ต้า สมิทธ์ Mv Knock The Knock ภาพยนตร์ Mola Mola Sunshine Fat Festival Lula แฟต เฟสติวัล Friday คาราบาว อะคูสติก Groove Riders คอนเสิร์ต Scrubb จุ๋ย จุ๋ยส์ Nuvo Sony Bmg อพาร์ตเมนต์คุณป้า สนามหลวง Circle 22 Fat Festival 8 Tk Park Crescendo Flure อัลบั้มใหม่ Mild ฟิล์ม รัฐภูมิ Tiger Translate Songburi Good September Party เสนาหอย Spicydisc Concert Activity
เพชร โอสถานุเคราะห์![]()

'เพชร' เพียงชายคนนี้ (อาจจะ) เป็นผู้วิเศษ
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า แค่ได้ยินเพลงเปิดตัวที่มีชื่อเดียวกับชื่ออัลบั้มของ 'เพชร โอสถานุเคราะห์' อย่างเพลง Let’s Talk About Love หลายคนต่างเอียงหูฟัง เพราะด้วยท่วงทำนองอันแปลกหู จังหวะที่สนุกไม่เหมือนใคร บวกกับสไตล์การร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของพี่เพชร ทำให้เพลงของนี้ดังกระหึ่มไปทั่วบ้านทั่วเมือง หลายคนตื่นเต้นกับการกลับมาของเขา คลื่นวิทยุหลายคลื่นเปิดเพลงนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก...
นี่ยังไม่นับรวมไปถึงเพลงอื่นๆ ที่กำลังทยอยมาโปรโมตกัน ไม่ว่าจะเป็น เพลงมาเติมความรัก (Fill me), เพลงอุ้ม (Carry) อีกทั้ง MV 11 ตัว ครบทั้งหมดจากอัลบั้มชุดนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่และไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนอีกด้วย... ในปี 50 นี้ พี่เขากลับมาแล้ว ชายผู้เป็นเจ้าของตำนานเพลง “เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ) ที่ไม่ว่าจะจะถูกคัฟเวอร์ใหม่ไปสักกี่รอบ มนต์ขลังของเพลงนี้ก็ยังบ่งบอกตัวตนของ เพชร โอสถานุเคราะห์ ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย
และนับเป็นโอกาสดีที่ Songburi ได้เข้าไปเกาะติดการกลับมาของตำนานเพลงรักผู้นี้ กับอัลบั้ม Let’s Talk About Love
Molekul : จุดเริ่มต้นที่ทำให้อัลบั้มชุดนี้เกิดขึ้น หลังจากรอคอยมา 20 ปี
Petch : เริ่มต้นจากที่ได้แต่งเพลง Let’s Talk About Love ประมาณปี 2001 ก็คิดว่าน่าจะใช้เป็นเพลงนี้เป็นธีมหลักของอัลบั้ม พอเราได้เพลงนี้ เพลงอื่นๆ ในอัลบั้มก็ตามมา เพราะถ้ามันไม่มีธีมมันก็หาทิศทางลำบาก
Molekul : อะไรเป็นไฮไลต์ของอัลบั้มนี้คะ
Petch : ไฮไลต์เพลงใดเพลงหนึ่งไม่มี แต่ไฮไลต์ของอัลบั้มคือความที่มีหลายมิติ เหมือนกับมหาสมุทรของชีวิตคนเรา ถ้าจะถามว่าไฮไลต์ของชีวิตเราคืออะไร คนเราอาจจะมองว่าวันนั้นไงที่เราได้รางวัล ซึ่งเขามองข้ามวันที่ได้ไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อย วันที่เดินจูงมือกับคนที่เรารัก อะไรต่างๆ เหล่านี้ อาจจะไม่สวยหรูอะไรมากแต่มันก็พิเศษ เพราะฉะนั้นในอัลบั้มนี้ จึงเป็นมุมมองที่กว้างกว่า บางคนฟังแล้วไม่รู้เรื่อง คิดว่าไม่เห็นมีอะไร... บางทีคุณอาจไม่มีเวลาอันเพียงพอ หรือบางทีชีวิตคุณอาจไม่เคยเจออะไรแบบนี้ แต่คนที่เจอก็จะเข้าใจ
Molekul : คอนเซ็ปต์ของอัลบั้มนี้
Petch : เราอยากเสนอมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับความรัก เช่น ความรักแบบใสๆ ความรักข้างเดียว รักที่เป็นแบบชื่นชม หรือรักแบบปลอมๆ แกล้งรัก รักแบบอีโรติก จะเสนอความรักและความผูกพันที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง
Molekul : แรงบันดาลใจในการแต่งเพลง
Petch : ผมเป็นคนที่ฟังเพลงหลากหลายสไตล์มาก ชอบฟังเพลงใหม่ๆ ชอบศึกษาว่าตอนนี้เขาทำอะไรกันบ้าง ซึ่งก็เห็นว่าส่วนใหญ่ก็ยังไปไม่ถึงไหน แต่ที่เห็นว่าแจ๋วสุดๆ ก็คงจะเป็นวงหรือศิลปินที่มีแนวทางเป็นของตัวเองชัดเจน เช่นวง Bee Gees หรือ Pet Shop Boys ซึ่งเขาไม่คิดที่จะตามกระแสหรือเปลี่ยนตัวเองไป วงใหม่ๆ เหล่านี้ กลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผม ส่วนแรงบันดาลใจในการคิดทำนอง คิดเนื้อหาเพลงส่วนใหญ่มักมาจากจินตนาการ มาจากการสังเกตชีวิตคน

