Spicydisc อะคูสติก Tiger Translate ภาพยนตร์ Party Circle 22 Concert อพาร์ตเมนต์คุณป้า Lula Fat Festival 8 Friday Good September Tk Park Sony Bmg Groove Riders คาราบาว Flure Knock The Knock Mola Mola Sunshine สนามหลวง Mild Crescendo ฟิล์ม รัฐภูมิ เสนาหอย Songburi Nuvo แฟต เฟสติวัล Scrubb คอนเสิร์ต Mv ต้า สมิทธ์ อัลบั้มใหม่ Activity จุ๋ย จุ๋ยส์ Fat Festival
Special !! เพชร โอสถานุเคราะห์![]()
ชื่นชมกับงานเพลงในแนว Retro Electro ในอัลบั้ม Let’s talk about Love ของพี่เพชร กันมาสักพักใหญ่แล้ว ยิ่งฟัง...ยิ่งอิน ยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ต้องมีอะไรมากกว่าที่เราสามารถสัมผัสได้...
ฉะนั้น บทสัมภาษณ์นี้ เราจะพาชาว Songburi เข้าไปรู้จักถึง ‘ก้นบึ้ง ตัวตน และสิ่งที่เขาแสวงหาอยู่’ ของผู้ชายที่ชื่อว่า เพชร โอสถานุเคราะห์ กันอย่างถึงแก่นกันเลยทีเดียว
Molekul : อะไรจุดหักเหที่สำคัญที่ทำให้พี่เพชรกลับมา หลังจากหันหลังให้กับวงการเพลงไป 20 ปี
Petch : เริ่มจากที่ผมเริ่มสนใจธรรมะครับ เพราะตอนนั้นเรารู้สึกเหมือนกับว่าไม่อยากกลับเข้ามาในวงโคจรนี้ ที่ว่าพอเป็นศิลปินแล้วมันต้องมีตัวตน ต้องมีกระบวนการสร้างภาพ ต้องออกมาเจอสื่อ ต้องมีผลงานที่ต่อเนื่อง คนจะได้จำเราได้ไม่ลืมเรา อะไรอย่างเนี่ยะ ก็เลยกระโดดออกไปทำนู่นทำนี่ ซึ่งช่วงนั้นที่หายไป ผมไม่ฟังเพลงเลยนะ เพราะรู้ว่าถ้าฟังเดี๋ยวก็ต้องแต่ง เลยเลิกเลยไม่ฟังไม่อะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งวันหนึ่งเราได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรม ธรรมะทำให้เรานิ่งขึ้น แล้วสอนให้ผมเรียนรู้จักตัวเอง ทำให้เรามองเห็นว่ากิเลสของเราตรงนี้ มันยังไม่หมดไป ความสามารถในการแต่งเพลงเราก็ยังมี ก็เลยเลิกที่จะปิดกั้นตัวเอง ลองกลับมาแต่งเพลงดู ก็แต่งไปเล่นๆ สักพักก็มีเพลงที่ดีออกมา ซึ่งมันก็เหมือนกับลูกที่เรารัก เหมือนกับนกที่วันหนึ่งมันปีกกล้าขาแข็งแล้ว เราก็ควรที่จะปล่อยมันออกไปเผชิญกับโลกอันกว้างใหญ่ ก็เลยต้องปล่อยมันออกไป
Molekul : องค์ประกอบอะไรที่พี่เพชรใช้มาแต่งเพลง
Petch : ประสบการณ์ชีวิตของผม ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องรักอย่างเดียวเท่านั้น แม้แต่เรื่องราวในหนังสือที่เราอ่าน มันก็สามารถเป็นวัตถุดิบให้เราได้
Molekul : สถานที่แบบไหนที่ทำให้ต่อมการแต่งเพลงของพี่เพชรพรั่งพรูออกมา
