Songburi Broadcast

รายการทีวีที่สรุปข่าวแวววงเพลงอินดี้ในรอบอาทิตย์มาให้ได้รับชมกัน

Songburi Playground

รวบรวมของฟรี Wallpaper ศิลปินอินดี้ กิจกรรมเกมแจกตั๋ว คอนเสิร์ตอินดี้

Fat Fest 8 The Gameโต๋ (มั้ง?) GameRetrospect Rise Now! GameScrubb ชุดเล็ก Game

Songburi Partner

เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้

  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.nanorecords.net
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.sanamluangmusic.com
  • คลิกเพื่อไปที่
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.warnermusic.co.th
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.beltsfree.com
เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้ของ Songburi

มีผู้ใช้ Online อยู่ 52 คน

ข่าวสารของวงการเพลงศิลปินอินดี้

สุกี้ กมลสุโกศล แคลปป์

Aug
22

สุกี้ กมลสุโกศล แคลปป์
(Kamol Sukosol Clapp)

นี่อาจจะไม่ใช่บทสัมภาษณ์ของคำถามที่ว่า “ทำไมเบเกอรี่ฯ ถึงเลิก” แต่บทสัมภาษณ์นี้จะเป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่จะทำให้คุณเข้าใจถึงตัวตน ความคิด ความรับผิดชอบ บวกกับความรู้สึกที่แสดงออกมาของ ‘สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์’

ผู้ชาย...ที่ครั้งหนึ่งเคยตกกระไดพลอยโจน จากการเป็นศิลปินธรรมดา ที่สร้างชื่อจากการเป็น ‘โปรดิวเซอร์’ ให้กับวง TKO ในสังกัดคีตา เรคคอร์ดส มาสู่การเป็น ‘ผู้บริหารของค่ายเพลง’ จนกระทั่งปัจจุบัน เขาตัดสินใจ เบนเข็มชีวิต  จากเส้นทางสายดนตรี มาสู่เส้นทางที่อิสระเสรีมากขึ้น.... ชีวิตในแบบที่ตัวเขาเองก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน พร้อมกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจ กับการลุ้นไปกับเส้นทางใหม่ๆ ของชีวิต...ที่รอคอยอยู่ตรงหน้า


Molekul : ตัวตนที่คนอื่นมองและสิ่งที่พี่สุกี้เป็น
Suki: คนทั่วไปมักจะมองว่าสุกี้ดุ สุกี้โหด (หัวเราะ) ซึ่งนั่นเป็นตัวตนของผมเวลาทำงาน เพราะผมต้องบริหารคน ต้องบริหารค่ายเพลง ซึ่ง ณ ตอนนั้น ‘หน้าที่’ มันบังคับให้เราต้องทำ อย่างในช่วงวิกฤตของเบเกอรี่ฯ ที่ผมต้องเอาคนออกถึง 100 คน ผมก็ต้องลงไปทำเอง เพราะผมไม่อยากไปสั่งให้ลูกน้องทำ ผมเลือกวิธีที่จะไปพูดอธิบายด้วยตัวเอง ซึ่งใจจริงเราก็ไม่อยากหรอก แต่เรารู้ว่าถ้าเราไม่ทำตอนนั้น เราก็เจ๊ง แต่ถามว่าจริงๆ แล้วผมเป็นคนอย่างไร โดยส่วนตัวผมคิดว่าผมเป็นคนประเภท Extreme (สุดโต่ง) คือ ตรงกลางจะไม่ค่อยมี ผมสามารถพูดเล่น คุยเล่น ตลกได้ แต่ขณะเดียวกันที่ผมต้องคุยสัญญาหรือทำธุรกิจผมก็จริงจังกับมันได้

Molekul : อะไรทำให้พี่สุกี้เป็นพี่สุกี้แบบนี้
Suki:
ครอบครัวครับ ครอบครัวให้การสนับสนุนความเป็นตัวตนของผม อย่างตอนเด็กๆ ผมไม่ชอบเรียนเลข แต่ผมชอบดนตรี ชอบปรัชญา ผมก็ได้เรียนในสิ่งที่ผมชอบ แล้วมันก็เป็นผลมาถึงชีวิตของผมในปัจจุบัน ดนตรีทำให้ผมได้ทำเบเกอรี่ฯ ปรัชญาทำให้ผมได้เข้าใจตัวเอง ได้รู้จักจุดยืนของตัวเอง ซึ่งผมว่านี่เป็นเรื่องที่สำคัญในชีวิตเลย เพราะมันจะทำให้เราเข้าใจและรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร คือคนส่วนใหญ่จะแคร์ว่าคนอื่นจะมองตัวเองอย่างไร นั่นทำให้เขาไม่มีความสุข เพราะว่าเขาแคร์คนอื่น แต่ถ้าเกิดเราเข้าใจตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เราก็จะมีความสุข 