Molekul : สไตล์ของแนวดนตรี
Petch : แนวดนตรีในอัลบั้มนี้มีความหลากหลาย แต่เพื่อที่จะไม่ให้มันหลากหลายเกินไป เราก็ยังยึดเสียงเพลงที่เป็นไฟฟ้าอิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งมีมาตั้งแต่ชุดที่แล้ว ในอัลบั้มนี้ก็มีหลายเพลงที่ยังเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนการแต่งเพลงของผมเป็นอะไรที่มีเนื้อร้องทำนองชัดเจน มีโครงสร้างเป็นแบบของตัวเอง โดยเอาความย้อนยุค มาปนกับความทันสมัย ซึ่งผมเรียกแนวเพลงในชุดนี้ของผมเองว่า Retro Electro คือย้อนยุคแต่ล้ำนิดๆ แต่แปลกใหม่นะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีใครเขาย้อนยุคกัน เหมือนกับหนังพีเรียด ที่ในขณะที่ทุกคนทำหนังแอ็คชั่น หรือหนังโรแมนติก คอมมิดี้ พอมีหนังพีเรียดมามันก็กลายเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ ‘เก่าในความใหม่’
Molekul : ระยะเวลาในการทำอัลบั้มนี้นานแค่ไหน
Petch : ผมแต่งแป๊บเดียวครับ เป็นคนแต่งเพลงไว ส่วนใหญ่ทำนองมา พอได้เนื้อร้องมา 1 ประโยค เราก็พอรู้แล้วว่าเพลงมันจะเป็นอย่างไง ซึ่งผมทำงานได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน คิดออกก็จะลุกขึ้นมาแต่งจนเสร็จ เรื่องทำนองนี่ไม่นาน แต่เนื้อร้องต้องประดิดประดอย ตั้งแต่ 1 ชั่วโมง ถึง 1 วัน 2 วัน บางเพลงทิ้งไว้เป็นปี คิดว่าดีแล้ว พอกลับมาดูอีกทีเติมอีกนิดดีกว่า ส่วนการทำในห้องอัดผมใช้เวลาทำอยู่ประมาณ 2 ปี ขั้นตอนแรกเป็นเรื่องของการ Arrange เรียบเรียงดนตรี ซึ่งผมก็ต้องอาศัยนักดนตรีที่มีความสามารถคนอื่นที่มีรสนิยมตรงกันเข้ามาช่วย เพราะผมจะเป็นนักแต่งเพลงที่แต่งอย่างเดียว ใช้เปียโนทำเพลงที่อยู่ในหัว ไม่ใช้เครื่อง มันไม่ทันใจอ่ะ กว่าจะเรียนรู้ได้ มันก็เสียเวลา เวลาก็หมดไปกับการขลุกอยู่ในห้องอัดกับเรื่องเทคนิคการร้องบวกกับ Arrange ประมาณปีนึง แล้วมิกซ์อีกประมาณปีนึง เรียกได้ว่าเราพิถีพิถันมาก ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงพอไปนานแล้ว แต่เราแบบว่ายังไม่สะใจก็อีกนิดนึงแล้วกัน
Molekul : ที่มาที่ไปของการทำ MV ทั้ง 11 ตัว
Petch : ที่ตั้งใจทำทุกเพลงเป็น MV หมดเลย เนื่องจากว่า หนึ่ง เราหายไปนาน กลับมาทำ 2-3 เพลง คงไม่สะใจ สอง เรามีความเข้าใจกว้างขึ้น คิดว่าตัวเองทำเพลงได้ดีขึ้น ในแง่ของเนื้อร้องทำนองนะ ไม่ได้พูดถึงว่ามันจะป๊อบหรือนิยมหรือเปล่า... ในแง่ของ Visual มันมาจากเรารู้สึกว่าเพลงเราเป็นศิลปะเหมือนกัน MV ของเรา ไม่อยากให้เป็น MV ธรรมดา น่าจะมีความเป็นศิลปะ ก็เลยไปเชิญบรรดาศิลปินจากวงการศิลปะร่วมสมัยมาช่วยทำ ทำให้ MV ที่ได้มีความเป็นศิลปะที่หลากหลาย
Molekul : วิธีเลือกผู้กำกับ MV แต่ละเพลง
Petch : จะดูจากความเหมาะสมของเพลง ผมจะเป็นคนเลือก โดยที่มีที่ปรึกษาในวงการศิลปะด้วยนะ พอเราจะทำเพลงของเราให้เป็นศิลปะ ก็คิดว่าต่อว่าควรจะมีใครบ้าง เพลงไหนเหมาะกับใคร แต่ด้วยรสนิยมเรามันไม่เหมือนใคร ก็เลยมีคนที่เราชอบไม่กี่คน ไม่ใช่บอกว่ามีคนเก่งไม่กี่คนนะ แต่คนที่มีรสนิยมตรงกันมีอยู่ไม่กี่คน ก็อย่างได้คุณมนต์ชนก มาทำเพลง Let’s Talk About Love ให้ คุณวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ซึ่งเราก็รู้จักชอบพอกันนานก็ตามมา ซึ่งตอนนั้นเขายุ่งมากเลย แต่เรารอเขา เพราะเรารู้ว่าเขาคือคนที่เหมาะสม ที่จะมาทำเพลงมาเติมความรัก (Fill me) ให้มันโรแมนติก คิดว่าในเมืองไทยนี่ไม่มีใครที่ทำได้เป็น art และมีความโรแมนติกได้อย่างนี้ พอทำออกมาแล้วก็โดนใจผมมาก และก็ได้ข่าวว่าโดนใจแฟนเพลงมากด้วย... ส่วนเพลงอุ้ม (Carry) เนื้อหามันค่อนข้างจะแฟนตาซีหน่อย ตัวละครในเรื่องผู้ชายจะอุ้มผู้หญิงคนหนึ่งไปกลางทะเลทราย แล้วก็ไปเจอปีศาจอะไรมากมาย ผู้หญิงที่ถูกอุ้มก็จะเซ็กซี่ๆ อีโรติกหน่อยๆ อย่างผมนี่คงอุ้มผู้หญิงคงไม่ไหว ตัวก็เล็กนิดเดียวเอง เลยคิดว่าเป็นมันต้องเป็น Animation แน่นอน ก็เลยได้คุณโลเลมา
