ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ The Begins San Miguel Muzik Fest พราว Kai-jo Brothers Bodyslam เพลงสากล โบ ธนากร กิจกรรม Save Da Last Piece สาระแนห้าวเป้ง Paradox หัวหิน Kid Insane Slur Sqweez Animal Tattoo Colour Concert T-bone Spicydisc Venus Butterfly Playground Flure Sweet Mullet เนื้อคู่ประตูถัดไป Sony Music Honda Summer Fest Huahin เซ็นทรัลเวิลด์ Mv อะคูสติก Scrubb อัลบั้มใหม่ Overtone Warner Music พอลล่า เทย์เลอร์
Street Funk Rollers (IV)![]()
วงดนตรีชื่อนี้ เป็นที่รู้จักของคอเพลงร็อคบ้านเรา มาแล้วกว่า 10 ปี และเป็นเพียงไม่กี่วงเท่านั้น ที่ฝ่าด่านอรหันต์และยืนหยัดอยู่ในวงการเพลงบ้านเรามาได้อย่างยาวนาน....
Street Funk Rollers ชื่ออัลบั้มที่มีชื่อเดียวกับชื่อวง คืออัลบั้มแรกที่ทำให้เรารู้จักกับพวกเขา ‘โอ๊ต-นะ-เอก’ ซึ่งมี ‘เพลง ง่ายดาย’ บทเพลงที่มีความยาวกว่า 6 นาทีครึ่ง แต่กลับได้รับความนิยมอย่างมากจากนักวิจารณ์และกลุ่มนักฟังเพลงนอกกระแส หลังจากนั้น 5 ปี พวกเขาก็กลับมาใหม่ กับงานเพลงอัลบั้มชุดที่ 2 UFO ที่เต็มไปด้วยเพลงฮิตมากมายในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น ‘บนฟากฟ้า’, ‘วาสนาน้อยๆ’ รวมถึงเพลง ‘เฝ้ารอ’
ที่คว้ารางวัลสีสันอวอร์ดในสาขา ‘เพลงร็อคยอดเยี่ยมประจำปี 2546’ ไปครอง... เรื่อยมาในปี 2548 Street Funk Rollers ได้รวมตัวกลับมาออกอัลบั้มอีกครั้ง พวกเขาเรียกอัลบั้มชุดนี้ว่า Mind N’ Soul โดยมีเพลงเด่นอย่าง ‘แกะดำ’ เพลงร็อคเข้มๆ ที่ทางวงมักจะใช้เล่นโชว์เมื่อต้องแสดงสดอยู่เสมอ รวมถึงเพลงป๊อปร็อคสวยๆ อย่าง ‘กอดลม’ และได้ออกอัลบั้มรวมเพลงของ Street Funk Rollers ชื่อชุด Roller Ballad Hits เอาใจแฟนเพลง พร้อม 3 เพลงใหม่ในปี 2549
…จนกระทั่งเมื่อปลายปี 2551 ที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะด้วยความคิดถึงจากแฟนๆ หรือเสียงเรียกร้องจากภายใน ทำให้ Street Funk Rollers วงร็อคที่ชัดเจนกับแนวทางของเพลงร็อคในยุค 70 กลับมาอีกครั้ง ที่มีแกนหลักที่คุ้นเคย อย่าง ‘โอ๊ต’ และ ‘นะ’ พร้อมด้วยสมาชิกใหม่ ‘โน๊ต’ กับอัลบั้มที่มีชื่อตามจำนวนอัลบั้มที่ออกไปของวง ‘ IV (โฟร์)’ งานเพลงท้ากระแส ของวงดนตรีที่ไม่เคยเปลี่ยนไปตามกระแสดนตรีที่เปลี่ยนไป...
วันนี้ Songburi จะพาให้คุณมารู้จักที่มาที่ไปของวง ๆ นี้ ให้มาขึ้น ผ่านคำบอกเล่าของ ‘โอ๊ต-อรรถพงศ์ บุญเสริมทรัพย์’ นักร้องนำ, มือกีตาร์ ซึ่งเป็นแกนนำหลักของวงนี้กัน
Get the Flash Player to see this player.
