Songburi Playground

รวบรวมของฟรี Wallpaper ศิลปินอินดี้ กิจกรรมเกมแจกตั๋ว คอนเสิร์ตอินดี้

Songburi Headphone 4 Game :: by EPSMusic Chill Out : Indy CaféBuddha Bless เทพเจ้าเท้าไฟ GameBe Chanida Valentine Game

Songburi Partner

เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้

  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.mylovemusic.co.th/
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.rs.co.th/
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.smallroom.co.th
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.nanorecords.net
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.warnermusic.co.th

มีผู้ใช้ Online อยู่ 177 คน

ข่าวสารของวงการเพลงศิลปินอินดี้

Saliva Bastards

Mar
30

 

เย็นวันหนึ่ง....หลังจากการนัดหมายพูดคุย เราก็ได้มาเจอกับ 3 หนุ่มตัวเป็นๆ ที่เรียกแทนตัวเองว่า ‘ปีศาจ’ ประมาณว่า…วันนั้น 3 หนุ่มกำลังทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย จนเราพลอย ‘น้ำลาย’ ไหลตามไปด้วย และแล้วก็มีเสียงหนึ่งแทรกเสียงร้องในท้องของเราออกมาว่า

 “พี่...สัมภาษณ์ไปด้วยกินไปด้วยก็ได้ฮะ”

บทสนทนาเบาๆ ของพวกเราจึงเริ่มขึ้น พร้อมเสียงดังกริ๊กๆ ของช้อมและส้อม ที่กระทบกันเป็นจังหวะ ราวกับเสียง Intro ว่าการพูดคุยกับวง ‘Saliva Bastards’ นั้น กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

 

<<Saliva Bastards,+++<

เห็นหน้าเห็นตากันมากี่ปีแล้ว  เกิน 10  ปี แล้วมั้ง เจอกันที่ไหน   ที่นู่น ‘อังกฤษ’ ที่เมือง Bath เรียนโรงเรียนใกล้กัน ก็เลยเป็นเพื่อนกัน จุดเริ่มต้นของวง  ผม (จีน) ทำเพลงเองมาเรื่อยๆ จนเป๊กเขาได้มาฟังเพลงที่ผมแต่งไว้ ตอนนั้นมันยังครึ่งๆ กลางๆ เป๊กเขาก็มาช่วยทำต่อจนเสร็จ เพลงอะไร อยู่ในอัลบั้มด้วยหรือเปล่า เพลงจะว่ามั้ย ในอัลบั้ม  เลยตามเอิร์ทมาเล่นด้วย แล้วทำเพลงกันต่อ นานไหม  ก็ใช้เวลาประมาณ 2  ปี กว่าจะอัดอะไรกันเสร็จ มีนักร้อง 2 คน แบ่งเพลงกันอย่างไร ก็ใครทำเพลงไหนมา คนนั้นก็ร้องไป บางเพลงเป๊กเป็นคนลากขึ้นมาก่อน เพราะงั้นเป๊กก็ต้องร้องไป เอิร์ทมีมาแจมไหม ตอนนี้ผมเล่นเบสอย่างเดียวก่อน เพราะเพลงที่ผมพยายามลากขึ้นมา มันยังไม่ผ่านเข้ามาใน 10 เพลง (หัวเราะ) ไม่คิดจะหามือกลองประจำมาร่วมวงบ้างเหรอ  คือเรายังไม่เจอคนที่แบบว่าเล่นด้วยกันแล้วรู้สึกใช่ รู้สึกเข้ากันเหมือนสามคนที่มีอยู่ จริงๆ ก่อนหน้านี้ตอนเริ่มเราก็มีมือกลองนะ เป็นเพื่อนที่ชื่อว่า ‘ดีน’ ซึ่งเขาเล่นไม่เป็นเท่าไหร่ แต่เราก็ชอบความเล่นไม่เป็นอย่างนั้นนะ แต่เขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว เขาต้องกลับไปเรียนต่อ เล่นไม่เป็นแบบไหน แบบเล่นไม่เป็นเลย แต่ Chemistry น่ะมันได้ แบบตีน้อยๆ ตีแค่กระเดื่องกับสแนร์อะไรอย่างนี้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของดนตรีแนว Saliva Bastards ใช่เล่นกันตามสัญชาตญาณเลย

