Songburi Broadcast

รายการทีวีที่สรุปข่าวแวววงเพลงอินดี้ในรอบอาทิตย์มาให้ได้รับชมกัน

Songburi Playground

รวบรวมของฟรี Wallpaper ศิลปินอินดี้ กิจกรรมเกมแจกตั๋ว คอนเสิร์ตอินดี้

Fat Fest 8 The Gameโต๋ (มั้ง?) GameRetrospect Rise Now! GameScrubb ชุดเล็ก Game

Songburi Partner

เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้

  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.zydrecords.com/
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.warnermusic.co.th
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.finetunestudio.com
  • คลิกเพื่อไปที่ http://www.spicydisc.com
  • คลิกเพื่อไปที่
เพื่อนๆค่ายเพลงอินดี้ของ Songburi

มีผู้ใช้ Online อยู่ 95 คน

ข่าวสารของวงการเพลงศิลปินอินดี้

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

Nov
08

นานๆ เราจะได้สัมภาษณ์ศิลปินที่ทำเพลงบรรเลงกันสักที วันนี้ เรามีโอกาสนั้นแล้วครับ "โต๋ - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร" ทายาทแกรนด์เอ็กซ์ที่โตมากับเปียโน ในปัจจุบัน กลายเป็นขวัญใจของใครหลายๆ คน ด้วยผลงานบรรเลงเปียโน และ B5 ด้วยความที่โต๋เป็นคนคุยเก่งมาก บทสัมภาษณ์นี้จึงยาวมาก แต่เชื่อว่า คุณจะได้รู้จักกับเด็กหนุ่มคนนี้อย่างลึกซึ้งขึ้นแน่ๆ ครับ

 

จากการที่ได้ร่วมงานกับ B5 ได้ประสบการณ์ดีๆ อย่างไรบ้าง ?

โต๋ :หลังจากคอนเสิร์ตพี่บอย คนจะนึกภาพว่าผมเป็นนักเปียโน เล่นเปียโนคลาสสิค เล่นตามโน้ต ซึ่งความจริงแล้ว ผมไม่ได้เริ่มจากตรงนี้ ความฝันของผม ไม่ได้อยากจะเป็นนักเปียโนคลาสสิคที่เล่นตามโน้ต ก็เลยดีใจมากที่ได้ทำเพลงวัยรุ่น ได้ทำเพลงให้วัยรุ่นฟัง ดีใจที่ได้ทำอะไรที่ตัวเองชอบจริงๆ เพลงในอัลบั้ม B5 นี่ ผมจะเป็นคนเรียบเรียงเองทุกเพลง จะมีพี่ไก่เป็นคนโปรดิวซ์ overall อีกที ได้เล่นเครื่องดนตรีทุกชิ้นในอัลบั้มนี้ และยิ่งเอาเพลงเก่าๆ มา ยิ่งสนุก พอได้ออกคอนเสิร์ต มันสนุกที่นักร้องทั้งสี่คนเก่งมาก เวลาร้อง เวลาไลน์ประสานเนี่ย ผมเป็นคนจ่าย เราต้องจัดการให้มันชัดเจน มันสนุก เพราะแจกปุ๊บ เขาร้องได้ เวลาเล่นแคมปัส ก่อนเล่น ก็จะมานั่งเขียน Song List กัน ก่อนขึ้นตลอด โต๋จะบอกว่า ตอนเล่น เกิดอะไรขึ้นหรือร้องผิด หันมามองโต๋ก่อนละกัน เพราะดนตรีชิ้นเดียว แล้วเราไม่ได้เปิด Sequence ความทรงจำดีๆ ก็คือได้ความเป็นเพื่อนกันด้วย ได้ไปเที่ยวกัน ถ้าเดี่ยวเปียโน เหมือนกับเราอยู่สูงๆ คนฟังก็ฟังเปียโนอย่างเดียว ไม่ค่อยมี interaction เท่าไหร่ อันนี้ ดีที่เราใกล้ชิดกับแฟนเพลงมากขึ้น

ที่ได้ไปเล่นกับ Richard Clayderman เป็นอย่างไรบ้าง ?

โต๋: ริชาร์ดเขาใหญ่มากในวงการเปียโนเพลงป็อป ไปไหนจะได้ยินเพลงเขาตลอด ซึ่งผมไม่ใช่แนวนั้น ของเขาจะเป็นป็อปแบบคลาสสิค คือ เล่นตามโน้ต เล่นเหมือนกันทุกครั้ง ผมจะเป็นแนวเล่นตามใจ พอเราเล่นกับเขา เราดีใจ เรามีโอกาสได้เจอ ได้ศึกษา เขาอยู่ในวงการมา 30 ปี เขาต้องมีอะไรแน่ๆ เราก็เลยไปว่า เขามีอะไร พอไปเจอ เขาเป็นคนชัดเจนเรื่องการเล่นมาก เล่นทุกทีต้องเหมือนกันเด๊ะ เราก็จะมีกรอบว่าต้องอย่างนี้ แต่เอาเข้าจริงแล้วค่อยว่ากัน เล่นคอนเสิร์ตทุกครั้ง เราทาย feel คนดูไม่ออกหรอก เรากะว่าท่อนนี้โดนแน่ๆ คนดูนั่งเงียบ เรากะว่าท่อนนี้ซึ้ง ปรากฏคนดูตบมือตาม เราก็ต้อง build เขาต่อ แต่ริชาร์ดเขาต้องชัดเจนตลอด คิดมาหมดแล้วว่าจะเล่นมุขนี้ตรงนี้ ได้เรียนรู้เรื่องเทคนิคการเซ็ตซาวน์ เห็นการวางไมค์ เซ็ตมอนิเตอร์ เซ็ตเวทียังไง ได้เรียนรู้ว่า แนวนี้ เขาต้องเล่นอย่างนี้นะ