Molekul : สวัสดีค่ะ พี่โอ๊ต
Oat : สวัสดีครับ
Molekul : ความเป็นมาของวง Street Funk Rollers
Oat : วงนี้เกิดขึ้นจริงๆ ตั้งแต่ตอนปี 2537 ครับ ตอนนั้นยังเป็นช่วงที่พี่โอ๊ตเรียนอยู่มหา’ลัย เป็นช่วงที่เรียนไปด้วย เล่นดนตรีกลางคืนไปด้วย ซึ่งพอถึงจุดหนึ่งเราเริ่มรู้สึกว่าการเป็นนักดนตรีกลางคืน มันไม่สามารถตอบสนองความต้องการในส่วนลึกๆ ของเราได้แล้ว ก็เลยมีความคิดที่จะแต่งเพลงขึ้นมา โชคดีในช่วง 10 กว่าปีที่แล้ว ดนตรีในแนวอัลเตอร์เนทีฟกำลังเฟื่อง กำลังอยู่ในกระแสพอดี นักดนตรีไม่ต้องพึ่งพาค่ายใหญ่มาก สามารถออกงานเองได้ เราเลยฟอร์มวง Street Funk Rollers ขึ้นมา กับเพื่อนอีกคนหนึ่งชื่อ ‘ก้อย’ ซึ่งเป็นมือเบสในยุคนั้นนะครับ ทำกันมา 2 คน จากปี 37 ก็ค่อยๆ สะสมประสบการณ์ในการแต่งเพลง เรียบเรียงดนตรีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งได้มาออกอัลบั้มชุดแรกในปี 40
Molekul : อัลบั้มชุดแรก เข้าไปอยู่ในสังกัด ร่องเสียงลำไย (ของพี่เบิร์ดกับพี่ฮาร์ท) ได้อย่างไร
Oat : พี่โอ๊ตใช้วิธีของยุคนั้น คือทำเดโมเทปแล้วก็เสนอค่าย ซึ่งเป็นการตกลงกันระหว่างผมกับก้อย (มือเบส) ว่าจะไม่ไปเสนอค่ายใหญ่ เราอยากทำเพลงร็อคที่เป็นของเราแบบนี้ เราจึงนำเพลงของเราไปเสนอค่ายอิสระต่างๆ ซึ่งตอนนั้นก็มีเยอะแยะมากมาย ซึ่ง ‘ร่องเสียงลำไย’ ก็คือหนึ่งในนั้น แล้วด้วยความที่พี่ฮาร์ทเขาเซย์เยสกับเราและเขาไม่แก้ไขอะไรในงานเพลงเรา เพราะเขาอยากให้เราเป็น Street Funk Rollers อย่างที่เราเป็น เราก็เลยเซย์เยสกับค่ายร่องเสียงลำไย
Molekul : ที่มาของชื่อวง Street Funk Rollers
Oat : ด้วยความที่ผมกับก้อยชื่นชอบเพลงยุค 70 เกือบทุกแนว โดยเฉพาะเพลงฮาร์ดร็อค ซึ่งวงดนตรีส่วนใหญ่ที่เราชอบก็จะเป็นวงดนตรีในยุคนั้น ชื่อของวงเขาก็จะเป็นพยางค์ยาวๆ ประโยคยาวๆ และหนึ่งในวงที่เราชอบก็คือวง Grand Funk Railroad วงฮาร์ดร็อคอเมริกันยุค 70 โดยที่ฟอร์แมตวงของเขากับของเรา มี 3 ชิ้น (กีตาร์, เบส, กลอง) เหมือนกัน ตอนตั้งชื่อเราก็พยายามหาชื่อวงที่จะสามารถสื่อถึงยุค 70 แล้วก็วงที่เราชอบด้วย พี่โอ๊ตเลยนำคำสามคำมาเรียงต่อกันเป็น Street Funk Roller ตั้งแล้วก็รู้สึกว่าลงตัวกับชื่อนี้ครับ
Molekul : อะไรคือเอกลักษณ์ของดนตรีร็อคยุค 70