Molekul : สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำเบเกอรี่ฯ คืออะไร
Suki:
เบเกอรี่ฯ ทำให้เรารู้ว่าหลายอย่างมันเทา มันไม่ใช่ขาวหรือดำ คือมันไม่มีผิดหรือถูก คุณจะต้องเรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะใช้สมองหรือควรจะใช้ใจ ต้องแยกให้ออก บางทีก็ทำให้เรางงเหมือนกัน เพราะมันไม่สามารถแยกออกจากกันได้ แต่ในที่สุดเราก็ต้องเลือกว่าอันไหนจะใช้อะไรตัดสิน

Molekul : ถ้าพี่สุกี้มีพรวิเศษที่สามารถกลับไปเปลี่ยนแปลงความผิดพลาดในอดีตได้ สิ่งที่พี่จะเปลี่ยนหรือทำให้มันดีขึ้นคืออะไร
Suki:
ผมอยากให้เวลากับการเป็นเพื่อนกับศิลปินให้มากขึ้น ผมอยากอยู่ฝั่งเดียวกับศิลปิน แต่ด้วยตอนนั้นผมเป็นค่ายเพลง ผมอยู่ฝั่งเดียวกับศิลปินไม่ได้ ไม่เหมือนกับตอนแรกๆ ที่ผมเริ่มทำเบเกอรี่ฯ ผมทำ TKO อยู่ ผมทำเพลงเสร็จ ผมก็เอางานไปเสนอค่ายเพลง เราอยู่ข้างเดียวกัน แต่สุดท้ายมันไม่ใช่ ผมต้องต่อรองกับศิลปิน มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเรารบกับตัวเองอยู่ ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมเลิก เพราะยิ่งทำก็ยิ่งทำร้ายตัวเอง เหมือนกับเราชกตัวเองอยู่ตลอดเวลา มันไม่มีทางชนะ

Molekul : รู้สึกอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเบเกอรี่ฯ
Suki: สำหรับผมนะ ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติ ที่เรา 3 คน (หมายถึงผม บอย และสมเกียรติ) โตขึ้น ทำให้เป้าหมายในชีวิตของแต่ละคนเริ่มเปลี่ยนไป มันไม่เหมือนกับตอนแรกเริ่ม ที่เรายังเป็นคนหนุ่มอายุ 20 กว่าๆ โอเค ตอนนั้นเป้าหมายในชีวิตของเราเหมือนกัน แต่พอเรา 30 กว่าๆ เรามีครอบครัวแล้ว มันจะแปลกกว่าด้วยซ้ำ ถ้าเกิดเป้าหมายของเรายังเหมือนกันอยู่นะผมว่า

Molekul : ช่วงที่ออกมาจากเบเกอรี่ฯ พี่เป็นอย่างไรบ้าง
Suki: ช่วงแรกผมงงเลยนะ เพราะผมเป็นคนที่ต้องมีอะไรตลอดเวลา ผมไม่เคยว่าง ผมเป็นของผมตั้งแต่เด็กแล้ว ผมจะชอบต่อเรโก้ จะชอบเล่นกีต้าร์ แต่ช่วงนั้นตลอดระยะเวลา 6 เดือน มันไม่มีเลย ซึ่งเป็นอะไรที่น่ากลัวมากสำหรับผม จนมีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้ผมลองออกไปเที่ยว ไปอยู่ที่อื่นดู เขาบอกว่าอยู่กรุงเทพฯ แล้ว มันคิดอะไรไม่ออกหรอก ซึ่งตอนนั้นผมก็คิดว่านั่นเป็น ‘ปรัชญาเน่าๆ’ แต่สุดท้ายพอผมได้ออกไป ทุกอย่างในวันนี้ คือสิ่งที่ผมได้กลับมาจากที่ออกไปในตอนนั้น เมื่อผมย้ายตัวเองไปอยู่ที่อีกจุดหนึ่ง มันทำให้ผมมองเห็นสิ่งที่ผมเผชิญอยู่ได้ชัดเจนขึ้น ปัญหาบางอย่างอยู่ตรงจมูกแท้ๆ แต่เรากลับมองไม่เห็น ผมรู้สึกว่าตัวเองโง่จริงๆ นั่นคือทุกอย่างมันเปลี่ยนไปตอนที่ได้ออกไปอยู่ต่างจังหวัดคนเดียว