ทุกคนจะบอกว่า นึกว่าจะแจมกัน เราได้เจอกันก่อนเล่นวันเดียวเองครับ อย่างที่บอก เขาเป็นคนชัดเจน เป็น Classical Pop เขาก็เลยไม่แจม เราก็เข้าใจ แต่เขาให้ผมไปเล่นตอนช่วงเขา แลกเปลี่ยนความคิดไอเดียกัน เราได้เรียนรู้ในสไตล์เขา แต่ผมชอบอย่าง Elton John, David Foster ชอบ Alicia Keys มากกว่า อยากจะเป็นอย่างเขามากกว่า

ในความคิดจริงๆ คืออยากจะเล่นแจมกับนักเปียโนระดับโลกคนไหน ?

โต๋ : ไม่รู้อะครับ ก็ชอบเยอะ คือคนไหนก็ได้ คือ ผมฟังเพลงเยอะ จนจับสำเนียงได้ อย่างฟังเพลงแล้วเนี่ย รู้ว่าเป็น Jim Brickman หรือ Elton John แน่ๆ พอเล่นไปเรื่อยๆ เราก็จะเลียนสำเนียงได้ เราก็จะรู้ว่า เราต้องการอย่างคนนี้นะ ถ้าถามว่า ผมอยากแจมกับใคร ผมก็คงไม่ใครพิเศษ ถ้าอยากดูจริงๆ ก็มี Alicia Keys ที่ได้ดูไปแล้ว เจ๋งมาก อยากดู Norah Jones อยากดู Elton John อยากดูเพราะความฝันผมอยากเป็นนักดนตรีเล่นเปียโน นอกจากนี้ ก็มี Maxim เขาก็เอาคลาสสิคมาใส่ในอิเล็กทรอนิกส์ , Jamie Cullum เขาเริ่มต้นจากคลาสสิคเหมือนกัน แต่ว่าพอขึ้นไป แต่ละคนก็จะหาว่าตัวเองชอบอะไร ผมก็พยายามจะหาอะไรที่เป็นสไตล์ของผม เหมือนใครก็คงบอกไม่ได้ คือเราชอบเล่นของเราแบบนี้

เกี่ยวกับ B5 ในอนาคตจะมีอัลบั้มออกมาอีกไหม ?

โต๋ : เรายังไม่มีแพลนสำหรับ B5 ก็คงอยู่ในค่ายเดียวกัน ก็อาจจะไปแจมกันบ้างตามคอนเสิร์ตเล็กๆ คอนเสิร์ตที่เราออกไปครั้งสุดท้าย นั่นคือ คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบที่ครั้งสุดท้ายที่จะใช้ชื่อ B5 แต่ 10 ปี กับ FaT Festival เราก็ขึ้น มันเหมือนกับเป็นเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่ไปด้วยกัน ยังไม่มีแพลน 2 แต่ละคนก็ไปทำอัลบั้มของตัวเองก่อนแล้วค่อยกลับมาทำอีกที ผมว่า ยังไงก็ต้องมีกลับมารวมกันอยู่แล้ว แต่คงไม่ใช่เดี๋ยวนี้

รู้สึกยังไงที่ต้องกลับมาเดี่ยวอีกครั้ง ?

โต๋ : ผมว่ามันต้องเหงาแน่นอน จากที่ไปไหนเป็นกลุ่มสนุกสนาน แต่ว่าทุกคนเข้ามาในเบเกอรี่ ทุกคนรู้ว่า B5 เป็นอัลบั้มรวมกันเฉพาะกิจ เดี๋ยวก็ต้องไปทำอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง แต่ก็ต้องมีแน่ เหงา ตอนนี้ เราคนเดียว เราต้องทำยังไงที่ควบคุมคนดู ควบคุมเวทีให้ได้คนเดียว

ถ้าให้เลือกระหว่างทำงานใน B5 กับงานเดี่ยว ?

โต๋ : ชอบทำทั้งสองเลย เพราะมันคนละสไตล์ ถ้าทำเดียว ผมก็ทำอีกอย่าง เล่นเปียโน ร้องด้วย ถ้าเล่น B5 มันต้องเด่นทั้งเสียงร้อง เสียงเปียโน เสียงประสาน มันจะเล่นคนละอย่าง อยากทำทั้งสองแนวสลับกัน เพราะได้รสชาติคนละอย่าง เดี่ยวเปียโน ก็เล่นเพลงกล่อมนอน คือตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว

เริ่มทำอัลบั้มที่สองมานานหรือยัง ?

