แฟต เฟสติวัล ต้า สมิทธ์ Tk Park อัลบั้มใหม่ Activity Mola Mola Sunshine อะคูสติก จุ๋ย จุ๋ยส์ Good September Mild Sony Bmg Tiger Translate Groove Riders สนามหลวง Songburi ฟิล์ม รัฐภูมิ Lula Mv Flure Friday Spicydisc Nuvo Concert Fat Festival Crescendo Party เสนาหอย คอนเสิร์ต Fat Festival 8 ภาพยนตร์ คาราบาว Knock The Knock อพาร์ตเมนต์คุณป้า Circle 22 Scrubb
Rik![]()
มาแล้วค่ะ กับบทสัมภาษณ์ของพี่ริค - วชิรปิลันธิ์ โชคเจริญรัตน์ ที่หลายๆ คนรอคอย เอาไปอ่านกันให้เต็มที่เลยนะคะ ทั้งเรื่องราวใน "ราสมาลัย Chapter 1-2" ใครว่าพี่เขาดุ แก้วว่าตัวจริงพี่เขาน่ารักออกจะตายไป วันนั้นเราคุยกันนานมากๆ ถ้าอยากรู้ว่าคุยอะไรกันบ้างก็ไปติดตามกันได้เลยค่ะ...
ก่อนหน้าที่มาจะมาร่วมงานกับทางหัวลำโพงริดดิม พี่ริคเคยมีผลงานอะไรมาบ้างคะ ?
ริค : ก็มีสมัยอยู่ Bakery นั่นล่ะค่ะ พี่เคยไปช่วยงานของโจ้ โจอี้แมน ชื่อเพลง "กัด" แล้วก็อัลบั้ม "บางกอก" ชื่อเพลง "เฉย" จากนั้นก็มีไปร่วมงานกับโป้ โยคีย์เพลย์บอย ชื่อเพลง "รามซิงค์เรดิโอ" แล้วก็เพลง "แหก" อัลบั้ม Vision ของ Pixyl แล้วจากนั้นก็มาทำอัลบั้มของตัวเองชื่อ "ปฐม" ในปี 2542 ซึ่งผลตอบรับภาพรวมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กลุ่มคนฟังยังแคบอยู่ แต่ถ้าถามพี่ พี่ก็ว่าโอเคนะ สำหรับตัวเองตอนนั้น
หลังจากหมดสัญญาปุ๊บ พี่ริคก็...
ริค : พอหมดสัญญา พี่ก็ได้ไปร่วมงานกับ พี่ซี๊ด ดีเจซี๊ด - นรเศรษฐ์ หมัดคง หน่ะค่ะ ในอัลบั้มชื่อ Eklectic สุนทราภรณ์ คือเป็นการนำเพลงเก่าๆ ของสุนทราภรณ์มาทำใหม่ให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น เพลงที่พี่ไปร้องให้ตอนนั้นชื่อ "แค้น" เป็นเพลงช้าเพลงเดียวในอัลบั้ม จากนั้นก็ได้ร่วมงานกับ Day Tripper ในอัลบั้มแรกของเขา ชื่อเพลง "ทะเยอทะยาน" ช่วงนั้นก็มีประมาณ 2 - 3 วงที่อยากให้พี่ไปร่วมงานด้วย แต่พี่เองมีข้อแม้ว่า พี่ต้องฟังดนตรีก่อน ถ้าฟังแล้วรู้สึกไม่ผ่าน พี่จะไม่ร่วมงานด้วยเลย
ทำไมล่ะคะพี่ ?
![]() |
ริค : คือ ที่พี่ปฎิเสธไป เพราะพี่คิดว่าการไปร้องให้คนอื่นสุรุ่ยสุร่าย มันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรแก่ตัวพี่เลย การไม่รู้จักเลือกจะทำให้มาตรฐานของตัวเองต่ำลง แล้วเสียงของพี่ ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อใคร หมายถึง ไม่ได้มีไว้ตอบสนองความเท่ เก๋ เด่นให้ใคร แต่มันมีค่ามากกว่านั้น อาจจะดูเหมือนเอาแต่ใจ เหมือนอหังการเสียเหลือเกิน แต่นั่นคือความรู้สึกที่แท้จริงของพี่ ที่จะซื่อสัตย์อย่างยิ่งต่อการดำรงอยู่ของเส้นเสียงของตัวเอง |
ในเรื่องของการทำเพลงโฆษณาล่ะคะ พี่ริคไปทำตรงนั้นได้อย่างไร ?
