Spicydisc Warner Music Crescendo หนังสั้น Paradox พีค ภัทรศยา ใบชา Song Brand New Sunset Sony Bmg เพลงใหม่ Mv Love Is Moderndog อัลบั้มใหม่ ว่าน รัชชุ Sweetนุช จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ Fat Radio Fm One Lipta Concert Gmm Grammy Tvc ประกวด Slot Machine เพลงสากล ทีโบน Platinum จุดประกาย เพลงรัก คอนเสิร์ต Tattoo Colour Metal Groove Riders Hip Hop
ไทร อำนาจ ศิระวงษ์ธรรม - มหรสพชีวิต![]()
นานแล้วใช่มั้ยครับ ที่คุณไม่ได้อ่านบทสัมภาษณ์จากมือผม วันนี้ ผมขอถือโอกาสปัดฝุ่นตัวเองบ้าง ต้อนรับการกลับมาของตัวเองด้วยการสัมภาษณ์ศิลปินใหม่ของวงการ เขาไม่หล่อ ไม่รวย เหมือนใครๆ แต่เขามีดีที่สร้างสรรค์ผลงานในแนวทางของตัวเอง ด้วยมันสมองของตัวเอง งานของเขามีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และสะท้อนแง่มุมต่างๆ ของสังคม
เคยฟังเพลง "คนที่ทำเหมือนเงินซื้อไม่ได้เอาใจยาก" กันหรือเปล่าครับ?
เพลงนี้ที่ดังมาจาก MySpace ก่อนจะเป็นที่รู้จักในทุกวันนี้ เขาคือ "ไทร อำนาจ ศิระวงษ์ธรรม" เขาสร้างอัลบั้มที่ชื่อ "มหรสพชีวิต" ออกมาให้อุดหนุนกัน ไหนๆ เขาก็มาเยี่ยม Songburi ทั้งที มาแล้วไม่ให้เสียเที่ยว จับเข่ามานั่งคุยกันเลยแล้วกัน ท่าทางเราจะได้รู้จักเขาอีกมากโข
เริ่มเลยแล้วกัน....
PatMaster: เริ่มจากแนะนำตัวก่อนครับ
ไทร: สวัสดีครับ ผม ไทร อำนาจ ศิระวงษ์ธรรม ครับ ตอนนี้ผมมีอัลบั้ม “มหรสพชีวิต” ออกมาให้ทุกท่านได้ฟังกันแล้วนะครับ วันนี้ก็ได้มีโอกาสดีๆ ที่ได้มาสัมภาษณ์และก็ดีใจมาก ที่ได้มามีโอกาสพบปะพูดคุยกับทุกท่านผ่านทางเว็บไซต์ Songburi.com ครับ
PatMaster: อยากให้อธิบายแนวทาง/แนวดนตรีของไทรครับ
ไทร: โดยหลักๆ แล้วบทเพลงต่างๆในอัลบั้ม “มหรสพชีวิต” จะเป็นเพลงในแนวทางของโฟล์กนะครับ สำหรับในด้านเนื้อหานั้นผมก็พยายามที่จะให้แต่ละบทเพลงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสังคมรอบๆ ตัวของพวกเรานะครับ และผมเลือกที่จะถ่ายทอดบทเพลงต่างๆ ผ่านเสียงร้อง และ กีตาร์โปร่งของผม ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ผมรักครับ
PatMaster: งั้นคงต้องขอให้เล่าที่ไปที่มา ในวันที่เริ่มเล่นกีตาร์จนถึงวันนี้หน่อยครับ
ไทร: มันเกิดขึ้นตอนผมอายุประมาณ 13 ขวบครับ คือผมเห็นกีตาร์โปร่งตัวหนึ่งอยู่ในห้องของญาติผม แล้วกีตาร์โปร่งตัวนี้เก่ามาก แล้วก็ไม่มีใครสนใจมันเลย ตอนนั้นผมรู้สึกว่ากีตาร์ตัวนี้สวยจัง ก็เลยลองจับและลองเล่นดู ด้วยความที่อยากจะรู้นะครับว่าเสียงที่ออกมาจะเป็นยังไง และพอมีโอกาสได้เล่นก็รู้สึกว่าเราชอบเสียงของมันนะครับ หลังจากนั้นผมก็เกิดความคิดว่ากีตาร์โปร่งนี่ เป็นเครื่องดนตรีที่เราสามารถเล่นคนเดียวก็ได้ และก็เราจะเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องมีวงก็ได้ พอเรายิ่งเล่นไปก็ยิ่งผูกพัน และหลังจากนั้นเราก็เริ่มที่จะแต่งเพลงจากกีตาร์โปร่ง จนถึงวันหนึ่งที่เราคิดว่าจะทำอัลบั้มของตัวเอง ก็เลยเกิดความรู้สึกว่าบางครั้งที่เราอยากจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่เราคิดว่าเรารัก เราก็อยากให้คนที่เรารัก ร่วมทำสิ่งๆ นั้นไปกับเราด้วย นี่ก็คือ สาเหตุที่ผมทำอัลบั้ม “มหรสพชีวิต” ขึ้นมาโดยมีตัวผมกับกีตาร์โปร่งของผมครับ
PatMaster: ทำไมถึงเลือกแนวทางการทำงาน ที่จะสะท้อนสังคมล่ะครับ
ไทร: เพราะว่าผมต้องการที่จะพูดถึง คน 2 ประเภทครับ ประเภทแรก คือ คนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้กระทำนะครับ ส่วนประเภทที่สองก็คือคนที่เป็นผู้ถูกกระทำหรือเหยื่อของสังคมนั่นเองครับ ผมคิดว่าบทเพลงที่สะท้อนสังคมนั้น มันช่วยทำให้มองเห็นชีวิต และ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบุคคล 2 กลุ่มนี้ได้อย่างชัดเจนครับ
PatMaster: ทำไมถึงชื่ออัลบั้ม “มหรสพชีวิต” ล่ะ
ไทร: ผมตั้งชื่ออัลบั้มนี้ว่า “มหรสพชีวิต” ก็เพราะ ผมมีความรู้สึกว่าชีวิตของคนเรานั้น ก็เปรียบเสมือนกับละครเรื่องหนึ่งนะครับ คราวนี้ ในละคร 1 เรื่อง นี่ก็อาจจะมีตัวละครหลากหลายกันไป ไม่ว่าจะเป็น พระเอก นางเอก โจร ผู้ร้าย เพื่อนพระเอก เพื่อนนางเอก ซึ่งผมต้องการเปรียบว่าตราบใดที่คนๆ หนึ่งยังมีชีวิตอยู่ ก็จะต้องเป็นหนึ่งในตัวละครในชีวิตจริงของตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาคนนั้นจากโลกนี้ไปและไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป ซึ่งก็คือวันที่ละครชีวิตหรือ “มหรสพชีวิต” ของเขาจะจบลงอย่างสมบูรณ์ครับ
PatMaster: หลังจากแต่งเพลงไว้เนี่ย เคยเอาไปให้คนอื่นฟังบ้างรึเปล่าครับ
ไทร: ก็เคยครับ เคยเอาไปให้เพื่อนๆ หลายๆ คนฟังครับ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีมุมมองและความคิดเห็นที่แตกต่างและหลากหลายมากครับ
PatMaster: แล้วเขาว่ายังไง
ไทร: หลังจากที่ได้ฟังแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะบอกตรงกันว่าเป็นเพลงที่แปลกนะครับ บางคนก็จะบอกว่า มันเหมือนกับเป็นเพลงเพื่อชีวิต บางคนก็ว่าเป็นเพลงโฟล์ก แต่ก็จะมีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนพูดตรงกันก็คือว่า หลังจากที่ฟังแล้วพวกเขารู้สึกว่าเพลงมันจริง และตรงกับชีวิตจริงของเขาครับ (ประมาณนี้แหละครับ 555)
PatMaster: เท่าที่ฟังดู เพลงของไทรเป็นลักษณะกีตาร์เล่นไป เสียงร้องก็ประมาณเหมือนพูดมากกว่าเป็นทำนอง อันนี้เป็นความตั้งใจรึเปล่า