Molekul : อะไรทำให้พี่เลือก ‘มอเตอร์ไซค์’ เป็นพาหนะในการเดินทาง
Suki: ขี่มอเตอร์ไซค์แล้วมันสนุกนะ เพราะถ้าเป็นรถ มันก็แค่พาเราจากจุดหนึ่งไปถึงอีกจุดหนึ่ง แต่มอเตอร์ไซค์มันทำให้เราสัมผัสกับสิ่งรอบข้างได้มากกว่า อย่าง ลม, ฝน อะไรต่างๆ ทำให้เราได้อยู่กับธรรมชาติมากขึ้น มันคือ Freedom ซึ่งรถเล็กจะต่างกับรถใหญ่ก็ตรงนี้ อีกอย่างมันช่วยขจัดนิสัยเสียของผมได้ คือผมจะเป็นชอบที่จะคิดถึงอดีตและอนาคต แต่ตอนผมขับมอเตอร์ไซค์เนี่ยะ มันจะบังคับให้เราต้องอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีมากเลย เพราะการที่คนเราเครียด เป็นเพราะเราเอาตัวไปอยู่กับอดีตหรืออนาคตมากไป ซึ่งเวลาที่เราขี่มอเตอร์ไซค์เนี่ยะ เราต้องอยู่กับสิ่งที่เรากำลังทำ เพราะถ้าเกิดใจลอย มันก็จะอันตรายมาก     

Molekul : ความรู้สึกระหว่างช่วงที่ทำดนตรีกับการขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปท่องเที่ยว เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
Suki: คล้ายๆ กันนะ มันเหมือนกับว่าเราได้เขาไปอยู่ในโซนของเรา ซึ่งพอเราอยู่ในโซนแล้ว เราไม่ต้องคิดเลย มันจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ มันทำให้เราสามารถอยู่กับมันได้ทั้งวัน เหมือนอย่างกับช่วงที่ผมทำเพลง ผมเข้าห้องอัดตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงเที่ยงคืน ผมอยู่กับมันได้โดยที่ผมไม่รู้ว่ามันนาน ซึ่งมอเตอร์ไซค์ก็เหมือนกัน หรืออย่างตอนนั้น ที่ผมเล่นอยู่ในวงพรู ตอนที่ไอ้น้อยมันกระโดดจากเวทีไป (ผมจะคิดว่าอีกแล้วเหรอ) แต่วงจะรู้โดยอัตโนมัติเลยว่าต้องยืด คือไม่ต้องมาบอก จะรู้กัน แล้วก็รู้ด้วยว่าพอกลับเข้าท่อนต่อไปเดี๋ยวไอ้น้อยก็จะกลับมาเอง ซึ่งก็กลับมาทันทุกที ซึ่งกับมอเตอร์ไซค์ก็เหมือนกัน คือมันมีเรา มีรถ มีถนน พอ 3 อย่างนี้เชื่อมกันได้ปุ๊บ มันก็มีความสุข

Molekul : พี่สุกี้ตั้งใจจะหันหลังให้กับวงการเพลงจริงๆ เลยเหรอ
Suki:
อย่าใช้คำว่าหันหลังเลย เพียงแต่ตอนนี้ความสนใจของผมไม่ได้อยู่ที่ดนตรีเท่านั้น ความสนใจมันไปอยู่ที่อย่างอื่นมากกว่า อย่างเช่น เรื่องมอเตอร์ไชค์ เรื่องท่องเที่ยว ซึ่งผมจะชอบอยู่ 2 อย่างนี้ คือผมจะซื้อมอเตอร์ไซค์ที่ต้องขับได้ไกลและสบาย เพราะผมไม่ได้สนใจแค่ขับเร็วอย่างเดียว แต่ผมชอบไปไกลด้วย โดยเฉพาะการไปในที่ๆ เราไม่เคยไปมาก่อน มันทำให้ผมสนุกและลุ้นว่าอะไรจะรอเราอยู่ข้างหน้า