โต๋ : ใช้เวลาอัดทั้งหมด 4 วัน แต่ใช้เวลาเรียบเรียงมาเดือนกว่าๆ ก็เล่นมาเรื่อยๆ ปกติ ว่างๆ อยู่บ้าน ก็จะเล่นไปเรื่อยๆ ในชุดใหม่เนี่ย จะมีเพลงพี่บอยอยู่ 5 เพลง เราชอบเล่นเพลงพี่บอย ทำงานกับพี่บอย อยู่แล้ว ก็เลยลองเอามาใส่ เพลงอื่นก็แต่งมาเพิ่ม ใช้เวลาเรียบเรียงเยอะเหมือนกัน เพลงที่ใช้เวลาเรียบเรียงนานที่สุดคงเป็นเพลง "เขมรไทรโยค" ผมลองเล่นเล่นๆ น่ะ เริ่มต้นด้วยที่คุณพ่อฮัมให้ฟัง ผมก็แกะตามและใส่คอร์ดของผมเอง ผมไม่เคยฟังออริจินัลไงฮะ มันยาวมาก ก็เลยไปหาออริจินัลมาฟัง มันจะนานตรงเรียบเรียงมากกว่า เล่นไม่ค่อยนาน

คอนเซ็ปต์ของอัลบั้มนี้เป็นยังไง ?

โต๋ : คิดไว้ว่าจะใช้ชื่อ 'Piano & I' เพราะว่ามันบอกเล่าเกี่ยวกับชีวิตของเรากับดนตรี คือ หนึ่งปีที่ผ่านมา คนอาจจะได้ยินหรือได้อ่านบทสัมภาษณ์ผมเยอะมาก แต่เราก็เอามาเป็นเพลง อย่างในอัลบั้มนี้ ทุกคนรู้ว่าผมมีพ่ออยู่วงแกรนด์เอ็กซ์ ก็มีเพลง "รักในซีเมเจอร์" อยู่ในอัลบั้มนี้ ทุกคนจะรู้ว่าผมเคยเล่นที่โบสถ์ แต่คนก็ไม่เคยฟังและเข้าใจว่า เล่นที่โบสถ์มันเป็นยังไง ก็เอาเพลงที่เล่นที่โบสถ์มันเล่นให้ฟังกัน แต่ละเพลงจะมีความหมายของมันแตกต่างกันไป เป็นการเดินทางชีวิตของผม แต่ละเพลงก็จะมี represent ต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ส่วนเพลงพี่บอย 5 เพลง "สักวันหนึ่ง" จะเป็นเพลงที่ผมแต่งกับพี่บอย อาจจะเป็นเพลงที่ดังที่สุดที่ได้ร่วมทำกับพี่บอย มีเพลง "Home", "ที่แห่งนี้" ที่ผมชอบเป็นการส่วนตัว แล้วก็มีเพลง "คิดลึก" ที่เราชอบกัน เพลงพี่บอย ผมก็ชอบ น่ารักดี แล้วก็มีเพลง "คนไม่พิเศษ" อันนี้ พูดถึงชีวิตที่เป็น B5 ได้ร้องเพลงนี้ ความประทับใจดีๆ ที่ยังอยู่ เอาเพลงนั้นใน B5 มาบรรเลงเปียโน แล้วก็จะมีเพลงแต่งเพลงอีก 5 เพลง (3 เพลงเป็นเพลงบรรเลงเต็มๆ) เป็นเพลงที่แต่งเองมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วย แล้วก็มีแต่งล่าสุดเพื่ออัลบั้มนี้ แล้วก็จะมีแย้มให้ฟังอัลบั้มใหม่ที่เป็นอัลบั้มเดี่ยวของผมนิดหน่อย

อัลบั้มเดี่ยวของผม เพลงร้องมีแล้ว ผมก็เลยเอามาบรรเลงให้ฟังเล่นๆ คือได้ฟังให้ได้ไอเดียว่า อัลบั้มเดี่ยวของผมจะเป็นเพลงแบบนี้ ฟังบรรเลงไปก่อนแล้วกัน ให้จำทำนองได้คุ้นๆ แล้วรอให้ฟังผมร้องตอนอัลบั้มเดี่ยวผมออกปีหน้า

ชุดนี้ คงไม่ต่างมากกับชุดแรก ?

โต๋ : ผมว่าต่างกับชุดแรกเยอะ ชุดแรก ตั้งใจทำมาเป็นของที่ระลึกสำหรับคอนเสิร์ตพี่บอย ทำบนเปียโนไฟฟ้า อันนี้ ผมใช้เปียโนจริง แล้วก็ดูแลเรื่องการอัดอะไรมากขึ้น ผมคิดว่า ใครอัลบั้มชุดแรก คิดว่าอัลบั้มชุดนี้ ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะเรื่องระบบเสียง เรื่องวาไรตี้เพลงมีหลายแนวมากกว่า มีคึกคักขึ้นมาหน่อย มีเพลงแต่งใหม่ด้วย อาจจะไม่รู้จักตลอดไป มีเพลงรู้จักครึ่งหนึ่ง เพลงแต่งใหม่ครึ่งนึง อะไรอย่างเนี้ย ทั้งหมด 14 เพลง

ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างชุดหนึ่งกับชุดสอง คิดว่ามีอะไรที่มันพัฒนาขึ้นมา ?