ริค : คนที่แนะนำให้พี่มาทำงานตรงนี้คือ ต๊งเหน่งค่ะ รัดเกล้า อำมระดิษ เขาชวนพี่ไปร้องเพลงโฆษณา งานชิ้นแรกของพี่เลยเนี่ย คือโฆษณา เรโซน่า แต่ใช้ออกอากาศที่อินโดนีเซีย ชิ้นต่อมานี่ จำไม่ได้ค่ะ (หัวเราะ) อันนี้ออกอากาศที่ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย แล้วก็มีโฆษณาสบู่ลักส์ อันนี้ไปออกที่เวียดนาม ส่วนโฆษณา วันทูคอลล์ ชุด Presenter ที่มีปาล์มมี่เดินชายหาด อันนี้เป็นงานแรกของพี่เลย ที่ได้ออกอากาศที่เมืองไทย ตอนที่โฆษณาชิ้นนี้ออกไป คนชอบคิดว่าตัว Presenter เป็นคนร้อง แต่จริงๆ แล้วเป็นเสียงของพี่ค่ะ (หัวเราะ)
จำได้ว่ามีอ่านสปอตให้เนสกาแฟโกลด์ด้วย ?
ริค : ค่ะ งานนั้นเป็นงานหลังจากที่ทำเพลงโฆษณานีเวียเสร็จ จำได้ด้วยหรือคะ (หัวเราะ) ซึ่งพอพี่เสร็จงานตัวนี้ พี่ก็มีไปร้องเพลงประกอบหนัง "บุปผาราตรี" ซึ่งเพลงนี้ชื่อ "Automata" อยู่ใน "ราสมาลัย Chapter 1" ใครที่มีอัลบั้มของพี่อยู่ ก็คงได้ฟังกัน
มาถึงเพลงโฆษณาที่แจ้งเกิดชื่อของพี่ริค ?
ริค : มันคือเพลงโฆษณาอนิเมชั่นของวันทูคอลล์ในชุดชื่อ "อย่ากลัว" ซึ่งเพลงนี้ได้รับรางวัลเพลงประกอบโฆษณายอดเยี่ยมด้วย เพลง "อย่ากลัว" นี้เป็นเพลงเดียวตั้งแต่ทำเพลงโฆษณามา ที่มีทุกอย่างให้พร้อมแล้ว เหลือแต่วิธีการร้อง การตีความ กับเสียงร้องของพี่ อยากบอกว่างานชิ้นนี้เป็นงานที่ง่ายที่สุด เป็นงานที่ต้องการบุคลิกภาพเสียงร้องของพี่โดยเฉพาะ
เมื่อเทียบกับตัวอื่นๆ
ริค : โฆษณาตัวอื่นที่ผ่านมาพี่จะอยู่ในฐานะลูกจ้างเต็มตัว พี่ต้องตามใจเขาทุกอย่าง เพลงที่มีมาก็เป็นเพลงต้นแบบ กับเพลงที่แปลงร่างมาแล้ว หลายต่อหลายเพลงที่พี่ต้องหนีเมโลดี้เดิมที่คุ้นหู ให้แปรสภาพเป็นเพลงใหม่ ภายใต้ดนตรีที่รู้จัก พี่ต้องคิดใหม่ ทำให้เขาใหม่ ให้ห่างไกลจากเดิม เห็นไหมคะ ยากกว่าตั้งเยอะ แถมเงินยังได้น้อยกว่าด้วย (หัวเราะ)
ค่ะ ย้อนกลับมาที่การร่วมงานกับศิลปินแถวหน้าในวงอินดี้อย่าง The Photo Sticker Machine กันบ้าง
ริค : อ๋อ! ค่ะ ตอนนั้นเพลงที่พี่ไปร้องและเขียนให้ชื่อเพลง Our Child ชื่อภาษาไทยว่า "ยังเยาว์" ช่วงนั้นก็มีร่วมงานกับหลายคน ที่พี่ชื่นชอบอยู่แล้ว รวมไปถึงพี่โต้ สุหฤท ด้วย คนนี้ถือได้ว่าเป็นศิลปินอินดี้ที่ไฮโซสุดๆ (หัวเราะ) กับพี่โต้ ที่พี่ไปร้องและเขียนให้ เพลงนั้นชื่อ "หัวใจพินพัง" ตอนที่ยอมไปร่วมงานกับแก อันนี้เป็นเหตุผลส่วนตัวสุดๆ คือ แกเป็นแขกค่ะ(หัวเราะ) เอ....แล้วก็อะไรอีกนะ..