Molekul : แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งลูกของพี่สุกี้ สนใจอยากทำงานดนตรีในแบบที่พี่สุกี้เคยทำ พี่สุกี้จะแนะนำอะไรกับลูกบ้าง
Suki: ผมชอบที่จะสนับสนุนให้คนทำตามความฝัน ก็คงไม่ชี้นำอะไร นอกจากจะคอยดูอยู่ห่างๆ  แต่เขาต้องมีความรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ อย่าง กีต้าร์ตัวแรก ตัวที่ 2 อาจจะซื้อให้ แต่หลังจากนั้นต้องซื้อเองนะ เพราะผมได้รับจากคุณแม่มาอย่างนั้น คืออยากทำอะไรก็ทำไปเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเด็กๆ เพราะถ้าทำคุณทำตอนอายุมากๆ จะลำบาก อย่างผมเนี่ยะตรงกันข้าม ตอนเด็กทำงาน แต่ตอนนี้บ้ารถ (555) ซึ่งคุณแม่ก็จะพูดว่า ยูไม่เคยเป็นวัยรุ่นเลย ยูเป็นเด็กแล้วก็เป็นผู้ใหญ่เลย ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง เพราะผมอายุ 22 ก็เปิดบริษัท 24 ก็มีลูกแล้ว ทำให้ไม่เคยได้ใช้ชีวิตวัยรุ่น พอถึงตอนนี้ก็เลยใช้ซะ 

Molekul : พี่มองวงการเพลงบ้านเราในปัจจุบันเป็นอย่างไร
Suki: ผมมองว่ามันพัง วิธีการมันเปลี่ยนไปหมด ซีดีเป็นสิ่งที่คนไม่ซื้อแล้ว… แล้ววงการจะอยู่ได้อย่างไร ตอนนี้ทางออกที่พวกค่ายใหญ่ทำก็คือเน้นขายศิลปิน ขายโชว์ ออก TV ไปทางอื่นซะ แต่ยังไม่มีวิธีไหนที่แก้ไขที่ต้นเหตุได้ ซึ่งตอนที่ผมออกจากเบเกอรี่ฯ มาผมก็รู้ว่ามันจะเปลี่ยน แต่ก็ไม่นึกว่ามันจะเร็วขนาดนี้ ถ้าถามถึงวิธีแก้ผมไม่รู้นะ มันแล้วแต่มุมมองของคน แต่ผมว่าสิ่งที่จะมาเปลี่ยนสถานการณ์ตรงนี้ได้ มันจะต้องมีศิลปินที่เป็น Hero ออกมา เหมือนอย่างที่ Nirvana ออกมา ป๊อด โผล่ออกมาตอนนั้น ซึ่งตอนนี้เราก็ยังไม่มีศิลปินที่เป็นอัศวินม้าขาวคนนั้น 

Molekul : สิ่งที่พี่สุกี้อยากทิ้งท้าย ให้คนในวงการดนตรีได้คิด
Suki: มีอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือ ตั้งแต่ที่ผมกลับมาเมืองไทยปีแรก ปี 92 ผมงงเลยนะว่า มันไม่มีผับไหนเลยเหรอ ที่วงดนตรีสามารถเล่นเพลงของตัวเองได้ ซึ่งต่างจากที่ New York ที่ผมเคยอยู่ ที่นั่นเขามีวงดนตรีที่เล่นเพลงของตัวเองเต็มไปหมด ซึ่งวันนี้เวลาผ่านไป ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง....

วันที่ : 2007-08-22
อ่านแล้ว : 2139 ครั้ง

 

 

  1. หน้า 1


Plai`
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 1

จริงที่สุด...

ฟังที่พี่สุบอกถึงวงการเพลงตอนนี้แล้วใช่เลย

อัศวินม้าขาวเหรอ ยิ่งนับวัน ยิ่งยากจะมี

เมื่อ 2007-11-10 02:37:24

  1. หน้า 1
แสดงความคิดเห็น

ชื่อ
*

อีเมล์
*

ความคิดเห็น
*



 

Songburi Scoop เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับเพลงอินดี้

Scoop

 
Lollipop

Artist On Frame

Lollipop

จากอัลบั้มแรก ที่มีเพลงติดหูอย่าง รักซะที (อยากเป็นชาตรี) เมื่อ 10 ปีที่แล้ว สมาชิก Lollipop ก็ได้แยกย้ายกันไปตามทางของแต่ละคน จนกระทั่ง หนึ่งในสมาชิก ...
 
ยังไม่จบอ่านต่อ ...
 

Songburi Chart อันดับเพลงอินดี้

Tuning Chart

1 รู้ว่ามีอยู่ก็สายไป
PIXEL
2 ถ้ายังรัก
CRESCENDO
3 เงินล้าน <1week>
MODERNDOG
4 ไม่รู้หรือไม่รัก
PIXEL
5 คืนที่หนึ่ง <1week>
ชิน ชินวุฒิ