ทำไมต้องเป็น Saliva Bastards อยากคิดชื่อแบบอะไรที่มันไม่หวาน แบบเกือบๆ จะน่าเกลียด แต่ก็ไม่ได้แย่มาก ก็คิดว่า Saliva มันคือน้ำลาย มันดูยี้ๆ แต่ไม่ถึงกับแหวะมาก Bastard ก็มาจากคำสบถของคนอังกฤษ ของพวกปากเสียแต่จริงใจ  แค่นั้น ใช้ความรู้สึกด้วย ว่าฟังแล้วรู้สึกอย่างไง พอเขียนออกมามันก็ดูสวยดี คำว่า Bastard มันก็แรงดีด้วย แค่นั้น ไม่ได้คิดมากไปกว่านี้  แนวดนตรีในอัลบั้ม เป็นหลายแบบนะ อืม...เป็น Pop Rock ซึ่งไม่ใช่ Rock ที่ฟังยาก จุดเด่นของวง พวกเราอาจไม่เหมือนใคร เป็น 3 คนที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ตรงไหน อาจมาจากการทำเพลงตามใจตัวเอง ไม่ได้เก่ง และก็ไม่มีกรอบหรือกฏเกณฑ์อะไรมาก แต่ก็พยายามทำออกมาอย่างที่ตัวเองอยากจะทำ คาดหวังกับวงไหม ไม่ได้คาดหวัง แค่อยากทำเพลง เล่นดนตรีกับเพื่อนๆ เราถือว่ามันเป็นงานของเราที่ต้องทำ และได้ทำ พอมีคนมาคาดหวังกับเรา รู้สึกอย่างไร ก็ไม่คิดอะไรมาก ก็คงเหมือนเดิมนั่นแหละ งานจะพัฒนาขึ้นไหม เรื่องการพัฒนาบางทีงานมันก็พัฒนาไปอย่างที่เราไม่รู้ตัวเหมือนกัน อย่างเพลงล่าสุดที่เราทำเป็นเพลง Cover อะไรอย่างเนี้ย ก็เร็วมากนะ ถ้าเทียบกับสมัยก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะยุ่งยากกว่านี้ แต่ด้วยเราผ่านการทำงานมาแล้ว ไม่ว่าจะร่วมงานกับพี่ป๊อดก็ดี ก็โตขึ้น คุยกันรู้เรื่องขึ้น และรู้ด้วยว่าความสามารถใครแค่ไหน มันก็เลยทำงานง่ายขึ้น เสร็จง่ายขึ้น จบง่ายขึ้นอะไรอย่างเนี้ย จากแต่ก่อนไม่ค่อยรู้  แสดงว่าแต่ก่อนต้องเคยทะเลาะกัน ก็มีนะ มีมากกว่านั้นด้วยล่ะ เป็นปัญหาของคนทำงานร่วมกันทั่วไป จิปาถะ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เคลียร์กันได้ เคลียร์อย่างไง คือใน Saliva Bastards คนที่เป็นแกนหลักๆ คือจีนจะเขียนเนื้อเยอะ เป๊กก็จะมีส่วนในการทำทำนองเยอะ ก็จะเป็นเขาสองคนนั่นแหละคุยกัน แล้วก็จะมีผม (เอิร์ท) คอยช่วยตัดสินใจในบางครั้ง แต่บางครั้งก็ไม่มีอะไร มันลงตัว คือมันมี 3 คน ก็จะมี 2 ต่อ 1 จะประชาธิปไตย