คอนเสิร์ตของ T- Bone กับเพลงของ Crescendo ค่ะ ?
ริค : ใช่ๆๆ นั่นเป็น FaT Live "มนต์รักเพลงสกา" ตอนนั้นพี่ไปเป็นแขกรับเชิญให้ ชื่อเพลง "พระอาทิตย์" ซึ่งคอนเสิร์ตในวันนั้นสนุกมากๆ วงนี้ค่อนข้างแสดงสดได้ดี ส่วนงานของ Crescendo เพลงที่พี่ไปช่วยชื่อเพลง "ถึงเธอ" เพลงนี้เขียนไว้อาลัยแก่ โจ้ วงพอสค่ะ ไอ้โจ้มันเป็นเพื่อนที่พี่รักมากที่สุดคนนึง เราคบกันมา 8-9 ปี ซึ่งก่อนที่พี่จะมาทำอัลบั้มนี้ มีอยู่วันนึง นานมาแล้ว พี่เจอโจ้ที่ห้องซ้อมดนตรี พี่เองกำลังเห่อที่อัดเพลง "แค้น" เสร็จ เลยเอาให้โจ้ฟัง มันบอกว่า ดีมากเลย แต่คนฟังเพลงโดยรวมของประเทศเรา ไม่ต้องการฟังวิธีการร้องที่ดีมากขนาดนั้นหรอก ร้องเพลงเพราะแบบธรรมดาให้คนฟังร้องตามได้ รู้เรื่อง แล้วได้เงินแค่นั้นดีกว่า พอแล้ว มันอยากให้พี่ได้เงินใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ตอนนั้นโกรธมันมากค่ะ โกรธที่ว่า พี่กับโจ้เป็นเพื่อนกันมา ต่างเข้าใจเรื่องของความฝัน ดำรงอยู่ได้ด้วยความฝัน ความเป็นตัวของตัวเองของพวกเราต้องประสบผลสำเร็จ แต่ทำไมวันนี้ถึงพูดแบบนี้ พี่กลับเข้าใจไปว่า ความฝันคงตายไปจากหัวใจมันแล้ว พี่ก็ได้แต่ไล่ไอ้ฟูกลับบ้าน พามันพร้อมขวดเบียร์ไปส่งขึ้นรถแท็กซี่ มันยังมีหน้าหันมายิ้ม ตบไหล่ แล้วพูดซ้ำอีก "เงินจะทำให้มึงใช้ชีวิตอย่างมีความสุข" ให้โกรธแค่ไหน ความโกรธก็ไม่ได้แล่นออกมาด้วยเสียงตะโกน เกรี้ยวกราดอย่างที่เป็นกับบางคน นี่เป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้ายที่มันทำให้พี่โกรธ "กลับบ้านไปซะ มึงเมาแล้ว" ประตูรถปิดแล้ว ไอ้ฟูส่งยิ้มอำลามาอีกครั้ง รอยยิ้มนั้นล่ำลาเหมือนบอกกล่าวว่า นี่คือรอยยิ้มสุดท้ายที่พี่พี่จะได้เห็นจากมันในชาติภพนี้
....!!!!!...
ริค : ค่ะ หลังจากนั้น ก็ไม่ได้เจอกันอีก พี่เพิ่งเข้าใจถึงสิ่งที่โจ้เคยพูดกับพี่ในวันสุดท้าย เพราะเป็นเพื่อนกันมา 8 - 9 ปีนี่เอง มันถึงกล้าพูดแบบนั้น พี่ลืมไปได้อย่างไรว่ามันเป็นเพื่อนที่รักและเป็นห่วงพี่มากที่สุดอีกคนหนึ่ง ไอ้ฟูมันไม่ได้คิดร้ายอะไรแม้สักน้อย แต่นังตัวร้ายนี่เองที่คิดไม่ซื่อกับมัน ไปโกรธมันอยู่หลายวัน (หัวเราะ) ยังมีสิ่งสารพันอีกมาก ที่เป็นสิ่งเร้นลับของพวกเรา ที่ถูกหล่อหลอมแล้วแอบซ่อนไว้ ในความทรงจำ ชื่อ มิตรภาพ ทั้ง pause, silly fools, wizard และ พี่ ในฝันไม่มีใครหลงเหลืออีกแล้ว มันร้ายกาจจนเกินไป เราทั้งหมดรู้ดีอยู่แก่ใจ เราต่างก็รักและห่วงใยซึ่งกันและกัน พี่ไม่ควรไปโกรธมัน ไม่น่าไปโกรธมันเลย…