โต๋ : ตอนนี้ ผมไม่เคยเปิดฟังชุดแรกผมเลย ไม่กล้าฟัง มันใช้เวลาแป๊บเดียว พอเปิดคอนเสิร์ตพี่บอยขึ้นมาดู เราก็ไม่กล้าดูตัวเอง ผมว่า นักดนตรีทุกคนก็เป็นอย่างนี้นะครับ สิ่งที่เราเล่นไปตอนนี้ เราคิดว่ามันดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ที่เราเล่น แต่พอมันผ่านไปอีกปีนึง แป๊บเดียวเอง เรารู้สึกว่าเราเล่นไปได้ไงเนี่ย ทำไมมันแข็งอย่างนี้ ผมว่าที่พัฒนามาในชุดสองก็คือเรื่องไดนามิก เป็นเพราะใช้เปียโนจริงด้วย เพราะได้เล่นคอนเสิร์ตเยอะ มันเลยทำให้ไดนามิกมันดีขึ้น เรื่องอารมณ์เพลง สื่อสารได้นุ่มและดีกว่าเก่า เรื่องไอเดีย คอร์ด มันเหมือนกับได้มาเยอะ จากการที่ได้เล่นทัวร์ ได้เล่นโน่นเล่นนี่ ได้ไอเดียอะไรมาเยอะ ผมถามคุณพ่อ ถามศิลปิน เขาก็เป็นอย่างนี้ พอกลับมาฟังชุดแรกของงตัวเอง ก็เออ เมื่อก่อนเรายังเล่นอย่างนี้อยู่เหรอ มันถูกแล้ว เพราะคนมันต้องพัฒนาตัวเอง

ชุดนี้จะเป็นเปียโนอะคูสติกตัวเดียว ชุดเก่า จะมีเสียง Patch มีเสียงสตริงเข้ามาช่วยด้วย ชุดนี้จะมีเปียโนล้วนๆ เลย เหมือนกับผมนั่งเล่นให้ฟังที่บ้าน กลิ่นจะออกป็อปด้วย แต่จะออกป๊อปนิวเอจหน่อย ไม่ป็อปจ๋า เรื่อง Chord Progression เรื่องอารมณ์จะเป็น New Age หน่อย พวก Jim Brickman พวก George Winston จะออกแนวๆ นั้น ในคอนเสิร์ตเนี่ย ผมจะมีวงแน่นอน มีอะไรขึ้นมาสร้างสีสัน แต่ในอัลบั้มเนี่ย ผมอยากให้มันฟังสบาย นี่คืออย่างแรกเลย เท่าที่ฟังมา คนเขาจะชอบเปิดก่อนนอน เปิดตอนทำงาน ฟังไปเรื่อยๆ อะไรอย่างนี้ ผมว่าผมต้องการตรงนี้มากที่สุด สองคือ ต้องการให้ตั้งใจฟังก็ได้ ไม่ตั้งใจฟังก็ได้ คือ เปิดเรื่อยๆ แล้วก็ทำงานไป หรือว่าจะเปิดดังๆ แบบตั้งใจฟังก็ได้

อันนี้ คือ ทำงานกับพี่ไก่คนเดียว ?

โต๋ : ใช่ แต่พี่ไก่จะปล่อยให้ผมทำงานเอง ชุดนี้ ผมโปรดิวซ์เอง ทำเองหมดเลย มีพี่ไก่ คุณพ่อ พี่บอย เป็น final step ให้ เขาจะปล่อยให้ผมทำเอง ผมจะถามว่าทั้งสามว่า เขาว่าไง สามคนนี้คือ Executive Producer ในอัลบั้ม ส่วนมากคุณพ่อจะบอกเรื่องประสบการณ์ ไม่เคยคุยเรื่องทฤษฎี อย่างเพลงนี้ มันน่าจะฟังสบายกว่านี้ ยังไม่สนุกพอ โต๋ลองไปหาอะไรมา พี่ไก่จะลงรายละเอียดเรื่องดนตรี อย่างพี่ไก่จะฟังแบบ ตรงนี้ จังหวะตรงนี้โต๋เซนะ ลูกนี้ไม่ค่อยสวย พี่บอยจะฟังอารมณ์อย่างเดียว พี่บอยจะแบบฟังสบายแล้ว ดีแล้ว ผมจะเก็บข้อมูลมาทำเองต่อ เขาจะปล่อยให้ผมทำเองมาตั้งแต่ B5

รู้สึกยังไงที่เราได้ทำงานเอง แล้วพี่ๆ เขาไว้ใจเราขนาดนี้ ?

โต๋ : รู้สึกโชคดีและดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาส เขาไว้ใจให้เราทำขนาดนี้ ให้เราได้ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำมาตั้งนาน และเปิดโอกาสให้เราได้ทำเต็มที่เลย ชอบตรงที่ได้ออกไอเดียเอง คิดเอง เขาพูดเนี่ย เขาไม่เคยสั่งว่า ต้องตามนี้นะ แต่เขาบอกคอมเม้นต์มา เขาจะให้เราคิด บางทีเราฟังแล้วมันเหมือนจะดี เราฟังเองแล้วชอบ ให้ฟังแล้วเขาอาจจะฟังอะไรที่เราไม่ได้ยิน เราก็ได้โตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น ชอบมาก เพราะมันเป็นตัวเราที่สุดด้วย เหมือนกับเราได้เป็นเจ้าของอัลบั้มนี้จริงๆ

คาดหวังแค่ไหนหลังจากอัลบั้มนี้วางแผง ?

