Bodyslam อะคูสติก Venus Butterfly San Miguel Muzik Fest สาระแนห้าวเป้ง Kid Insane Concert ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ Sqweez Animal The Begins T-bone Playground Mv Kai-jo Brothers Overtone Honda Summer Fest Huahin เนื้อคู่ประตูถัดไป เซ็นทรัลเวิลด์ Warner Music Save Da Last Piece Flure เพลงสากล Paradox Slur กิจกรรม Spicydisc หัวหิน พราว Tattoo Colour พอลล่า เทย์เลอร์ อัลบั้มใหม่ โบ ธนากร Sony Music Scrubb Sweet Mullet
Venus Butterfly![]()
คุณรู้สึกอย่างไรกับ วงดนตรี ‘ผู้หญิงล้วน’ แถมใส่ส้นสูง เล่นเพลงร็อค อีกต่างหาก...
จะไหวเหรอ... ซิงค์หรือเปล่า... หรืออาจจะเลยเถิดไปอีกหลายคำถาม ที่ฟังได้ความประมาณว่า... ไม่ใช่ไม่เชื่อนะ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้... หรือหากเป็นไปได้จริงๆ แล้วเพลงของพวกเธอจะฟังได้หรือเปล่าหนอ ?!? แน่นอนว่าคำถามเหล่านี้ยังคงจะเป็นคำถามซ้อนคำถามที่ยังคงติดค้างอยู่ในความคิดของใครหลายคน แต่เหนือสิ่งอื่นใด วงดนตรีที่เราพูดถึงนี้ พวกเธอมีตัวตน จับต้องได้ และเราเรียกพวกเธอว่า Venus Butterfly

เคที่ – คทรีน่า กลอส
(เบส)
อ๋อม – สริตา เสรีพุกกะณะ (กีตาร์)
โหน่ง – พิมลักษณ์ กมลเพชร (ร้องนำ)
ตาล – จิตประภา ไมตรีจิตต์ (กลอง)
เหน่ง – นิจกานต์ กมลเพชร (คีย์บอร์ด)
8 ปี ของการฟันฝ่าอุปสรรคไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเธอต้องซ้อมหนักเพื่อลบคำสบประมาทต่างๆ นานา รวมถึงยืนหยัดในสิ่งที่พวกเธอรักและพวกเธอชอบ ซึ่งนั่นก็คือ ‘ดนตรี’ ปัญหาเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ยากสำหรับพวกเธออีกต่อไป และวันนี้พวกเธอ ‘ผีเสื้อทั้ง 5’ ก็พร้อมแล้วที่จะกระพือปีก โชว์ปีกอันสวยงาม ผลงานที่พวกเธอได้สร้างสรรค์ขึ้น จากความมุ่งมั่นและตั้งใจ กับงานเพลงชุดแรกของพวกเธอ ‘Venus Butterfly The First’
........................................................................... มารู้จักพวกเธอให้มากขึ้น มากขึ้น และม า ก ขึ้ น
สวัสดีค่ะ Venus Butterfly
Venus Butterfly : สวัสดีค่ะ Songburi