Petch : ทุกที่ทุกเวลาเลย ในรถ ในห้องน้ำ หน้าเปียโน ทั้งหมด เวลาเพลงมันจะมานะ มันเหมือนกับเสียบปลั๊ก แค่ทำนองเดียว มันก็พาเราไปสู่เพลงทั้งเพลงแล้ว ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันมาจากไหนเหมือนกัน บางเพลงที่ออกมาดี ก็ เฮ้ย! เราแต่งจริงเหรอ ?!?...ก็มี ส่วนเพลงที่ไม่ดี ก็ปล้ำมันอยู่นั่นแหละ สุดท้ายก็ยังไม่ดีอยู่ดี...ก็มี เพราะฉะนั้นเพลงที่ดีก็เหมือนกับเพลงนั้นเขา ?!?ให้มา (หัวเราะ)
Molekul : คิดอย่างไงกับที่หลายคนคาดหวังในตัวเรา ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากเพลงรักสุดโรแมนติก ‘เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ)’
Petch : คือผมเป็นคนที่ไม่มองอดีต ซึ่งใครจะชอบเพลงเพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ) แค่ไหน ผมก็แค่ว่า อืม...มันก็เพราะดี ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นเราแต่งออกมาได้อย่างไร ถือว่าเป็นเพลงที่ดีเพลงหนึ่ง แต่พอถึงเวลาที่เราทำเพลงใหม่ เราจะไม่คิดเพลงเก่า จะไม่มานั่งวิเคราะห์ว่าจะทำอย่างไรถึงจะให้เขามาชอบเราอีก จะไม่คิดเลย เพราะเพลงที่ผมทำนั้น ผมทำออกมาให้ตัวผมพอใจ อาจจะฟังดูแล้วอาจจะเหมือนหยิ่ง แต่มันไม่ใช่ ผมเชื่อว่าศิลปินทุกคนเป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะนักดนตรีหรือนักวาดรูปหรืออะไร มีเพียงตัวเองเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งถ้าเราทำงานออกมาเพียงแค่ว่าจะรอฟังคำชมเชยจากคนอื่น เราก็ไม่ใช่ศิลปินแล้ว เราก็จะกลายเป็นแค่นักผลิต Product หรือ Entertainer ไป ซึ่งผมไม่ใช่แบบนั้น ผมคิดว่าเราก็เป็นมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง คือ ถ้าเราชอบ คนอื่นบางคนก็มีสิทธิ์ที่จะชอบเหมือนเรา ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ทุกคน เราคิดว่ารสนิยมของเราดี เก๋ เท่ พอสมควร ก็คงจะมีบางคนที่เก๋ เท่ เหมือนเราบ้าง ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็แล้วแต่ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็แฮปปี้นะ
Molekul : คาดหวังหรือไม่คาดหวัง
Petch : คาดหวังซิ ศิลปินทุกคนทำอัลบั้มออกมาก็ต้องคาดหวังทั้งนั้น แต่ในความเป็นศิลปินก็ต้องการสร้างผลงานที่เป็นงานศิลปะที่ดีออกมา สมมติคนที่เป็นนักวาดรูป ก็ต้องซื่อสัตย์กับภาพวาดของตัวเอง เขาต้องวาดภาพที่ตัวเองชอบและคิดว่าดีที่สุดออกมา แต่พองานเสร็จแล้ว ถึงเวลาที่จะแสดง Exhibition ก็จะคิดว่า เอ... ทุกคนเขาจะชอบไหม ซึ่งผมก็เหมือนกันพอแต่งเพลงออกมา ได้ทำอย่างที่เราชอบเสร็จ ก็อยากรู้ว่าจะมีคนชอบไหม เขาจะฟังเพลงของเรารู้เรื่องไหม แต่ทั้งหมดนี้เราก็จะไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้นเพื่อตลาด