โต๋ : ด้วยความที่เป็นเพลงบรรเลง ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะถล่มทลาย ผมรู้ว่าบรรเลงจะขายไปได้เรื่อยๆ ความตั้งใจของผมคือ จะทำเพลงบรรเลงออกมาเรื่อยๆ เพราะเพลงบรรเลงมันฟังได้ตลอด ทำมาเรื่อยๆ แล้วก็แฟนเพลงที่ฟังเพลงบรรเลงของผมมีทั้งเด็ก วัยรุ่น คนแก่ก็ฟัง รุ่นคุณพ่อคุณแม่ก็ฟัง ฟังได้ทุกเพศทุกวัย ผมอยากให้คนซื้อไปแล้วก็ฟังสบายมากกว่า คงไม่ได้แบบโปรโมตอะไรตูมตาม

จากอัลบั้มแรก คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จไหม ?

โต๋ : ผมว่าอัลบั้มแรกมันเป็นความบังเอิญ บวกกับความโชคดีมากกว่า แต่ส่วนตัวแล้ว ผมเป็นคริสเตียน ผมเชื่อว่าเป็นพระเจ้า ไม่ได้อะไรเลย ที่มันได้อย่างนี้ มันอัศจรรย์มากๆ เราตั้งใจทำเพื่อหาทุนสร้างโบสถ์ ขายคอนเสิร์ตพี่บออยอ่างเดียว กระแสมันต่อมาเรื่อยๆ อัลบั้มแรกไม่ได้มีการโปรโมต โปสเตอร์ไม่เคยทำ วิทยุ โฆษณา เอ็มวี ไม่เคยออก อาจจะไปรายการแล้วพูดเล่าให้ฟังเท่านั้น มันอัศจรรย์มาก คิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากว่า เรารู้ว่ามีกลุ่มคนที่ฟังเพลงบรรเลงอยู่ มีกลุ่มผู้ใหญ่ที่หาเพลงบรรเลงฟังอยู่ ผมมองว่ามันเป็นกำลังใจและแรงบันดาลให้เราอยากทำเพลงเหล่านี้ขึ้นมาอีก ไม่ค่อยมีใครทำเนื่องจากขายน้อยและอีกหลายแฟคเตอร์ แล้วก็เลยอยากทำออกมา ให้กลุ่มคนพวกนี้ได้มีอะไรฟัง

จริงๆ ในบ้านเราก็พอมีบ้างที่มีการหยิบเอาเพลงเก่ามาทำบรรเลงเปียโน แต่มักจะมีแต่เมโลดี้ ?

โต๋ : การเอาเพลงบรรเลงมาทำ มันไม่มีประโยชน์ ถ้าคุณเล่นแล้วคนไม่รู้ว่าเป็นคุณเล่น ผมต้องให้เขาฟังรู้ว่าเป็นผม มันแสดงให้เห็นว่าเรามีสำเนียง มีลายเซ็นเป็นของเรา และเพลงบรรเลงเนี่ย ถ้าผมเอามาเล่นธรรมดา ใครๆ ไปนั่งโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ก็ได้ กดเมโลดี้แล้วกดคอร์ด มันก็ฟังได้เหมือนกัน สิ่งที่เราแตกต่างก็คือว่า มันอยู่ที่ หนึ่ง อารมณ์ สอง เราต้องคิดว่าเพลงนี้ เอาไว้ทำอะไรได้บ้าง อย่างชุดแรก ที่ฉีกไปเลย เป็นเพลง "พอ" จะเป็นแบบ Ragtime จะเป็นสไตล์เปียโนยุค 70's ที่คนดำเล่นกัน

มีความคิดนี้ตั้งแต่ทำวงเข้าประกวดที่เอแบค ทุกวงจะเล่นเพลงแล้วแกะเพลงให้เด๊ะๆ เวลาเล่นเปียโนทุกครั้ง คติของผม คือ ถ้าผมเอาเพลงใครมาเล่น ผมต้องการให้คนฟังฟังว่าเป็นผม และเป็นผมยืมเพลงคนๆ นี้มาเล่น เวลาเอาเพลงใครมา มันต้องสื่อออกมาเป็นเรา แล้วเปียโนเนี่ย ถ้าคุณเล่นแนวบัลลาดไปเรื่อยๆ เนี่ย มันจำเจ มันเหมือนกัน คนฟังจะหลับอยู่แล้ว ยิ่งหลับเข้าไปใหญ่ มันเลยต้องเอาเพลงนี้มาทำ Bossa บ้าง เป็น Jazz เป็น Swing บ้าง แต่ละเพลงเราต้องรู้ว่าเราต้องการจะมีอะไรเด่น อย่างเพลง "เขมรไทรโยค" เอาเพลงเมโลดี้ไทย เปลี่ยนคอร์ดใหม่หมดให้มันดูอินเตอร์หน่อย ผมต้องนึกภาพว่า คนในยุคนี้ เล่นเขมรไทรโยคจะเป็นยังไง ถ้ามันเหมือนกัน วิวัฒนาการทางดนตรีไม่เกิดขึ้นเลย ใส่อะไรที่มันเป็นตัวเอง แต่เก็บเพลงเขาไว้

เล่าถึงเพลงในโบสถ์หน่อย ?