Molekul : ไอเดียในการคิดเรื่องราวของ MV มาจากไหนค่ะ
Petch : แล้วแต่เรื่องครับ ถ้าเรื่องไหนผมมีคอนเซ็ปต์อยู่แล้ว ผมจะบอกเขาไป ส่วนเรื่องไหนที่ทำมาแล้วมันเหมือนกับปรุงก๋วยเตี๋ยวมาแล้วยังขาดอะไรนิดๆ หน่อยๆ ผมจะช่วยแต่งเติม ถ้าเขาไม่ว่าอะไรนะ... แต่อย่างของคุณวิศิษฏ์ในเพลงมาเติมความรัก (Fill me) เนี่ยะ เขาคิดมาเองทั้งดุ้น ซึ่งผมก็ชอบมากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น มีอยู่นิดเดียวที่เขาบอกว่า คุณเพชรต้องเป็นตุ๊กตานะครับ แล้วก็อาจจะต้องแก้ผ้าด้วย เพราะคุณเพชรเป็นตุ๊กตา ทั้งๆ ที่ทีมงานเข้าวางคอนเซ็ปต์ ให้ผมใส่สูทผูกไท ผมก็โอ้โห! จะไหวเหรอ คิดไปคิดมาก็ เออออห่อหมกตาม แล้วมันก็ออกมาได้เก๋มาก
Molekul : MV ตัวไหนที่บ่งบอกได้ว่าเป็นตัวตนของพี่เพชรได้มากที่สุดค่ะ
Petch : ก็จะเป็น 2 เพลงแรก ที่ออกไปแล้ว Let’s Talk About Love และก็มาเติมความรัก (Fill me) คือเพลงของผมจะเป็นอะไรที่มีหลายมิติ อาจเป็นความรักแฝงอีโรติกที่ปนกับความคิด อาจจะเสียดสีสังคม หรือเป็นความรักในแง่มุมแปลกๆ... แต่ของบางท่านนี่ผมก็เปิดโอกาสเต็มที่อย่างของคุณอภิชาติพงษ์ ก็จะไม่มีผมอยู่ในนั้น MV เขาก็จะเหมือนเป็นวิดีโออาร์ต ซึ่งผมก็ปลื้มนะว่าเพลงของเรามีส่วนกับ Art ยิ่งถ้าเขานำ MV ตัวนี้ไปฉายตามงานในต่างประเทศ หรือตามแกลเลอรี่มันก็จะเก๋ระเบิด คือมันไม่จำเป็นว่าต้องมีตัวตนของผม บางเพลงมีเรา บางเพลงไม่มีเรา บางเพลงเป็นตัวตนเรา บางเพลงภาพอาจจะไม่เป็นตัวตนเรา แต่มีเพลงของเรา อย่างไงมันก็มีตัวตนของเราอยู่ในนั้นอยู่ดี
Molekul : สุดท้ายห่างหายจากวงการไป 20 ปี ไปทำอะไรมา
Petch : ก็มีไปทำนิตยสาร รายการทีวี แต่ว่ามันไม่แปลกใหม่พอที่จะพูดถึง ไปทำธุรกิจอะไรเยอะแยะของที่บ้าน แต่ตัวตนของผมจริงๆ เป็นศิลปิน ก็มีไปแต่งเรื่องสั้นบ้าง 2-3 เรื่อง แต่คนไม่ค่อยรู้ เพราะมันไม่เยอะพอที่จะรวมเล่ม เคยคิดอยากแต่งนิยายนะ เดี๋ยวนี้ก็ยังคิดอยู่ บางทีพอจบจากโปรเจ็คต์นี้แล้วก็อาจจะโดดไปแต่งนิยายก็ได้... อีกเรื่องหนึ่งคือ ผมสนใจเกี่ยวกับธรรมะมาก ผมคิดว่าศิลปินส่วนใหญ่เนี่ยะ ใจคอมันว้าวุ้น ก็เลยต้องพึ่งธรรมะ ซึ่งธรรมะก็ได้สอนว่าตัวตนที่แท้จริงของเราไม่ใช่แค่นักแต่งเพลง ที่ชื่อ เพชร โอสถานุเคราะห์ นะ ตรงนั้นเป็นแค่เปลือก เป็นภาพพจน์ที่เราคิดว่าเราเป็น ตัวตนที่ลึกที่สุดของเราเป็นอะไรที่ลึกมาก ไร้ตัวตน พอไปสัมผัสกับตรงนั้นทำให้เราพบกับความนิ่ง ความนิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ ทำให้เราคิดได้ โอเคเรามีหลายบุคลิก บุคลิกหนึ่งก็เป็นนักแต่งเพลง แล้วก็อยากให้คนชื่นชมเรา แตอีกบุคลิกหนึ่งก็ไม่อยากที่จะ low-profile ไม่อยากให้คนจำหน้าได้ ซึ่งคราวนี้ก็ดีเหมือนกัน ถึงจะเป็นศิลปิน แต่ใน MV หนึ่งก็เปลี่ยนลุคไปก็ดี
เชื่อแน่ว่าอัลบั้มนี้คงไม่ใช่บทสรุปสุดท้ายของศิลปินที่มากด้วยจินตนาการอย่าง พี่เพชร โอสถานุเคราะห์ อย่างแน่นอน วันนี้พี่เขากลับมาแล้ว และนับจากนี้ไปอนาคตทางวงการดนตรีบ้านเราคงไม่ธรรมดาแน่นอน...
บทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องของ เพชร โอสถานุเคราะห์
Scoop : Let's Talk About Love
แกลอรี่งาน Album Launch and Mini Concert เพชร โอสถานุเคราะห์