มาที่... ที่มาของอัลบั้ม "ราสมาลัย" ดีกว่าค่ะพี่ริค :)
ริค : ค่ะ ที่มาของชุดนี้ แต่แรกตั้งใจจะทำเป็นเพลงเพราะ ให้สมกับเจตนารมณ์ของตัวเอง ที่จะเอาไว้ตบหน้าไอ้โจ้ (หัวเราะ) พูดอย่างนี้ ไม่ใช่ในทางที่ไม่ดีนะคะ คิดว่าจะแยกส่วนเพราะกับฟังรู้เรื่องออกจากกัน ทำให้มันเห็นทีละอย่าง แต่ลิขิตก็สั่งลงมาแล้ว คือให้มันต้องกลับไปเสียก่อน ความจริงชุดนี้ พี่จะทำร่วมกันกับ นอ (นรเทพ มาแสง) คิดแล้วด้วยซ้ำว่าจะใช้ชื่ออัลบั้ม "Rhino" แรด ซึ่งมาจากชื่อของ ริค (Rik) กับ นอ (Nor) มารวมกัน เหตุผลอีกอย่างก็มาจากลักษณะนิสัยของทั้งคู่ค่ะ (หัวเราะ) แต่ท้ายที่สุด ทำคนเดียวดีกว่า เพราะนอมันแรด และริคทำเพลงแบบเข้าข้างตัวเองเป็นหลักอยู่คนเดียว (หัวเราะ)
![]() |
แล้วอะไรที่ทำให้พี่ไปสะดุดกับชื่อของ "ราสมาลัย" เข้าล่ะคะ |
เออ...พี่ริคคะ ก่อนหน้าที่พี่จะมาร้องเพลงแบบนี้ พี่ปูพื้นฐานมาด้วยการฟังเพลงแบบนี้ด้วยหรือเปล่าคะ ?
ริค : ไม่เลยค่ะ ตอนที่ทำเพลง พี่ไม่ฟังเพลงของใครเลยนะ เพราะไม่อยากเป็นเหมือนใคร ในการทำเพลง ไม่ว่าจะกับพี่กอล์ฟ หรือพี่สุกี้ พี่ก็จะคิดอย่างแรกเลยคือ ลูปของกลอง ซึ่งกลองเนี่ยหล่ะ จะเป็นตัวบอกได้ดี ว่าเรามีนิสัยอย่างไร คือพี่เองเคยเลือกกลองแบบนึง แล้วพี่กอล์ฟก็มาบอกว่า พี่รู้แล้วไอ้ริคมันเป็นคนแบบนี้ๆ อย่างนี้ๆ แต่จนถึงตอนนี้ พี่กอล์ฟก็ยังไม่ได้บอกพี่เสียที ว่าความหมายมันคืออะไร (หัวเราะ)
พี่ใช้เวลาทำงานนานไหมคะ กับ "ราสมาลัย" ?
ริค : จริงๆ แล้ว 1 กับ 2 มันก็คืออันเดียวกัน อัลบั้มเดียวกัน แต่ว่าตอนนั้นพี่ทำไม่ทันค่ะ (หัวเราะ) ก็คือ แบบ มันก็ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ แต่ถ้าให้มันออกมาพร้อมกัน มันก็จะนานไป กว่าจะได้ฟังกันก็คงปลายปี หรือไม่ก็ช่วงเนี้ย เพิ่งจะได้ฟัง ทีนี้พี่เลยคิดว่า เอามันออกมาทีละ 6 เพลงดีกว่า คนจะได้รู้สึกว่ามันไม่แรงไปนะ
แก้วว่ามันเป็นอัลบั้มที่ค่อนข้างเน้นไปในเรื่องของความรู้สึกมากๆ ?
ริค : พี่เองรู้สึกภูมิใจกับอัลบั้มนี้ไม่ต่างจากอัลบั้มแรกเลยค่ะ เพราะว่าพี่ได้อาจารย์ที่มีฝีมือและทักษะทางดนตรียอดเยี่ยม มาร่วมงานด้วย อัลบั้มนี้พี่จึงเน้น "ความมีชีวิตและความรู้สึก" เรื่องการพึ่งพาอิเล็คโทรนิค เป็นส่วนเสี้ยวที่น้อยมาก พี่เน้นเรื่องความสมจริง ทั้งในแง่ของการบันทึกเสียง และการแสดงสดด้วย
ส่วนตัว พี่ริคคิดว่าความพิเศษของอัลบั้มนี้อยู่ที่... ?