โต๋ : เพลงในโบสถ์ เขาแต่งมาเกือบพันปีแล้ว ลิขสิทธิ์ไม่มี ในเพลงในโบสถ์ ถ้าคุณเป็นคริสเตียน คุณก็จะได้ยินอีกแบบ แต่ผมมาเรียบเรียงให้มันไม่เหมือนเดิม คือยังมีโทนเดิมแต่จะมีสีสันแตกต่างออกไป แต่ละเพลง จะให้คนฟังจับภาพตรงไหนว่าจุดเด่นของเพลงนี้ เช่น เพลงไทยเอามาทำใหม่ เพลงนี้ จังหวะมันช้าๆ นี่ แต่เอามาทำเร็ว อาจจะเป็น Gimmick ของแต่ละเพลง ทุกเพลงต้องมีคอนเซ็ปต์ว่าจะเล่นอะไรออกไป ไม่งั้นเล่นไปเรื่อยเปื่อย มันจะฟังน่าเบื่อ มันเรียบ มีขึ้นมีลง จะได้เป็นสีสันของอัลบั้ม คุณพ่อบอกว่าตลอดว่า ห้ามเล่นเรื่อยเปื่อย Improvise รอบเดียวจบ การทำอัลบั้มเราต้องคิดว่า การทำเพลงนี้ เราจะสื่ออะไร คุณพ่อจะบอก ไม่งั้นก็จะสะเปะสะปะ คนฟังเขาต้องการรู้ว่าเราสื่ออะไรในเพลงนี้มากกว่านะ

มีคำถามนึง มีคนสงสัยท่อนอินโทรของเพลงนี้ ทำไมมันเหมือนของเพลงนั้น ลอกมาหรือเปล่า ?

โต๋ : ถ้าพูดว่าลอก ก็ใช่ แต่มันก็ไม่เชิงลอก เพราะมันเป็นเพลงคลาสสิค แล้วเราต้องการสื่ออกมา ถ้าพูดถึงเพลง 'Pass The Love Forward' บางคนอาจจะสงสัยว่า เฮ้ย ทำไมขโมย Canon มา Canon เป็นเพลงคลาสสิค มันก็เหมือนเพลงที่คนเอามาทำ Lover's Concerto Minuet มันเป็น Public Domain ไม่มีลิขสิทธิ์ เราก็เอามาใส่ คอนเซ็ปต์ของเพลง 'Pass The Love Forward' ที่เราเอา Canon มาใช้ เพราะพี่บอยเขาต้องการสื่อตรงที่ว่า วันนั้น ผมเล่น Canon เล่นๆ พี่บอยก็บอกว่าลองแต่งอะไรที่ใช้เพลงนี้ซิ ก็เลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมา พี่บอยก็บอกคอนเซ็ปต์เพลงนี้ ว่า เราเอา Canon มาเนี่ย แสดงให้เห็นว่า คนอยู่ก่อนหน้าเนี่ยเขาส่งต่อความรักมาเรื่อยๆ จนถึงเรา เราก็เลยเอาเพลงของเขามาลิงก์ เรารับมา เราก็เลยส่งออกไป ทำๆ แล้ว เราก็รู้ว่าทุกคนต้องคิดว่าลอก แต่มันไม่ใช่ มันเป็น Public Domain เราแค่เอามาใส่ คิดว่าคนไม่รู้มากกว่า

คือคอร์ดโมทีฟของเพลงนี้ อารมณ์ของเพลงนี้ ตั้งใจเอามาจาก Canon โดยเฉพาะเลย ต้องการให้คอนเซ็ปต์มันเป็นอย่างนั้นมากกว่า แต่ในเพลงบรรเลง โต๋มีเพลง Minuet in G Lover's Concerto กับ Canon บรรเลงอยู่ในอัลบั้มนี้ด้วย เพราะบังเอิญอัดเสียงเสร็จในห้องอัด แล้วมันไม่มีอะไรทำ เลยบอกพี่เอนจิเนียร์เปิดอัดไปเรื่อยๆ เพราะไปไหนมีแต่บอก อยากให้เล่น Lover's Concerto และ Canon มาก พอเอาออกมาฟัง เออ ก็ดี ตอนแรกบอกพี่บอยว่าจะทำเป็น Hidden Track พี่บอยบอก ไม่ต้องเลย ทำไปเหอะ ใส่ไปเลย ก็คือเพลง เราเอามาแต่เมโลดี้ คอร์ดใส่เอง อย่างที่บอกไงครับ เรามาเล่นแล้ว มันต้องเป็นสำเนียงเรา

คิดว่าตัวเองเป็นคนร้องเพลงเก่งมั้ย ?

โต๋ : ไม่ครับ ตอนแรกที่ทำเพลงกับ B5 ผมไม่ได้อยากจะร้อง ผมไม่กล้าร้อง พี่บอยบอกอยากให้ร้อง ยังไงเราก็ทำอัลบั้มของตัวเองแล้ว ร้องไปเหอะเพลงนึง ก็เลือกเพลงที่เหมาะกับเรา คือเรารู้ตัวว่าเราไม่ใช่นักร้อง ไม่อยากให้ใครขึ้นเครดิตผมว่าเป็นนักร้อง ไม่ใช่ ผมเป็นนักดนตรี นักดนตรีก็คือ ร้องก็ร้องประกอบ เอาไม่เพี้ยน เอาได้ฟีลอย่างนี้ โอเค

แต่เพลง "คนไม่พิเศษ" ก็กลายเป็นเพลงที่ดังมากๆ ?