Oat : จุดเด่นของร็อคยุค 70 จะอยู่ที่การสื่อสำเนียง คือ โทนดนตรีอะไรเนี่ยะ ยังไม่หนีไปจากโครงสร้างร็อคแอนด์โรลแบบเก่า (แบบเอลวิส เพรสลีย์ หรือเดอะบีทเทิล) หรอก แต่ว่าสีของยุค 70 นี่ มันจะโฉ่งฉ่างขึ้นมาหน่อย แบบกีตาร์จะมีดิสทอร์ชั่นแรงๆ เสียงกลองจะหนักหน่วงขึ้นมากกว่ายุคร็อคแอนด์โรลรุ่นแรก ซึ่งถ้าดูในเวลานี้ มันอาจจะเชยไม่ทันสมัย แต่สิ่งที่เขาเป็นอยู่ในเวลานั้นมันเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ แบบที่ว่าแม้เครื่องมือไม่ทันสมัยก็จริง แต่ว่าเขาใช้ของที่เขามีคุ้มค่ามากๆ เขาไม่มีระบบดิจิตอล เขาอัดกันแบบบางทีวางไมค์สองตัวในห้องอัดเท่านั้น แต่ว่าเวลาที่เขาบรรเลงรวมกันทั้งวงเนี่ยะ ทำให้เราต้องนั่งแล้วฟังและดู มันทำให้เราไปไหนไม่ได้อะไรอย่างนี้ ทำให้เรารู้สึกว่ามันคือเสน่ห์ของการเล่นด้วยจิตวิญาณแท้ๆ ของดนตรีในยุคนั้น
Molekul : ช่วยจำกัดความถึงอัลบั้มของ Street Funk Rollers ที่ผ่านมาให้ฟังหน่อย
Oat : ตอนออกชุดแรกซึ่งใช้ชื่อเดียวกับชื่อวง ตอนนั้นเราเรียกตัวเองว่าเป็นนีโอ 70 ซึ่งคำนี้พี่โอ๊ตเอามา merge กันเองนะ คือนีโอมันแปลว่าใหม่ สะท้อนถึงเราสามคน ซึ่งเป็นคนยุคปัจจุบัน ส่วน 70 ก็เป็นแนวเพลงที่เราทั้งสามคนชอบเล่นกัน มันก็เลยกลายเป็นคำใหม่ เป็น ‘นีโอ 70’ ขึ้นมา โดยที่เราเล่นก็จะเป็นร็อคที่ค่อนข้างวาไรตี้ แต่อยู่ในกรอบของยุค 70... 5 ปีต่อมาอัลบั้มชื่อ UFO เราไม่ได้จำกัดความอะไรตัวเราเอง เพียงแต่เป็นชุดที่เรารู้สึกดี ที่จะ good to be back มาหาแฟนๆ ของเรา ซึ่งโดยส่วนตัวผมคิดว่าน่าเป็นอัลบั้มที่คนน่าจะรู้จักมากที่สุด เพราะว่ามันมีเพลงฮิตอย่าง ‘บนฟากฟ้า’ กับ ‘วาสนาน้อยๆ’ อยู่ ในชุด Mind N’ Soul อัลบั้มนี้ชอบตั้งแต่ปกอัลบั้ม เพราะเราตั้งใจคิดโลโก้ใหม่ให้เป็นสากลมากขึ้น ซึ่งมีต้นแบบจากหลายวงที่เขามีโลโก้ของวง อย่าง วง ACDC หรือ Iron Maiden เขาก็จะมี Font ตัวหนังสือที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา เราก็อยากมีอย่างนั้นบ้าง ก็เลยทำเป็นตราสัญลักษณ์ของ Street Funk Rollers ออกมา แต่ในชุดนี้โทนดนตรีจะออกค่อนข้างหม่น ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัว เพราะความดาร์คของมันเนี่ย ทำให้มันมีเสน่ห์อีกแบบ แต่คนฟังอาจจะไม่ติดหูอะไรมากมาย เพียงแต่ว่ามันเป็นโทนที่เรารู้สึกสะใจประมาณหนึ่งที่ได้ทำมันนะครับ
Molekul : แล้วกับอัลบั้มชุดใหม่ ‘ IV (โฟร์)’ วางคอนเซ็ปต์ไว้อย่างไร