ริค : ส่วนตัว ดีใจที่ดนตรีของพี่ หมายถึงภาคของเมโลดี้ พยางค์เสียง กับวิธีการร้อง เป็นที่ยอมรับของนักดนตรีระดับนี้ ที่สำคัญ ในเรื่องของวัฒนธรรม ความเชื่อ หรือศาสนาที่แตกต่าง ก็ยังสามารถดำรงอยู่ อย่างสอดคล้อง และร่วมกันได้จริงๆ ในงานส่วนภาคของดนตรีทั้งหมดนี้ คือความพิเศษของงานอัลบั้ม ราสมาลัยค่ะ ที่พี่คิดนะ
พูดถึงภาพรวมใน Chapter 1 ?
ริค : ราสมาลัย ใน Chapter 1 ว่าด้วยเรื่องราวภาพมายา ที่สามารถสัมผัสได้ด้วยการฟัง ภาพมายาที่ปรากฏตรงหน้า เป็นจริงในโลกของความรัก ความใคร่ ความหลงลวง การดิ้นรนเพื่อให้ถึงซึ่งชัยชนะ ด้วยความฝัน ความกร้าวกร้านของหัวใจตนเอง แบ่งเนื้อหาการเขียนภายใต้ชื่อ "วชิรปิลันธิ์ และ จันกาลี"
ภาษาในการเขียนเพลงล่ะคะพี่ริค ?
ริค : ในส่วนของภาษา พี่ยังคงให้ค่าความสำคัญเป็นรอง ต่อสายเสียงดังเช่นที่ผ่านมา ดำรงซ้ำๆๆ ไปเพื่อเป็นวิถีทางเฉพาะของตน หากแต่มีส่วนภาคที่เปลี่ยนผันแปรจากเดิม คือ การเพาะพยางค์ การใช้เสียง ด้วยลมหายใจที่เปลี่ยนไป ในความเป็นมารดา ด้วยอายุขัยภายใน และความรู้สึกสัมผัสที่จงใจให้สามัญมากขึ้น ในความเป็นมนุษย์ สัตว์โลก คือ ห่วงกิเลส ความขัดแย้ง ที่สิ่งมีชีวิตพึงมี ส่วนหนึ่ง ด้วยสัญชาตญาณของพี่ ยังคงรักมั่นใน "พยางค์" หรือเมโลดี้ อย่างล้ำลึก เช่นนั้นแล้ว สายเสียงที่อิสระ จึงเป็นสิ่งที่พี่ให้ค่าสำคัญอย่างแท้จริง ยิ่งกว่าในส่วนภาคของดนตรีทั้งหมดของขนมหวานชิ้นนี้
อยากให้พี่พูดถึงแนวความคิดของแต่ละเพลงหน่อยค่ะ ว่าสื่อถึงอะไรบ้าง ?
ริค : "ติชิลา" ติชิลา เป็นเพลงแรกที่ปล่อยออกไป เพลงนี้มันก็เป็นการบอกถึงการลุ่มหลงในภาพมายา การดิ้นรน มันค่อนข้างทรมานนะ เป็นการต่อสู้กับสิ่งที่ได้พบเจอ หลายๆ คนบอกว่าเพลงนี้ฟังง่ายขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น ต่อมา "คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์" เพลงนี้พี่เขียนให้คุณคำนวณค่ะ เพราะเขาดีกับพี่มากๆ เขาดูแลพี่ เหมือนกับที่พี่ได้เขียนขอบคุณเขาไว้ เขาชอบถามพี่ประจำว่าพี่รักเขาไหม แต่พี่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาเลย คือหลายๆ อย่างที่เขาทำให้พี่ มันเป็นความประทับใจนะ ไม่ใช่พี่ไม่รู้สึก ก็รู้สึกดี แต่ด้วยอะไรไม่รู้อ่ะ..
พรหมลิขิตค่ะพี่ มันเป็นเรื่องของพรหมลิขิต...
ริค : ใช่ๆ แบบทำไมต้องมาถามเรื่องความรักมากๆ ด้วย คุณไม่รู้หรอ ว่าฉันน่ะเกลียดเลข ฉันไม่มีเหตุผลนักหรอก (หัวเราะ) แค่อยู่ด้วยกันก็พอแล้ว เขาเป็นเหมือนเพื่อน เหมือนญาติ ไม่ว่าพี่จะอ่อนไหว หรือเข้มแข็ง เขาก็อยู่กับพี่ได้ มันมีค่า สำคัญมากกว่าคู่รักอีกนะ
ต่อมาค่ะ "เหนือใจ" เพลงนี้แก้วชอบมากๆ ?