โต๋ : ผมคิดว่า เพราะมันเป็นเพลงฟังง่ายๆ คนฟังเพลงนี้ ก็รู้ว่าร้องไปไม่มีอะไรเลย ก็ร้องให้สื่อได้เท่านั้นเอง อยากให้คนมองว่าเป็นนักร้องดนตรีร้องเพลงมากกว่า

ชวนแฟนๆ มาอุดหนุนอัลบั้มนี้หน่อย?

โต๋ : บอกเลยว่า ถ้าคุณชอบอัลบั้มชุดแรก คุณไม่ผิดหวังแน่ๆ กับอัลบั้มชุดนี้ แล้วก็อยากจะบอกว่า อยากให้ซื้อเอาไปฟังกัน การที่เพลงมันไม่มีเนื้อร้อง เราไม่ต้องคิดตามเพลงฟังไปเรื่อยๆ แล้วก็อย่างที่บอก ซื้อไปตั้งใจฟังก็ได้ ซื้อจะไปเปิดฟังก่อนนอนก็ได้ ถ้าคนที่ชื่นชอบเสียงเปียโนอยู่แล้ว น่าจะได้รับความสุขจากอัลบั้มนี้ ถ้าคุณชอบ B5 ก็จะได้เสียงเปียโนเหมือนกัน แต่อัลบั้มก็จะได้อารมณ์ไปอีกแบบ ก็อยากจะลองไปฟังกันดู ในปกนี่ก็จะมี liner note ทุกเพลงว่าทำไมเพลงนี้ถึงมาอยู่ในอัลบั้มนี้ ถ้าเกิดคุณ write กันฟัง คุณก็จะไม่รู้ว่าเพลงนี้ มีที่มาอย่างไร อย่างเพลง "รักในซีเมเจอร์" ผมเกิดกับแกรนด์เอ็กซ์ เป็นเพลงแรกที่ผมได้ยิน

ไปร่วมงาน B.Day ด้วย ?

โต๋ : แน่นอนครับ ก็คุยกับพี่นภ อยากให้โต๋มาดูเรื่องฟีลให้ เพราะไม่อยากให้มีช่วงเงียบ อยากให้ช่วง transition ตอน Rock หรือตอนเป็นเพลงเพราะให้มีเปียโนคุมฟีลอยู่ ก็คงเล่นเป็นบาง part แล้วก็เล่นกับ B5 ด้วย คิดว่า น่าตื่นเต้นมาก แต่การร่วมมือของแต่ละคน มันน่าตื่นเต้น ถึงแม้คนละนิด แต่ทุกคนก็ยังมา ทุกคนมีใจที่จะเล่น คิดว่าคอนเสิร์ตที่น่าประทับใจมากๆ ถ้าคุณเป็นแฟนเบเกอรี่

เป็นแฟนเบเกอรี่มาตั้งแต่ต้นเลยหรือเปล่า ?

โต๋ : ผมมาฟังเบเกอรี่ ตอนมาฟังอัลบั้ม Simplified ของพี่บอย ส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยได้ฟังเพลงอินดี้เยอะเท่าไหร่ ก็จะรู้จักเพลงบอย, P.O.P, Moderndog หรือริค ผมจะฟังแบบรวมๆ ไม่ได้เจาะแบบอินดี้อย่างเดียว หลังๆ ค่อยมาได้ฟังเยอะหน่อย ผมก็ได้เตรียมตัวกับพี่นภเรื่อง พี่นภจะนัดไปคุยเรื่อง Chord Progression เรื่องอารมณ์เพลง เรื่องฟีลว่า Transition จากช่วงนี้ไป จะเป็นอย่างไรบ้าง คงได้ช่วยเยอะเรื่องดนตรี ชอบทำครับ เป็นสิ่งที่อยากทำนอกจากเล่นเปียโนอย่างเดียว คนอาจจะคิดว่าเราเล่นเปียโนอย่างเดียว แต่เราชอบทำเบื้องหลังด้วย

เรื่องคอนเสิร์ตของตัวเอง ?

โต๋ : ความจริงผมจะมีคอนเสิร์ตของตัวเองวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ ตอนแรกวางแพลนไว้ แต่เลื่อนไป ปลายเดือนนึงผมบอกคุณพ่อ ผมไม่ไหวแล้ว งานมันเยอะมาก เพิ่งเล่นคอนเสิร์ต B5 เสร็จเดือนกันยายน ตุลาคม สอบ Final เสร็จกลางเดือน มีเวลาสองอาทิตย์ ผมบอกว่าไม่ไหว มันเหนื่อย มันล้า มันมีคอนเสิร์ต 10 ปี เลยขอพัก อีกอย่าง ผมเล่นคอนเสิร์ตมาเยอะมาก คุณพ่อบอกว่าดีแล้ว อยากให้โต๋ใช้ชีวิตวัยรุ่นธรรมดา ไปเที่ยวไปอะไรได้บ้าง เท่าที่ผ่านมา ไม่ได้ไปไหนเลย งานเยอะมาก พอประชุมกันว่าเลื่อนก็ดีใจ โล่งไปเลย เราตั้งใจทำงาน ใช่ แต่เราต้องพักบ้าง เลยเว้นไปปีหน้า ผมจะมีกลุ่มแฟนเพลงบรรเลงอยู่แล้ว คิดว่าคงเป็นปีหน้าที่จะมี ช่วงนี้ก็เตรียมงานคอนเสิร์ต B.Day แล้วเตรียมคอนเสิร์ตตัวเองนิดหน่อย และเริ่มทำอัลบั้มเดี่ยว