Oat : ชุดนี้เป็นอัลบั้มที่มีอายุแล้วครับ (หัวเราะ ) ประมาณหนึ่ง คือ พอเรามี คุณวุฒิ วัยวุฒิ ขึ้นมาเนี่ย เราจะรู้สึกว่า เออ... จะทำอะไรก็ควรให้มันพอดีอย่าให้มันมากเกินไป แต่ก็เป็นวาระที่เราหวนคิดถึงวัยเด็กของเรา ในช่วงที่เราเพิ่งเข้าวงการมาใหม่ๆ ด้วย ก็เลยอยากนำเสนอเพลงแบบย้อนกลับไปหาอัลบั้มชุดแรก คือทำอะไรที่เป็นตัวเองชัดๆ ง่ายๆ ตรงไปตรงมา คือ เป็นฮาร์ดร็อคที่ชัดเจน เพียงแต่ว่ายุคนี้ ด้วยอายุประมาณอย่างนี้ มันก็เลยออกมาเป็นร็อคสะใจที่ค่อนข้างสะอาดนิดนึงครับผม (ยิ้ม)
Molekul : แรงบันดาลใจที่ทำให้อัลบั้มชุดนี้เกิดขึ้น
Oat : คือ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พอเราหมดทัวร์ งานโชว์ก็ไม่ถี่เหมือนก่อน ทำให้เรามีความรู้สึกคิดถึง Street Funk Rollers เป็นพิเศษ เพื่อนๆ ก็ค่อยๆ ห่างไปเรื่อยๆ แล้วก็เริ่มได้ยินน้องๆ ไถ่ถามมาว่าเมื่อไหร่พี่โอ๊ตจะออกชุดใหม่ มันเลยทำให้เรารู้สึกอยากกลับมา ทำให้เมื่อปีที่แล้ว เลยได้เริ่มทำอัลบั้มนี้อย่างจริงจังทั้งปีเลย
Molekul : ทำไมถึงตั้งชื่อชุดว่า ‘ IV (โฟร์)’
Oat : อย่างแรกเลย คือ สื่อถึงอัลบั้มชุดนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นชุดที่ 4 และสอง. เลยคือ พี่โอ๊ตมีวงดนตรีที่ชอบหลายวงในยุค 70 และหลายวงที่ชอบเนี่ย เขาใช้เลข 4 เป็นชื่ออัลบั้มเหมือนกัน อย่าง Led Zeppelin 4, Foreigner 4 อะไรอย่างนี้ แถมอัลบั้มชุด 4 ของพวกเขายังเป็นอัลบั้มคลาสสิคหมดเลย อย่าง Led Zeppelin 4 ก็จะมีเพลงอมตะ คือ Stairway to Heaven แล้วก็มีเพลงแบบ Waiting for a girl like you หรืออะไร ซึ่งเป็นเพลงดัง เป็นตำนาน อยู่ในอัลบั้มโฟร์เหมือนกัน เราเลยอยากเป็นแบบรุ่นใหญ่บ้าง ถึงแม้จะไม่ใช่แต่เราก็ขอสักนิดนึง อย่างน้อยมันก็สื่อถึงความชอบของเรา เพราะพี่โอ๊ต เชื่อว่าคนที่เป็นมิวสิคเลิฟเวอร์ ที่เป็นนักฟังเพลง 70 ถ้าเห็นชื่ออัลบั้มเรา เขาก็จะรู้แหละ ว่าเราชอบอะไรอย่างนี้ครับ
Molekul : กลับมาชุดนี้ ได้ร่วมงานกับทั้งสมาชิกเก่าและสมาชิกใหม่
Oat : ครับ ‘นะ’ ยังคงเล่นเบสอยู่ในชุดนี้ ซึ่งเขาก็งานเยอะนะ มีวงที่เล่นอยู่ในมือประมาณ 3-4 วง หนึ่งในนั้นที่เขากำลังทำอยู่ด้วยก็คือ กรุงเทพมาราธอน แต่ตอนนี้เขาว่างเขาเลยกลับมาเล่นให้เราได้
ส่วน ‘เอก’ มือกลองจากชุดเก่าเขาไม่ได้มาเล่นแล้ว เพราะเขามีภาระหน้าที่หลายอย่างในการสอนด้วย ในการเล่นอาชีพของเขาด้วยก็เลยพักไป ทำให้ได้รุ่นน้องของ ‘นะ’ มาคนหนึ่ง ชื่อ ‘โน๊ต’ ซึ่งเป็นคนที่ตีกลองได้โอเค แล้วก็ไปกับวงเราได้ดี ก็เลยได้มาลุยชุดที่ 4 ด้วยกัน
Molekul : คาดหวังอะไรกับการกลับมาครั้งนี้บ้าง