ไทร: จริงๆ แล้ว ในแต่ละเพลงก็จะมีทั้งการร้องแบบพูด และการร้องในแบบที่มีทำนองผสมกันไปนะครับ เวลาผมแต่งเพลง ผมก็จะเอาอารมณ์และความพอใจในขณะนั้นเป็นหลัก และก็อยากจะให้แต่ละบทเพลง เกิดขึ้นมาด้วยขั้นตอนที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด คราวนี้ถ้าหากว่า เพลงของเรามีการร้องที่ฟังดูเหมือนการพูดมากกว่าที่จะเป็นทำนอง ก็คงเป็นเพราะว่าในวินาทีนั้นที่เราแต่งเพลงๆ นี้ขึ้นมา เราพอใจกับการร้องแบบนั้นครับ
PatMaster: ทำไมถึงเลือกทำแค่ 5 เพลง เหมือนเป็นอีพี
ไทร: สาเหตุที่ทำ 5 เพลงก็เพราะผมรู้สึกว่ามันเป็นจำนวนที่พอดีสำหรับตัวเราครับ ผมได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่ผมอยากจะเล่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตด้วยเพลงทั้ง 5 แล้ว ก็เลยเลือกที่จะทำ 5 เพลงครับ
PatMaster: อะไรคือความท้าทายสำหรับการทำอัลบั้มชุดนี้ครับ
ไทร: ความท้าทายในการทำอัลบั้มชุดนี้ มันเริ่มตั้งแต่ตอนที่เราประสบพบเจอกับเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆ อย่างที่ผมเรียนนะครับ ว่าอัลบั้มนี้พูดถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เราพบเจอในชีวิตจริง คราวนี้ใน 24 ชม. ของ 1 วัน เราก็จะพบเจอกับเหตุการณ์มากมาย ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกี่ยวกับตัวเรา หรือ ไม่เกี่ยวกับตัวเราก็ตาม ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการรับรู้เรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้นมันมีปริมาณที่เยอะมากๆ ครับ เหมือนกับว่าเรามีเรื่องที่ต้องการจะเล่ามากมาย แต่ว่าความท้าทายมันอยู่ที่ว่า เราจะเลือกเรื่องราวหรือเหตุการณ์ไหนมาเล่าในแต่ละบทเพลงดี
และความท้าทายต่อมาก็คือ เราจะเรียบเรียงเรื่องราวที่เราเลือกแล้วว่าต้องการจะเล่าออกมาให้สมบูรณ์ครบถ้วนที่สุดในเพลงๆ หนึ่งได้อย่างไร แล้วพอเราได้เพลงแล้ว ความท้าทายต่อมาก็คือ ตอนที่เราเข้าห้องอัดนะครับ เพราะว่าผมมีความตั้งใจตั้งแต่แรกที่จะบันทึกเสียงอัลบั้ม “มหรสพชีวิต” ด้วยการอัดยาวตั้งแต่เพลงแรกจนถึงเพลงสุดท้าย และผมก็เลือกที่จะไม่อัดกีตาร์กับเสียงร้องแยกกันนะครับ ผมต้องการที่จะร้องและเล่นไปพร้อมกัน เพื่อที่จะให้อัลบั้มนี้เต็มไปด้วย ความสด ความจริง และความดิบ มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ ทีนี้ความท้าทายมันก็อยู่ที่ว่าเราจะทำยังไงให้การบันทึกเสียงแบบสดๆ รวดเดียวจบแบบนี้มันได้ผลที่สุด เพื่อให้ผู้ฟังทุกๆ ท่านได้รับความรู้สึกเดียวกันกับที่เราตั้งใจส่งออกมาจากจิตใจของเรา และตัวตนของเรา ผ่านเสียงร้อง เสียงกีตาร์ และ บรรยากาศในห้องอัด เข้าไปในไมค์ในห้องอัดทุกๆ ตัว เราจะทำยังไงให้มันได้ประสิทธิภาพที่สุดและสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และตอนที่ผมบันทึกเสียงอัลบั้ม “มหรสพชีวิต” นี้มันจะมีความรู้สึก บางอย่างทางกายภาพเกิดขึ้นภายในตัวเรานะครับ ซึ่งผมมีความตั้งใจว่า อยากจะให้ความรู้สึกทางกายภาพนี้เกิดขึ้นกับผู้ฟังในขณะที่ฟังอัลบั้มนี้ เช่นกัน สรุปแล้วก็คือมันมีความท้าทายอยู่ในทุกๆ ขั้นตอนของการทำอัลบั้มนี้ครับ