วันที่ : 2007-04-27
อ่านแล้ว : 4521 ครั้ง

把那拿开
Post : 1

MJ
Post : 1
อยากได้เนี้อร้องเพลง เพียงชายคนนี้ื(ไม่ใช่ผู้วิเศษ) English version อ่ะค่ะ
ไม่รู้ว่าใครจะส่งให้ได้มั่งอ่ะ
เมื่อ 2008-07-05 16:44:05

ต๋อง
Post : 1
อยากรู้เรื่องเพลงที่เป็นอิเล็กทรอนิก rock & funk rocc
เมื่อ 2008-02-14 00:24:16

กกกก
Post : 1
ผมก็ชอบ
เมื่อ 2007-11-26 15:58:41

นุกคนเดิมคับ
Post : 1
น้องผมยังชอบคุณเพชร โอสถานุเคราะห์ผู้วิเศษ แล้วน้องผมบอกว่าชอบMVของคุณมากในรอบปีนี้มีคุณเพชร โอสถานุเคราะห์ผู้วิเศษที่ทำออกมาใด้ดีมากผมชอบของคุณมากบอกไม่ถูกเลยผมขอให้คุณอยู่ใด้นานแล้วทำอัลบั้มใหม่ขึ้นมาอีกคับงั้นผมขออำลาไปก่อนคับ
เมื่อ 2007-06-02 20:58:16
เพลงเพาะจังค่ะ
มีแนวเปงของตัวเอง
เมื่อ 2008-07-09 09:06:15