Oat : หวังว่าเราจะยังคงเป็นที่จดจำอยู่ของแฟนเพลงอยู่ แล้วก็หวังว่าอัลบั้มชุดนี้จะไปถึงยังผู้ฟังหลายๆ คน รวมถึงเรื่องการได้ยิน ได้เห็นมิวสิควีดีโอ การได้โชว์ แล้วก็การที่คนฟังหาซื้อได้ง่ายด้วยครับ คาดหวังไว้ว่ามันน่าจะเป็นไปอย่างนั้น
Molekul : ความพิเศษที่เกิดขึ้นในอัลบั้มชุดนี้
Oat : ธีมหลักของอัลบั้มก็ยังคงเป็นร็อคยุค 70 เหมือนเดิม เพียงแต่ชุดนี้เรามีเวลาในการคิดท่อนกีตาร์มากขึ้น มีเวลาละเมียดละไม มีเวลานั่งพินิจพิเคราะห์ท่อนโซโล่ว่ามันควรจะเป็นเช่นไร แล้วก็ลองดูหลายๆ แบบ ฉะนั้นใครที่ได้ฟังโดยเฉพาะนักกีตาร์ใหม่ๆ น่าจะชอบฟังอัลบั้มชุดนี้ เพราะมีเสียงกีตาร์เยอะๆ ครับ
Molekul : เพลงในอัลบั้มที่อยากแนะนำ
Oat : ก็มีเพลง ‘เชื่อก่อน’ เป็นซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยไป โดยถึงแม้จะเป็นเพลงช้าสุดในอัลบั้ม แต่มันก็ยังๆไม่หลุดความเป็น Street Funk Rollers ไป มีท่อนกีตาร์คลีนในแบบที่คนฟังคุ้นเคยว่า Street Funk เคยเป็นแบบนี้ มีเสียงร้องของพี่โอ๊ต มีเนื้อหาท่วงทำนองที่เป็นป๊อปโซลฟังสบายๆ ซึ่งมันยังเป็นแบบที่คนยังจำเราได้อยู่ กับอีกเพลงหนึ่งชื่อว่า ‘ของแท้’ เป็นเพลงที่เสร็จเป็นเพลงแรกของอัลบั้มนี้เลย พี่โอ๊ตรู้สึกดีตรงที่ว่ามันเป็นลายเซ็นของวงเลย ว่าท่อนกีตาร์แบบนี้ วิธีร้องแบบนี้ มันเป็น Street Funk แน่นอน แฟนเพลงดั้งเดิมจำได้แน่ๆ แล้วพอ น้องๆ รุ่นใหม่ๆ ได้ฟังแล้ว จะได้ อ๋อ... ว่า Street Funk Rollers เป็นอย่างนี้นี่เอง
Molekul : ในฐานะที่อยู่ในวงการมานาน คิดอย่างไรกับวงการเพลงในปัจจุบัน
Oat : เปลี่ยนไปเร็วมาก เพราะยุคเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา มันมีแค่เทปกับซีดี แต่ยุคนี้มันมีทุกอย่างเลย แม้แต่มิวสิควีดีโอก็หาได้จากบนเน็ต พี่โอ๊ตว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสียนะ ข้อดีคือวงใหม่ๆ ไม่มีใครรู้จัก คนก็จะได้รู้จักกันผ่านช่องทางเหล่านี้ แต่ข้อเสีย คือ คนไทยชอบของฟรี (หัวเราะ) ฉะนั้นทำให้คนทำงานเสียประโยชน์ค่อนข้างเยอะ แต่พี่โอ๊ตก็ยังมีความหวังอยู่เสมอว่า คนที่เขารักเราจริง แน่นอนเขาจะซื้อซีดีของเราไปฟัง ส่วนคนที่เคยชินกับการโหลด อยากให้ลองมาดูอัลบั้มจริงที่เป็นซีดีแท้ๆ ดูบ้างว่า ทำไมเขาถึงซื้อกัน มันมีเสน่ห์ตรงไหน ทำไมถึงยอมเสียสตางค์ซื้ออัลบั้มๆ หนึ่ง มา เพื่อฟังศิลปินคนนี้ คนนั้นกันครับ

Molekul : อะไรคืออุดมการณ์ในการทำงานของพี่ค่ะ