PatMaster: ไปอัดที่ไหนครับ
ไทร: ที่ห้องอัด Kangaroo ครับ สาเหตุที่ไปอัดที่นั่นก็เพราะว่าผมมีความชื่นชมและชอบพอกับพี่เอ วรายุทธ ประชาพิพัฒน ครับ ก็เลยคุยกับพี่เอว่าผมต้องการจะทำอัลบั้มแบบนี้จะไปอัดที่ไหนดี ซึ่งพี่เอก็คุ้นเคยกับห้องอัดนี้อยู่แล้ว ก็เลยชวนกันเข้าไปทำงานที่นั่นครับ
PatMaster: แสดงว่าเราต้องเล่น 5 เพลงรวดหลายรอบ อย่างนั้นรึเปล่า
ไทร: ใช่ครับ เราอัดแบบ 5 เพลงรวด หลายครั้ง แล้วก็มาเลือกเอาครั้งที่ดีที่สุด
PatMaster: ตอนนี้อัลบั้มวางแผงไปเรียบร้อยแล้ว ผลตอบรับของอัลบั้มเป็นอย่างไรบ้าง
ไทร: ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าผลตอบรับดีเกินความคาดหมายมากครับ ผมทำอัลบั้มนี้ด้วยความรู้สึกตามความพอใจของตัวเองที่สุด เราอยากจะทำแบบไหนเราก็ทำแบบนั้นนะครับ ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเรื่องของยอดขายหรือผลตอบรับเลย เพราะฉะนั้นเวลาที่มีผลตอบรับดีๆกลับมา ก็รู้สึกดีมากครับ
PatMaster: เริ่มต้นการโปรโมตตัวเอง จาก Myspace เลยรึเปล่าครับ
ไทร: ผมเผยแพร่เพลงของผมผ่านทางมายสเปซเป็นที่แรกนะครับ แล้วหลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ ผมก็ส่งเพลง “คนที่ทำเหมือนเงินซื้อไม่ได้เอาใจยาก” ไปที่แฟตเรดิโอครับ ยังจำได้แม่นเลยครับว่าวันที่แฟตเปิดเพลงของผมเป็นครั้งแรกนี่ พี่โด๋ว มรกต โกมลบุตร เล่นให้ตอนตี 2 ของเช้าวันที่ 7 ต.ค.2550
PatMaster: แล้วเรารู้ได้ไงครับ ว่าเขาจะเปิดเพลงของเราตอนไหน หรือว่าเราก็ฟังตลอดทั้งวันทั้งคืนเลย
ไทร: ก็คือในคืนเดียวกันนั้น ผมไปงานวันเกิดของตุลครับ ผมกับบีม Knock The Knock เราก็คุยกันถึงเพลงใหม่ของ Knock The Knock ซึ่งพอดีว่าบีมมีซีดีเพลงใหม่เพลงหนึ่งติดมาด้วย คือเพลง “วันเวลาที่หายไป” ครับ แล้วระหว่างที่เราคุยกันอยู่ ก็บังเอิญเห็นพี่โด๋วยืนอยู่ใกล้ๆ กันครับ พวกเราก็เลยเข้าไปสวัสดี แล้วบีมก็เอาซีดีเพลง “วันเวลาที่หายไป” ให้กับพี่โด๋ว ผมก็เลยขออนุญาตฝาก ซีดีของผมให้กับพี่โด๋ว และคืนนั้นพี่โด๋วก็เล่นให้เลยครับ เล่นให้คืนนั้นเลย พี่โด๋วรับซีดีจากเราไปประมาณเกือบเที่ยงคืนครับ แล้วตอนตี 1 ก็เล่นเพลง “วันเวลาที่หายไป” ของ Knock The Knock ผมก็คิดว่าสงสัยพี่โด๋วคงไม่เล่นเพลงของเราแล้วล่ะ เพราะมันดึกมากแล้ว ก็รอฟังต่อไปจนถึง ตี 2 พี่โด๋วก็เล่นให้เลยครับ
PatMaster: วินาทีนั้นรู้สึกยังไงครับ
ไทร: ก็รู้สึกดีใจครับ เพราะว่าเราก็มีความตั้งใจ ที่จะให้บทเพลงของเราเผยแพร่ไปสู่ผู้ฟังให้มากที่สุดนะครับ ก็อยากจะขอฝากขอบพระคุณพี่โด๋วผ่านทาง Songburi ด้วยนะครับ