ริค : เพลงนี้มันแบบว่า บางทีเราให้ค่ากับสิ่งหนึ่งมากเกินไป มันก็เหมือนมงกุฎหนามนะ จริงๆ มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ ที่เราจะต้องอยู่เหนือจิตใจเราเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เพลงต่อมา "น้ำตาของไข่มุก" คือช่วงนั้น พี่หายไปพักนึง แล้วพี่กอล์ฟ ก็โทรตามว่ายังจะทำเพลงอยู่หรือเปล่า หายไปเลย พี่เลยรู้สึกว่าหายไปนาน ควรจะมีเพลงกลับมาด้วย ก็เลยกับมาพร้อมกับเพลงนี้ จริงๆ มันตลกมากเลยนะ มีเพื่อนพี่คนนึงเป็นลูกครึ่งอิตาเลียน เขาฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกว่ามันเป็นภาษาอิตาเลี่ยน แต่ละคนที่ฟังก็จะตีความหมายออกไปต่างๆ นานา คนแรกทีได้ฟังเพลงนี้คือ คุณคำนวณ คุณคำนวณนี่ช่วยอะไรพี่ได้เยอะมากๆ เขาฟังแล้วเขาร้องไห้ แล้วเขาก็บอกว่า เขาไม่รู้หรอกว่ามันหมายถึงอะไร แต่รู้ว่ามันเหงามาก... ไข่มุกไงแก้ว มันอยู่ที่ลึกมาก แล้วกว่าคนจะไปเจอ พอแกะออกมา ข้างในมันก็ดันมีแค่เม็ดเดียว แล้วน้ำตาของไข่มุกเนี่ย มันสื่ออารมณ์เหงามากๆ เหงาสุดๆ มันเจ็บปวดมาก
มาที่ "ไหมมายา"บ้าง
ริค : เพลงนี้พี่เขียนให้คนของพี่ เขียนเพื่อระลึกว่า "หนอนไหม" นี่คือลูกฉัน ดังนั้นสายเลือดที่สูงค่า คือการดึงลูกของฉันกลับมาสู่สายเลือดของฉัน ความรักมันเป็นสิ่งที่จากไปแล้ว มันไม่ใช่ความจริง.. แล้วมันเป็นความจริงของใครกันล่ะ มันก็คือภาพมายาที่ลวงตา เราต้องอยู่กับความจริง
"Automata" ล่ะคะพี่ริค ?
ริค : มันเป็นเพลงที่พี่เขียนไว้ให้กับคนที่อยู่ในปกที่ 2 มันเป็นภาพโมเดล คือพี่เขียนคาแร็กเตอร์นี้ขึ้นมา แล้วให้มันเป็นพี่ ชื่อ Automata โดยเจ้าตัวเนี่ย มันไม่เคยรู้เลยว่าครอบครัวเป็นยังไง ความรักเป็นยังไง ไม่เคยรู้ว่าน้ำตาเป็นยังไง ทำไมฉันต้องรักคนอื่น ทำไมฉันต้องเจ็บปวด คือมันโดดเดี่ยวมาก ไม่เคยรู้เลยว่าต้องรักใคร เหมือนหุ่นยนต์ที่มีชีวิต แต่ไม่มีวิญญาณ บางทีก็ทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้ตัว
เท่ากับจริงๆ แล้วในตัวพี่ริคมีกี่ร่างทรงคะ (หัวเราะ) ?
ริค : อ๊า... ใช้คำนี้ เดี๋ยวคนเข้าใจผิดกันหมดหรอก (หัวเราะ) ก็แบบว่า มีกี่ร่างหรอ ก็...มี "Automata" กับ "จันกาลี" จันกาลีคือปกหน้าของ Chapter 1 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งหมดก็อยู่ภายใต้ของ ริค วชิรปิลันธิ์ นั่นล่ะค่ะ คือพี่เป็นคนที่ค่อนข้างสุดโต่งนะ แข็งก็แข็งมาก อ่อนก็อ่อนมากเหมือนกัน
งั้นต่อด้วยแนวความคิดใน Chapter 2 เลยละกันนะคะ ?
ริค : ได้ค่ะ Chapter 2 เปิดเพลงแรกเลยก็ "Russian Roulette" เพลงนี้ตอนนั้นยังไม่มีลูก พี่คิดว่า การที่เราจะรักใคร จะมีเพศสัมพันธ์กับใคร มันเป็นเรื่องของเรา เหมือนกับว่า ถ้าฉันจะรักเธอ วันนี้ฉันก็จะรักเธอเอง แล้วถ้าฉันจะไปจากเธอ ฉันก็จะไปเอง
คือเราเป็นคนเลือก ไม่ใช่ผู้ชายเป็นฝ่ายเลือก (หัวเราะ) ?