Oat : ตอนนี้เท่าที่รู้สึกได้คือ อยากจะเสถียร อยากทำงานออกมาเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อให้วงดนตรีรุ่นใหม่ๆ หรือนักฟังเพลงรุ่นใหม่ๆ ได้ดูว่า Street Funk Rollers เขามีแนวนะ เขายึดมั่นในสิ่งที่เขารัก เขาออกอัลบั้มมา 4 ชุด เขาก็ยังเป็นเขาอยู่เหมือนเดิม และเขาก็ยังอยู่ได้ ทั้งๆ ที่ มันดูเหมือนจะดันทุรังด้วยซ้ำไป เพราะที่ผ่านมาเนี่ยะ เราต้องยอมรับจริงๆ ว่า เราไม่ใช่วงที่แบบแจ้งเกิดแล้วดังกระหึ่ม คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ก็มีหลายคนที่รู้จักเรา ถึงไม่ดังมาก แต่ถ้าบอกชื่อวงไปเนี่ยะ ส่วนใหญ่ก็จะรู้จัก เลยอยากให้ทุกคนมองว่า เออ... มันยังมีวงดนตรีอย่างนี้ในเมืองไทยนะ มันไม่ใช่ว่าทุกวงจะต้องเหมือนกันหมด พอออกมาแนวหนึ่งเป็นแฟชั่น คนก็จะแห่ไปเล่นแบบนั้นหมด ซึ่ง Street Funk Rollers ไม่ใช่ Street Funk Rollers ยังคงทำเพลงในแบบที่ แฟนเพลงดั้งเดิมยังเชื่อใจได้ว่า เราต้องเล่นแบบนี้แน่ๆ อะไรอย่างเนี่ยะอยู่ครับ
Molekul : สุดท้าย ก่อนจากพี่โอ๊ตมีอะไรอยากฝากไว้กับชาว Songburi บ้างค่ะ
Oat : สำหรับเพื่อนๆ ชาว Songburi ก็ขอบคุณนะครับ ที่ยังตามข่าวคราวของ Street Funk Rollers มาโดยตลอด สำหรับอัลบั้ม IV (โฟร์) น่าจะหาซื้อได้ง่ายขึ้นแล้ว เพราะได้ทาง BlackSheep Sony เป็นผู้จัดจำหน่ายให้ ซึ่งน่าจะจัดจำหน่ายได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนซึ่งอาจจะต้องไปเดินหาตามร้านซีดีเฉพาะกลุ่ม อัลบั้มชุดนี้เป็นอัลบั้มที่พวกเราภูมิใจนำเสนออย่างยิ่ง เพราะเราตั้งใจทำและรู้สึกว่ามันค่อนข้างจะพัฒนาขึ้นมากกว่าอัลบั้มก่อนๆ เลยอยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ลองฟังดูครับ
.....................................................................................................................................................................................
เพื่อนๆ ชาว Songburi สามารถติดตามคอนเทนต์ดีๆ ของพี่โอ๊ต SFR ได้แล้ว ใน Video Channel กับ Simple Song ในเพลง วาสนาน้อยๆ และ เชื่อก่อน หรือดู Songburi TV ย้อนหลัง ในตอนที่ 20 (คุยกับพี่โอ๊ต) ได้แล้วจ้า!!

วันที่ : 2009-03-26
อ่านแล้ว : 18448 ครั้ง

oatakira
Post : 1

กอล์ฟ
Post : 1
ผมชอบวงนี้..มาก......
เมื่อ 2009-04-12 11:59:05
ขอบคุณสำหรับบทสัมภาษณ์ดีดีค่ะ ชอบ Street Funk Rollers
Street Funk Rollers จงเจริญ
เมื่อ 2009-04-26 11:33:12