จริงๆ แล้วแต่ละคนเป็นคนอย่างไง เขา (เป๊ก) เป็นคนเพี้ยนๆ อารมณ์อ่อนไหว Sensitive มาก แต่เป็นคนดีนะอยู่ที่คนจะเข้าใจเขาหรือเปล่า แล้วก็เป็นคนฉลาด แต่อาจจะไม่ค่อยทนมือทนเท้าเท่าไหร่ (หัวเราะ) เป็นคนมี Vision.... เขา (จีน) เป็นคนสบายๆ อยู่กับโลกของเขาเอง เขามีวิธีคิดของเขา มีปรัชญาเป็นของตัวเอง ไม่ค่อยยึดติดกับโลกทั่วไปเท่าไหร่ วิธีคิดของเขาเหมือนแบบพวกฮิปปี้ พวกบุปผาชน อิสระสูง... เขา (เอิร์ท) จะรักอิสระ แล้วก็มีวิธีทำงานเป็นแบบของเขาเอง  เป็นคนกินเก่งด้วย ต้นแบบในวงการของพวกเราเป็นอย่างไร จริงๆ เราไม่มีต้นแบบเท่าไหร่ คือชอบเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่มีต้นแบบที่แน่นอน แต่ถ้าถามถึงเพลงที่ชอบฟังก็พอยกตัวอย่างได้บ้าง ประมาณ ก็จะมีของ Modern Dog แล้วก็วง Electric Rain อะไรอย่างนี้ แล้วก็พวกวงเก่าๆ อย่าง Rolling Stones หรือ The Beatles อะไรประมาณนี้ แนวเพลงที่ฟังกันล่ะ ไม่ได้แยกเป็นแนว เราจะฟังหมดพวกร็อค พังค์ โฟล์ก ร็อกแอนด์โรล บลูส์ เรกเก้ แต่ช่วงนี้ผม (เอิร์ท) จะฟังแจ๊สน้อย ไม่ค่อยมีอารมณ์ฟังแจ๊สเท่าไหร่ พอว่างจากงานเพลงแล้วทำอะไรกัน ก็ไปเที่ยวด้วยกัน กินข้าว ดูหนังกัน หรือถ้ากิจกรรมที่อยู่ด้วยกันนานๆ ยาวๆ ก็มีไปทะเลด้วยกัน ส่วนใหญ่จะจัดกันทุกปีแต่ช่วงหลังชักไม่ค่อยได้ไป ชอบไปที่ไหนกัน แต่ก่อนไปสมุยบ่อยเนาะ เกาะเต่า ทางใต้ครับ คุณพ่อเขา (จีน) อยู่ทางใต้ แล้วงานอดิเรกล่ะ จีน : ผมจะเล่นกีฬา ส่วนใหญ่จะเป็นกีฬาทางน้ำ ว่ายน้ำ ทุกอย่าง ยกเว้นพวกสกูบ้า พวกดำน้ำน่ะ ผมชอบทะเลครับ หรือไม่ก็อ่านหนังสือ เอิร์ท : ของผมจะเป็นพวกกีฬาทั่วไป พวกฟุตบอล โยคะ เป๊ก : เพื่อนเล่นไรผมก็จะเล่นด้วย แต่จะถนัดกีฬาพวกที่ใช้อุปกรณ์ อย่างพวกแบด ปิงปอง อะไรอย่างเนี้ย