ริค : ใช่ค่ะ! เราต้องไม่ให้ผู้ชายเป็นฝ่ายเลือก แล้วก็กลับมาที่คุณคำนวณอีกนั่นแหล่ะ แบบ... อย่ามายุ่งกับฉันมากนักเลยยย คือเขาอึดมากนะ ต้องเจอผู้หญิง 48 อารมณ์ใน 1 วัน (หัวเราะ) หนักหนาเหมือนกัน
ต่อไปเพลง "ราตรีมรกต"ค่ะ ?
ริค : เป็นเรื่องแบบ... ถ้าคุณเหงา แบบคุณเหงามากนัก คุณต้องหาจุดดี หาจุดเด่นของตัวเอง รักตัวเอง ดึงคุณค่าของตัวคุณเองออกมา แม้ว่าคุณจะเหงา จะรู้สึกด้อยค่ามากก็ตาม เหมือนมรกตที่อยู่ในค่ำคืนไง มันมีค่านะ ต่อมาเพลง "รัศมีเดียว" เพลงนี้พี่เขียนให้ฤามเม เหมือนกับบอกฤามเมว่า หนูเป็นเด็กที่สดใสเหมือนแสงของพระจันทร์ เหมือนแสงของสายฟ้า แสงของพระอาทิตย์ยามเช้า แต่สายฟ้ามันคือแม่นะลูก หนูว่าแสงของสายฟ้ามันบริสุทธิ์มากไหมล่ะ ถึงใครจะมองว่าแม่โหดร้าย เห็นแม่เป็นปิศาจ แต่ในความมืดมิด เมื่อหนูมองเห็นแสงนั้นออกมา หนูว่ามันวิเศษไหมล่ะ คือหนูเกิดมาจากส่วนนั้นเหมือนกับแม่ แต่หนูเกิดจากแสง 2 แสงรวมกัน เพราะฉะนั้น หนูสว่างกว่านั้น
แล้วเพลงไหนคะที่มีเสียงของน้องฤามเมอยู่ด้วย ?
ริค : อ๋อ... นั่นคือเพลง "ทางเฉพาะสีม่วง" ค่ะ นั่นมันไม่ใช่เสียงร้องไห้นะ คือเขาร้องเพราะได้ยินพี่ร้องเสียงสูง เขาเลยร้องด้วย พี่ก็บอกว่าฤามเมหนูอย่าซนนะ คือมันไม่มีใครดูลูก (หัวเราะ) พี่เลยเอาเขาเข้าห้องอัดด้วย ซึ่งทุกคนก็เข้าใจ เขาก็เลยร้องไปด้วยเลย พี่ๆ ที่ห้องอัดเขาก็ไม่ได้ซีเรียส เขาบอกว่าน่ารักดี มันก็เกิดมิติขึ้นนะ
ภาพรวมของเพลงนี้กล่าวถึงอะไรคะพี่ริค ?
ริค : เพลงนี้กล่าวถึงเสียงค่ะ ไม่ว่าวันข้างหน้าฉันจะเป็นยังไงก็ตาม สิ่งนี้มันอยู่ในตัวฉัน ดำรงอยู่ในตัวฉัน ไม่ว่าฉันจะไปทำเพลงอะไร ฉันจะไม่ทิ้งมันไว้หรอก คือฉันมีความเชื่อในเสียงของฉัน ถึงแม้ว่าใครจะว่ายังไงก็ตาม เสียงร้องของฉัน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเข้าใจ ทุกคนไม่จำเป็นต้องได้ยิน แค่ฉันรู้ว่านั่นคือฉัน พระองค์ได้ยินก็พอแล้ว
"ด้วยปีกแห่งฝัน" เพลงนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความฝันค่ะ ไม่ว่าเราจะรู้สึกรัก หลง มีความสุข ความรู้สึกนี้มันจะอยู่ชั่วนิรันดร์ ถึงแม้ว่าเราจะไปเกิดใหม่ตามความเชื่อของศาสนาต่างๆ แต่ความรักมันจะยังอยู่ มันก่อให้เกิดเป็นกลม ก็คือ อยากจะมีปีกเพื่อพาไปสู่สิ่งนี้ สู่ความเป็นเอกภาพ แล้วก็อยู่อย่างนี้ตลอดไป
![]() |
มาที่เพลงสุดท้ายค่ะ ? |
ความคิดของพี่แต่ละเรื่องนี่ น่าคิดตามจริงๆ ค่ะ แก้วชอบ ตอนนี้คุยกันมาก็นานละ รบกวนเวลาซ้อมของพี่มาเยอะเลย สุดท้าย อยากให้พี่ฝากไรถึงแฟนเพลงของพี่หน่อยค่ะ ?