PatMaster: เหมือนกับว่าอัลบั้มนี้ ต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นมาก่อน และมันถึงกลายเป็นสิ่งที่ทำให้แต่งเพลงขึ้นมาได้ ซึ่งหากว่ามีอัลบั้มต่อๆ ไป จะต้องมีเหตุการณ์ที่เป็นวัตถุดิบเพียงพอรึเปล่า จึงจะเกิดเป็นอัลบั้มขึ้นมาได้อีกอัลบั้มนึง
ไทร: ใช่ครับ คืออัลบั้ม “มหรสพชีวิต” นี่ มันเกิดจากการที่เราได้รับรู้และรู้สึกกับเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต ซึ่งสำหรับอัลบั้มต่อไปนี่ มันก็ต้องมีเหตุการณ์เรื่องราว ที่ทำให้เราอยากถ่ายทอดก่อนที่ขั้นตอนของการแต่งเพลงจะเริ่มขึ้นนะครับ

PatMaster: ตอนนี้ได้แพลนไว้รึยังครับ สำหรับอัลบั้มชุดต่อไปของไทร
ไทร: แพลนไว้แล้วครับ ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงของการวางแผนกระบวนการคิดทั้งหมด รวมไปถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลของสิ่งหรือประเด็นต่างๆ ที่เราอยากจะพูดถึงในอัลบั้มต่อไปครับ
PatMaster: คำถามสุดท้ายแล้วกัน อยากจะฝากอะไรถึงคนที่ฟังเพลงผลงานเราอยู่ อาจจะชอบ หรือยังไม่รู้จักเราเลย แต่มารู้จักเมื่อได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้
ไทร: ครับ สำหรับทุกท่านที่ติดตามผลงานของผมอยู่ ผมก็อยากจะขอฝากคำขอบคุณจากใจของผมไปถึงทุกๆ ท่านด้วยนะครับ และสำหรับท่านที่ไม่เคยฟังเพลงของผม ผมก็อยากจะขอฝากผลงานอัลบั้ม “มหรสพชีวิต” นี้ไว้กับทุกๆ ท่าน อยากจะให้ได้ลองฟังกันดูนะครับ สุดท้ายนี้ก็อยากจะขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์นี้มาถึงตรงนี้ครับ ขอบคุณมากครับ
....................................
อ่านมาถึงตรงนี้ คงทำให้คุณได้รู้จักกับผู้ชายคนนี้มากขึ้น ถ้าอ่านแล้วอยากลองฟังผลงานของเขา ก็เพียงคลิกไปฟังกันเต็มๆ ได้ที่ Music Plaza : ไทร "มหรสพชีวิต" กันได้เลยครับ อย่าลืมอุดหนุนผลงานของเขาด้วยนะครับ เพื่อเขาจะได้มีกำลังใจทำผลงานดีๆ แปลกใหม่ๆ มาให้เราฟังกันอีกไงครับ ... PatMaster
วันที่ : 2008-07-13
อ่านแล้ว : 15894 ครั้ง

อิ๋ง
Post : 1

rubaiyat
Post : 1
พี่คณะโผมมมมมม
เมื่อ 2008-08-24 14:54:37

RiderJ
Post : 1
ชอบไทรมากเลยครับเป็นงานเพลงที่ฟังเเล้วรู้สึกชอบตั้งเเต่ครั้งเเรก
จะติดตามผลงานต่อไปนะครับ
เมื่อ 2008-08-18 23:26:29

ณ
Post : 1
โหวว เห็นภาพแล้วนึกถึงอารมณ์หนังของพี่เจ้ย เลยแฮะคับ
เมื่อ 2008-08-01 13:54:05
เคยเข้าไปฟังแล้วครั้งหนึ่งโดยบังเอิญเมื่อต้นเดือนที่แล้ว ว่าจะไปฟังงานเปิดตัวอัลบั้ม หนังสือเพลงสยาม พอดีไปเจอเพลงพี่ไทร ชอบมากค่ะพอฟังจบหนูก็เรียกพี่มาฟังอือเขาก็ว่าแปลกดี แล้ววันนั้นแหละก้นั่งฟังวิทยุต่อเลยส่ง sms ไปขอเพลงนี้แหละ ก็รู้อยู่นะว่าพี่เขาคงยังไม่รู้จักเลยบอกว่าให้หาดูใน net. พี่ดีเจเขาก็ว่าเดี๋ยวจะลองหาดูนะ แล้วก็เงียบไปเลย แต่หนูชอบนะ
เมื่อ 2008-09-07 12:45:05