Molekul : อีก 10 ปี 20 ปี หลังจากนี้พี่เพชร จะอยู่ตรงจุดไหน
Petch : ถ้าในเรื่องของเพลง ก็ยังอยากที่จะมีอัลบั้มอีกนะ เพราะมีความรู้สึกว่าเราแต่งเพลงได้ดี แล้วเพลงแบบนี้ก็ไม่ค่อยมีคนทำกันแล้ว นี่มองไปถึงกระแสเพลงของโลกเลยนะ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศนี้ประเทศเดียว ผมรู้สึกว่ากระแสเพลงตอนนี้ มันไปในทิศทางเดียวกันมากเกินไป พอฮิฟฮอฟก็ฮิฟฮอฟ R&B ก็ R&B อยู่อย่างงั้น ผมเชื่อว่าทำนองดีๆ เนื้อร้องดีๆ คนมีความสามารถดีๆ ยังมีอยู่อีกมาก พอย้อนกลับมาดูตัวเองแล้ว เราก็ทำตรงนี้ได้ดี ฉะนั้น เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของตัวเอง เราก็ควรจะทำ เพื่อวงการเราก็ควรจะทำ เพื่อเป็นการชี้ให้เห็นว่าทำแบบนี้ โดยไม่ต้องอิงไปตามกระแสแบบนั้นก็ได้ ก็ควรจะทำ... โดยอันนี้ไม่ได้มาชี้นำให้น้องๆ ต้องมาทำตามผมนะ แต่ผมหมายความว่า ก็ทำในแบบของคุณนั่นแหละ ไม่จำเป็นต้องตามกระแส แล้วถ้ามันดีก็จะมีคนเขามาชอบเอง คนอื่นที่เขาไม่ชอบก็ช่างมันปะไร (หัวเราะ) มันต้องมีบ้างแหละที่เขาชอบ เพราะเราก็เป็นมนุษย์ธรรมดา ถ้าเราชอบก็ต้องมีส่วนหนึ่งที่ชอบด้วย
Molekul : หลักธรรมที่พี่เพชรมีไว้ใช้สำหรับตัวเองคืออะไร
Petch : คืออยู่กับปัจจุบัน แล้วก็มองความคิดว่าเป็นเพียงมายา เพราะทุกอย่างที่เราคิดก็เหมือนกับ ‘ก้อนเมฆ’ ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ดังนั้น ตัวตนจริงๆ ที่เราคิดว่าฉันคือเพชร โอสถานุเคราะห์ที่อยากทำนู้นทำนี้ ฉันคือศิลปิน ฉันเป็นนักแต่งเพลงที่มีอดีตอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วจะมีอนาคตแบบนี้ ถ้าเราผ่านมันไปได้ แล้วอยู่กับปัจจุบันได้มากขึ้น ก็จะไม่มีปัญหา ฉะนั้น ก็ไม่สำคัญแล้วว่าชุดที่แล้วจะเป็นอย่างไร ชุดใหม่จะมีคนชอบไหม... อย่างมีหนังสือเต๋าเล่มหนึ่งที่ผมพกมา เขาบอกว่า “ถ้าเราแคร์กับเสียงติชมของคนอื่น เราก็จะกลายเป็นนักโทษของเขา” ดังนั้น เมื่อเราทำงานเสร็จแล้วก็ให้ปล่อยวางซะ อันนี้คือหนทางแห่งความสงบ แล้วผลงานเราก็จะอยู่ตลอดไป ไม่ใชในสายตาของคนอื่น แต่มันอยู่ของมันเอง หรือถึงจะไม่อยู่ก็ช่างมัน เมื่อเสร็จแล้วก็ให้ไปทำอย่างอื่นซะ ชีวิตคนเรามีหลายมุม มุมของศิลปินไม่ใช่เป็นแต่เพียง Super Star ที่เดินไปไหนมาไหนแล้วมีแต่คนรู้จัก ชีวิตมันกว่ากว่านั้น มันกว้างกว่าการเป็นแค่นักแต่งเพลง หรือการเป็น Super Star ซึ่งชีวิตตรงนั้นต่างหาก ที่เป็นชีวิตในแบบที่ผมอยากสัมผัส
Molekul : สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงคนใน Generation ใหม่นี้บ้าง
Petch : ก็อยากจะชวนให้น้องๆ คนรุ่นใหม่ หันมาสนใจในเรื่องของธรรมะตรงนี้กันบ้าง แทนที่จะสนใจแต่เรื่องชีวิตอย่างเดียว เพราะการที่เราเป็นคนทันสมัย ก็ไม่ได้หมายความว่าเราสนใจในเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ลองศึกษามันไปควบคู่กันดูก็จะดี อีกอย่างผมคิดว่าคนสมัยนี้อยู่กับตัวเองไม่เป็น ถึงบ้านต้องเปิดทีวี ถึงบ้านต้องเล่นคอมฯ อะไรอย่างนี้ ไม่รู้จักความสงบ อยากให้น้องๆ ลองหาเวลาอยู่กับตัวตนของตัวเองสักพัก นิ่งๆ เงียบๆ สักครู่ก็ดีนะครับ
บทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องของ เพชร โอสถานุเคราะห์
Scoop : Let's Talk About Love
แกลเลอรี่งาน Album Launch and Mini Concert เพชร โอสถานุเคราะห์

วันที่ : 2007-07-25
อ่านแล้ว : 1165 ครั้ง

อัครพล
Post : 1

Noo
Post : 1
ชอบมากค่ะ รู้แจ้งในชีวิตดี
เมื่อ 2008-04-03 13:26:33

ยุง
Post : 1
ชอบ
เมื่อ 2007-09-07 14:27:02

MaRiLyN
Post : 1
ชอบ idea ของพี่เพชรแกมากครับ ที่ทำเพลงแบบมีแบบศิลปะจริงๆ
เมื่อ 2007-08-21 12:36:40

ไท
Post : 1
ชอบแนวคิดพี่เพชรมากๆครับ
เมื่อ 2007-07-26 19:42:56
ชอบอาจารย์เพชรมากครับ อ่านแล้วได้ความคิดในอีกมุมที่เราไม่เคยสัมผัส
เมื่อ 2008-06-28 14:30:01