ริค : (หัวเราะ) ค่ะ คือพี่อยากให้คนรู้จักพี่ในแบบที่พี่เป็น อย่าคาดหวังว่าพี่ต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ ต้องแต่งตัวอย่างนี้นะ ไม่ต้อง ไม่ต้องคาดหวัง เคยมีคนมาว่า.. ว่าพี่แต่งตัวเสี่ยว แล้วทำไมอ่ะ คือในเรื่องของการทำงานนะ อยากวิจารณ์อะไรก็เอาเลยเต็มที่ แต่นี่มันเรื่องส่วนตัว จะมาวิจารณ์ไรให้มากมาย ในโลกนี้เรามีเรื่องต้องคิดต้องทำให้มากมาย เอาเวลาไปหางานที่ทำแล้วมีความสุขทำ เอาเวลาไปหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงครอบครัวจะดีกว่า มานั่งนินทาคนนั้นคนนี้
พี่ริคใจเย็นค่ะ พี่ใจเย็น (หัวเราะ) ?
ริค : (หัวเราะ) ค่ะคือมันจริงๆ นะพี่ว่า แล้วอีกอย่างที่อยากฝากก็คือ อยากให้ซื้อซีดีของแท้ อย่าไปโหลดจาก MP3 คืออยากให้เคารพกันบ้าง ให้เกียรติกันบ้าง คิดซะว่าเงินที่คุณมาซื้อซีดีฉันอ่ะ ลูกฉันได้นะ สงสารเด็กหน่อย ฉันตั้งใจทำงานมา ก็อยากให้ให้เกียรติกันหน่อย ซื้อของแท้นะคะ (หัวเราะ)
ค่ะโอกาสนี้ แก้วก็ขอบคุณพี่ริคมากๆ ด้วยนะคะที่สละเวลาซ้อมมาพูดคุยกัน ขอบคุณพี่มากค่ะ ?
ริค : ขอบคุณแก้ว ขอบคุณ cityblue ด้วยเช่นกัน ขอบคุณที่สนับสนุนกัน ขอบคุณแก้วมากจ้า
ข้อควรระวัง., คือ อย่าได้มีเงื่อนไขในการเสพฟัง อย่าได้คิดในสิ่งที่หาความหมายอันใดมิได้ เพราะด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง ห่างไกลจากอคติด้วยไม่คุ้นชิน
...คุณจะสัมผัสได้ถึงสุ้มเสียงของฉัน, ดนตรีของฉัน, ตัวตนของฉัน อย่างที่ฉันดำรงอยู่ "ในขณะที่ร้อง จงปล่อยให้หัวใจนำทางเสียง.. ยามได้รับฟัง โปรดปล่อยให้เสียงนำทางหัวใจ"
thx : rik / deejaypat
by : vj~kaew~
วันที่ : 2006-11-09
อ่านแล้ว : 1445 ครั้ง

virus
Post : 1

aom
Post : 1
พี่ริคค่ะหนูอยากได้เพลงอย่ากลัว หาได้ที่ไหนค่ะอยากได้มากเลย
ติดต่อมาหน่อยนะค่ะ หนูจะรอ
เมื่อ 2008-01-12 13:38:55

Cendo
Post : 1
ชอบเพลง ทิ้งไว้ในอากาศ ครับ เพราะมาก และอีกหลายๆเพลง ส่วนที่ขนลุกจริงๆคงเป็น ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน น่ะ เออ...พี่ริคครับ งาน Fat ตอนถ่ายรูปกะพี่ (ผมแอบตด) -.-'
เมื่อ 2007-12-09 20:11:42

ปอย
Post : 1
ชอบๆๆ เพ่ริค ค่ะ
ได้ไปดู เพ่ ริค เล่น ที่ งาน fat อ่า
สุด ยอดดดดดดดด
เมื่อ 2007-11-23 20:13:06

mung
Post : 1
ชอบพี่Rikค่ะ
จะติดตามงานพี่ต่อไป
เมื่อ 2007-11-12 21:09:01
พี่มีแสดงที่ไหนบ้างครับ ติดตามอยู่ครับ........
เมื่อ 2008-09-28 15:57:51