะจัดเดือน ต.ค. สถานที่ยังไม่สรุป เพราะช่วงเดือนนี้คิวสถานที่ค่อนข้างเต็ม แล้วเราต้องการไซส์ใหญ่ด้วยประมาณ 600-1,000 คน ปีนี้ผมต้องการจะจัดให้มันบูมไปเลย ซึ่งก้โชคดีที่ได้มาร่วมงานกับคุณเฮง (โครตอินดี้) มาช่วย

Molekul : คุณสมบัติของนักกีตาร์ที่ดีที่ต้องมีคืออะไร

Prof. Note :
นักกีตาร์ที่ดี ก็เหมือนกับนักกีฬาที่ดี คือต้องมีระเบียบวินัย ต้องซ้อม ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ต้องทำเป็นรูทีนทุกวัน

Molekul : เทคนิคในการฝึกซ้อมของอาจารย์โน๊ต

Prof. Note :
สมัยก่อนผมก็ฝึกไม่มีระบบนะ ก็ฝึกไปเป็นเพลงๆ เป็นอาทิตย์ อาทิตย์ละเพลงจนคล่องแล้วค่อยเปลี่ยนเพลง แต่พอได้ไปต่างประเทศทำให้รู้ว่าวิธีการซ้อมของเขาแต่ละคลาสต้องทำยังไง หลังๆ ก็จะฝึก 1 ชม. สำหรับเทคนิค คือถ้าเปรียบกับเทนนิส จะฝึกแบ็คแฮนด์ก็แบ็คแฮนด์อย่างเดียว ถ้าเสิร์ฟก็เสิร์ฟอย่างเดียว ส่วนตรงที่เป็นเพลง ซึ่งผมเล่นเป็นอาชีพเป็นคอนเสิร์ต ซึ่งจะมีทัวร์เยอะมาก ก็ต้องแบ่งซ้อม ว่าวันนี้จะซ้อมเพลงนี้ๆ จะซ้อมเป็นชุดๆ ไปเลย ตรงนี้จะให้เวลา 3 ชั่วโมง ส่วนอีก 2 ชั่วโมง จะเป็นช่วงที่ผมจะต้องฟังเพลงคลาสสิก ซึ่งจะขาดไม่ได้ ต้องฟังทุกวัน ซึ่งดนตรีคลาสสิกมันคล้ายกับภาษา ถ้าคุณฟังทุกวัน คุณก็จะรู้สำเนียง ตรงนี้เพื่อให้สำเนียงในการเล่นเพลงคลาสสิกของผมจะได้เป็นสำเนียงคลาสสิกที่สากล

Molekul : ข้อแนะนำสำหรับคนที่สนใจอยากเล่นแต่ยังไม่มีพื้นฐาน กับคนที่มีพื้นฐานอยู่แล้วแต่อยากพัฒนา

Prof. Note :
สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐาน แนะนำว่าให้ลองไปลงเรียนตามพวกสถาบันต่างๆ มันจะทำให้คุณไปเร็วกว่าการลองผิดลองถูกเอง อย่างผมมาจากระบบเรียนมาตลอด ก็จะได้พวก trick บางอย่างที่เราฝึกเอง อาจจะนานหรือทำไม่ได้ แต่พออาจารย์บอกให้ทำแบบนี้ๆ แป๊บเดียวเราก็จะเล่นได้ ส่วนคนที่อยากพัฒนาตัวเอง ก็ควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ถ้าทำได้ก็จะไปได้เร็ว คือไปหาอาจารย์เก่งๆ และให้เขาสอน แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องฟังเพลงเยอะๆ อาจจะเสิร์ชหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ตก็ได้ ไปดูว่าแบบนี้เขาเล่นกันอย่างไร อยากได้โน้ตอะไรมาศึกษาก็สามารถสั่งจากในอินเตอร์เน็ตได้

Molekul : ท้ายสุด มีผลงานอะไรบ้างที่อยากฝากให้ชาว Songburi ติดตามบ้าง

Prof. Note :
ก็อยากฝากดนตรีกีตาร์คลาสสิกไว้กับชาว Songburi ด้วย อยากให้ลองเปิดใจฟังดูสักครั้ง ซึ่งครั้งหนึ่งอาจทำให้คุณติดใจไปทั้งชีวิตเลยก็ได้ อยากให้ลองมาฟังดู ซึ่งเร็วๆ นี้ ในวันที่ 7 พ.ค. อยากให้ลองมาฟังในงานคอนเสิร์ต The Rhythm of Love ที่ผมจะจัดขึ้นที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ก็จะมีการนำไปบริจาคให้การกุศลต่อไป บางทีการฟังเพลงคลาสสิกมันอาจจะฟังไม่ยากอย่างที่คุณคิดก็ได้

 

 

วันที่ : 2008-04-18
อ่านแล้ว : 2979 ครั้ง

 

 

  1. หน้า 1


สุพัตรา
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 4

แบ็คแฮนด์ หมายถึงอะไรค่ะ

ช่วยบอกหนูหน่อยค่ะ

เมื่อ 2009-01-06 18:04:27


crabbie
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 3

เก่งจังเลย

เมื่อ 2008-05-26 11:19:57


Golf
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 2

จำกันได้หรือเปล่า Note
ชื่อ Golf กมเลศ
ที่เคยเรียน กับ อาจารย์สันติ ที่ YAMAHA ด้วยกัน
เมื่อกี้ search หาอาจารย์สันติอยู่ ดันมาเจอพอดี

เอาดีจนได้นะนาย
ตอนนี้ผมแทบจะเลิกเล่นแล้ว เป็นวิศวกรเต็ม ตัว แต่ยังเก็บกีต้าร์อยู่

ว่าจะกลับมาเล่นสนุกๆ ตอนว่างๆเหมือนกัน

เมื่อ 2008-05-24 22:41:08


leonard
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 1

ชอบกีตาร์คลาสสิคมากๆอยากจะให้ทุกคนหันมาเล่นดนตรีให้มากๆ จริงอย่างที่อาจารย์โน้ตบอกนั้นแหละกีตาร์มันทำอารายได้หลายอย่าง สำหรับหนูก็ชื้นชอบกีตาร์คลาสิคอยู่แล้วอยากจะให้ทุกคนลองมาสนใจในด้านนี้ให้มากๆนะค่ะ จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เล่นกีตาร์คลาสสิก ถึงตอนแรกๆมันก็อาจจะเจ็บมือไปหน่อยแต่เล่นไปเรื่อยๆมันก็ชินเองแหละ พยายามเข้า สู้ๆ

เมื่อ 2008-04-21 15:26:51

  1. หน้า 1
 
 
Sqweez Animal

Artist On Frame

Sqweez Animal

Sqweez Animal คือสองหนุ่มนักเรียนอังกฤษ ที่หลงใหลในงานดนตรีอย่างจริงจัง จึงรวมตัวกันเพื่อสร้างงานดนตรีตามความฝัน(วิน)  วิน ศิริวงศ์  -  ...
 
ยังไม่จบอ่านต่อ ...
 

Songburi Chart อันดับเพลงอินดี้

Tuning Chart

1 กระเป๋าแบนแฟนยิ้ม[ 1 wk. at No. 1 ]
THE RICHMAN TOY
2 เปียโน[ 1 wk. at No. 1 ]
ARTFLOOR
3 MILLION PEOPLE (MILLION SHADOW)
THE PAPERS
4 ได้หรือไม่ได้
LOMOSONIC
5 ใบหน้าของเรา
อพาร์ตเมนต์คุณป้า