อนาคตของทิศทางทางดนตรีของ Saliva Bastards ก็คงแถวๆ เนี้ยะ อาจจะมีเครื่องดนตรีมากขึ้น หรืออะไรมากขึ้นในอนาคต ซึ่งก็คงต้องเดินหน้าต่อไปเรื่อย เพราะเราทุกคนเป็นพวกชอบเสพดนตรีกันอยู่แล้ว ไอเดียก็คงเพิ่มขึ้น แล้วก็คงเปลี่ยนไปตามยุคสมัย คำแนะนำสำหรับคนคิดทำดนตรี ต้องรักมัน ต้องอยู่กับมัน ต้องรู้สึกอยากทำ ฟีดแบ็คของแฟนเพลง ก็มีกลุ่มคนฟังที่ชอบเรา อาจจะไม่ใหญ่ แต่ก็มีคนคอยติดตามเยอะ มีที่เกาะที่เหนียวแน่นไปดูกันทุกที่ แต่ก็ไม่ใช่วงกว้างมาก รู้สึกอย่างไรที่ทุกคนกำลังจับตามองเราอยู่  ก็รู้สึกดีใจ รู้สึกดีที่อัลบั้มออกมามีคนสนใจตอบรับดี ก็คิดว่าอยากจะทำต่อไปให้ดีที่สุด แล้วกับการติดโผศิลปินหน้าใหม่ของ Fat  ดีใจนะ แบบว่าเขาเลือกให้เราอยู่ด้วย เราก็ถือว่าเออที่พยายามทำกันมามันก็มีส่วนดีบ้าง ดีครับ รู้สึกดีที่ได้เข้า และมีคนชื่นชอบงานเพลงเรา พี่ป๊อดว่าไงกับงานของพวกเรา เขาไม่ว่าอะไร ช่วงที่ทำเขาก็รู้สึกสนุกกับเรา ตอนที่อยู่ในห้องอัดเขาก็เต้นไปกับเราอะไรอย่างเนี้ย เวลาพวกเราไปเล่นบางทีเขาก็ไปดู เขาเคยบอกเหมือนกันว่า งานของพวกเราเป็นตัวพวกเราดี เป็นงานที่ดูก็รู้ว่าเป็นเด็กๆ รุ่นๆ เราทำ ไม่ได้ว่ามีฝีมือหรือจัดจ้านมาจากไหน แต่ก็มีแนวทางเป็นของตัวเอง ทำงานกับฮีโร่ของเรา (พี่ป๊อด) เกร็งไหม ก็มีความกดดันลึกๆ นะว่า เราต้องทำงานให้ได้ ตาม Standard ที่มันควรจะเป็น เพราะเขาเป็นโปรดิวเซอร์ของเรา  เราก็ต้องทำให้ดี ในจุดที่เขาพอใจ เพื่องานจะผ่านไปได้ ความรู้สึกที่ได้มาร่วมงานกับพี่ป๊อด ก็รู้สึกโชคดีมาก คิดไม่ถึงว่าจะได้มาทำงานร่วมกับพี่เขา ความรู้สึกถึงคนที่ฟังงานของ Saliva Bastards ก็อยากจะขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาตลอด ตั้งแต่เริ่มไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็อยากให้ติดตามวงของเราต่อไปเรื่อยๆ ทุกคนเป็นกำลังใจที่ดีมากครับ

ข้าวที่เคยพูนจาน ก็หลงเหลือเพียงเม็ดข้าวไม่กี่เม็ด เสียงช้อนกับส้อมที่เคยดังเป็นจังหวะ 'ก็เบาลง' และ 'เงียบไป' พร้อมกับบทสัมภาษณ์ของเราที่ค่อยๆ จบลง... mOLEKUL [",]

วันที่ : 2007-03-30
อ่านแล้ว : 5316 ครั้ง

 

 

  1. หน้า 1 2 3


herekao
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 15

ชอบมักๆๆ..สุดติ่งเลยคับเพ่

เมื่อ 2009-12-01 14:11:47


ploy indyyyyy
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 14

ชอบสุดพลัง

เมื่อ 2008-11-15 17:34:15


jib_b@hotmail.com
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 13

กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดฉากหลังรูบแลดูเหมือนรรเก่าตอนม.ปลายและมหาลัยในปัจจุบันจังง

เมื่อ 2008-07-28 11:06:35


Tommy
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 12

saliva...we love you.

เมื่อ 2008-02-11 17:58:40


tom
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 11

สุดยอดพี่

ผมชอบทุกเพลงเลยอ่ะ..

saliva...we love you.

เมื่อ 2008-02-06 23:37:09

  1. หน้า 1 2 3
แสดงความคิดเห็น

ชื่อ
*

อีเมล์
*

ความคิดเห็น
*



รูปยืนยัน™

 

Songburi Scoop เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับเพลงอินดี้

Scoop

 
Lipta

Artist On Frame

Lipta

“แทน – ธารณ ลิปตพัลลภ” และ “คัตโตะ - อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล” 2 หนุ่ม 2 สไตล์ ที่มารวมตัวกัน โดยมี “เสียงเพลง&rdquo ...
 
ยังไม่จบอ่านต่อ ...
 

Songburi Chart อันดับเพลงอินดี้

Tuning Chart