อยากให้พูดถึงแฟนคลับ

โต๋ : ผมว่าผมเป็นศิลปินคนนึงที่โชคดีมากๆ ที่มีแฟนคลับ ผมไม่ได้ตั้งเองนะ หลังคอนเสิร์ตพี่บอยปั๊บ มีเลย แล้วกลุ่มมันก็ใหญ่ขึ้น แล้วมันก็กลายเป็น Society เป็นสังคม มันไม่ได้เป็นแค่บอร์ด คนเข้ามาโพสต์ๆ แล้วก็หนี เข้ามาคุยกัน บางคนมารู้จักกันสนิทกันไปเลยก็เพราะผม ซึ่งผมว่าโชคดีมากที่มีแฟนเพลงกลุ่มนี้ แล้วก็เขาก็สนับสนุนตลอด มันกลาย บางคนสนิทกันเหมือนเป็นเพื่อน ศิลปิน ถ้าไม่มีคนสนับสนุนเรา ไม่มีแฟนเพลง มันก็ไม่มีแรงบันดาลใจทำ การมีทุกวันนี้ได้ เพราะแฟนเพลงช่วยสนับสนุนเรา ในการทำอะไร มันเหมือนมี back up นอกจากครอบครัว นอกจากเพื่อน นอกจากลุงป้าน้าอา ผมก็บอกว่า ไม่ต้องคิดกับผมแบบเป็นโน่นเป็นนี่ คิดว่าเป็นเพื่อนนะ คุยกันเป็นเพื่อน แล้วก็เขาก็สนิทกันเองด้วย คุยเรื่องสอบ เรื่องโน่นเรื่องนี่ กลายเป็นสังคมเล็กๆ อะ

แล้วบทสนทนาของเราก็จบลง หลังจากวันนั้น เทปยาวชั่วโมงกว่า ก็เล่นเอาผมเหงื่อตก แล้วไปๆ มาๆ มันก็กลายเป็นบทสัมภาษณ์ที่เต็มไปด้วยตัวหนังสืออย่างนี้ หวังว่า คงจะได้เต็มอิ่มกันนะครับ

thx : tor+/ bakery music
by : deejaypat

วันที่ : 2006-11-08
อ่านแล้ว : 3039 ครั้ง

 

 

  1. หน้า 1 2 3 4


B.B
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 17

ชอบพี่โต๋เล่นเปียโนมากค่ะ และพี่ก็เป็นแรงบันดาลใจให้หนูเล่นเปียโนด้วย

เมื่อ 2008-02-23 16:39:50


น่ารัก
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 16

พี่โต๋น่ารักมากค่ะ ชอบพี่โต๋มากทั้งความสามารถและหน้าตา พี่โต๋มีความสามารถมากๆๆๆๆโครตเก่งเลยอ่ะ พี่โต๋มีเมล์ป่าวค่ะ อยากรู้อ่ะ และอยากได้รูปพี่โต๋ด้วยอ่ะ

เมื่อ 2007-11-28 12:13:27


*-*
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 15

เมื่อ 2007-11-25 16:08:05


แอ้
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 14

รักพี่โต๋มากค่ะ ขอให้พี่โต๋สู้ๆ นะคะ พระเจ้าจะทรงอยู่กับพี่โต๋ และแอ้ก็จะอยู่เคียงข้างเสมอ อย่าท้อแท้และอาจจะมีบางครั้งมีอุปสรรคเข้ามา ขอให้เข้มแข็งนะคะ จะเป็นในยามที่พี่โต๋ร้องไห้ แอ้จะอยู่ข้างๆๆๆ พี่ และในวันที่พี่โต๋มีความสุข แอ้ก็มีความสุขด้วย พระเจ้าอวยค่ะ

เมื่อ 2007-11-13 10:25:35


แอ้
Post : 1

ความคิดเห็นที่ 13

รักพี่โต๋มากค่ะสุ้ๆๆ นะค่ะพระเจ้าอวยพร แอ้จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ โดยแอ้จะอธิฐานพี่โต๋และขอพระเจ้าทรงเสริมกำลังแด่พี่โต๋ค่ะ

เมื่อ 2007-11-13 10:17:07

  1. หน้า 1 2 3 4
แสดงความคิดเห็น

ชื่อ
*

อีเมล์
*

ความคิดเห็น
*



 

Songburi Scoop เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับเพลงอินดี้

Scoop

 
Lipta

Artist On Frame

Lipta

“แทน – ธารณ ลิปตพัลลภ” และ “คัตโตะ - อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล” 2 หนุ่ม 2 สไตล์ ที่มารวมตัวกัน โดยมี “เสียงเพลง&rdquo ...
 
ยังไม่จบอ่านต่อ ...
 

Songburi Chart อันดับเพลงอินดี้

Tuning Chart

1 อย่าถาม
Etc
2 หมดเวลาแก้ตัว
รุจ ศุภรุจ เตชะตานนท์
3 น่ารัก น่า Love
Peck & Aof & Ice
4 จำทำไม
Tattoo Colour
5 เป็นแฟนกันไหม
Four Mod