หลายคนรู้จัก Venus Butterfly ในเพลง Crazy กับ คิดมาก
Venus Butterfly : ใช่ เป็น 2 เพลงแรกในอัลบั้ม ที่พวกเราปล่อยออกไปทำความรู้จักกับแฟนเพลง ใน 2 อารมณ์ อย่าง เพลง ‘Crazy’ จะเป็นซิงเกิ้ลแรกที่พวกเราเลือกปล่อยออกไป ซึ่งเป็นเพลงเร็วที่สนุกสนาน และสื่อถึงเอกลักษณ์ของพวกเราได้ชัดเจน อยากบอกว่าเพลงนี้เป็น 1 ใน 4 เพลงแรกๆ (เสียงสูง) ที่ 8 ปีผ่านไปแล้วยังไม่ลืม จำได้ว่าตอนนั้นพวกเราคุยกันถึงสไตล์เพลงที่อยากทำว่า ข้อแรก เราอยากทำเพลงสนุก ข้อต่อไป เราอยากทำเพลงที่มีความเป็นผู้หญิงสูง ค่อนข้าง Girly แต่ไม่ฟังดู Rock Hard Core หรือกระแทกหูเกินไป ซึ่งก็มาลงตัวที่เพลงนี้ เพราะ Crazy จะบ่งบอกคาแรกเตอร์ของวงได้ชัดเจน ไม่ว่าจะในเรื่องของดนตรี เนื้อร้อง แล้วก็การเล่นอะไรหลายๆ อย่าง รวมถึง MV ที่ออกไปได้หมดเลย ส่วน เพลง ‘คิดมาก’ จะเป็นเพลงป๊อบหน่อย เป็นเพลง Medium เกือบจะช้า แต่ก็ยังมีความกวนนิดๆ อยู่ในเพลง เพลงนี้โหน่งจะไม่ได้ตะโกนในหูคนฟังตลอดเวลา เป็นเพลงที่ฟังสบายหู แถม MV ตัวนี้พระเอกยังหล่อมากด้วยค่ะ
แนวเพลงในอัลบั้มชุดนี้
Venus Butterfly : เป็นป๊อป ร็อค มีกลิ่นการาจ ซึ่งการาจในที่นี้ หมายถึงเพลงดิบๆ เป็นเพลงที่มันค่อนข้างสด Live เป็นลักษณะ Rock & Roll รุ่นเก่าๆ หน่อย
เคยไปดูวง Venus Butterfly รู้สึกวงจะให้ความสำคัญกับ Performance เป็นพิเศษ
Venus Butterfly : คือ พวกเราได้รับการสอนมาจากพี่สุกี้ (กมล สุโกศล แคลมป์) มา ซึ่งเขาบอกโหน่งมาตั้งแต่เมื่อสมัยก่อนแล้วว่า ถ้าคุณอยากให้คนมองว่าวงของคุณเป็นศิลปินจริงๆ นะ มีกฏ 3 ข้อที่คุณต้องทำให้ได้ คือ 1. แต่งเอง 2. อัดเอง 3. Performance ต้องดี ซึ่งพวกเราก็เอาคำพูดตรงนั้นมาเป็นมาตรฐานของวงตลอด แต่ก็ไม่รู้จะถึงมาตรฐานหรือเปล่านะ (ยิ้ม) เราก็แต่งเอง เราก็อัดเอง แต่ในเรื่องของการ Performance เราก็จะพยายามต่อไปเรื่อยๆ เพราะเราเห็นว่าสำคัญมากนะ กับวงที่เล่นเป็นวงร็อคนั้น Performance ต้องดี เราอยากให้คนที่ไปดูคอนเสิร์ตของเราสามารถสนุกไปกับเราได้ โดยไม่จำเป็นที่เขาต้องรู้จักเพลงของเราทั้งหมด เราก็ยอมรับนะ ว่าเราไม่ได้เก่งมาตั้งแต่แรก เราต้องซ้อม และบ่อยครั้งที่เราต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่ก็ทำให้เรารู้ว่าจุดอ่อนของเราอยู่ตรงไหน แล้วเราก็พัฒนาจากจุดอ่อนของเราไปเรื่อยๆ จนเราเข้มแข็งขึ้น

สิ่งที่อยากให้คนคิดถึงเมื่อนึกถึง Venus Butterfly
Venus Butterfly : แน่นอน อยากให้เขาคิดถึงเรื่องดนตรี เรื่องการแต่งเพลงมาก่อน อยากให้เขาคิดว่าวงผู้หญิงเล่นได้ด้วยเหรอ ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ หรือ ไปดูวง Venus Butterfly เล่นสดมาแล้วมันส์มาก อะไรแบบนี้
การที่เราเป็นกลุ่มศิลปินหญิงล้วน มีข้อดีหรือข้อจำกัดอย่างไร
Venus Butterfly : โอ้โห มันมีทั้งลบ ทั้งบวก เรียกว่า 8 ปีที่ผ่านมาผ่านอุปสรรคมาเยอะมาก เพราะเราเป็นวงผู้หญิงล้วน ไม่ใช่แค่นั้นเป็นผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวซะด้วย ใส่ส้นสูงขึ้นเวที คนมองแล้วว่า ‘เล่นไม่เป็นแน่นอน’ วงนี้ต้องมีคนอื่นแต่งให้ บางทีก็หาว่าเราซิงค์บ้าง ซึ่งไม่รู้ว่านั่นเป็นคำติหรือคำชมนะ ตรงกันข้ามกับวงชายล้วน ที่จะไม่เจอปัญหาแบบนี้ ไม่ถูกมองว่าเล่นเป็นหรือปล่า แต่ถ้าเป็นวงผู้หญิงจะถูกตั้งแง่ไว้ก่อนแล้ว หรืออย่างประสบการณ์ของเพื่อนๆ อย่าง เคที่ ก็เป็นกรณีหนึ่ง คือวันนั้นเคที่เขาจะไปซื้อเบส แล้วมีเพื่อนฝากซื้อสายกีตาร์ เคที่เขาก็ไปซื้อเบสของเขาแล้วก็หยิบสายกีตาร์ไปด้วย คนขายเขาก็บอกว่า น้องรู้หรือเปล่าว่านั่นไม่ใช่สายเบสนะ แบบนี้ หรืออย่าง ตาลไปห้องซ้อมเพื่อที่เขาจะพยายามซ้อมจังหวะหนึ่งอยู่ คนคุมห้องซ้อมก็บอกเขาว่า อ้อ!! น้องจังหวะนั้นมันยาก ไม่ต้องพยายามหรอก 2-3 เดือนแหละกว่าจะได้ ปรากฏว่าตาลภายใน 3 วัน ได้เลย คือนึกออกไหมคือมันต้องเจอ และเจอมาเยอะมากด้วย
มีอะไรอยากจะฝากถึงคนเหล่านั้นไหม
Venus Butterfly : เอาอย่างนี้ อยากให้ไปฟังเพลงก่อน ถ้าชอบเพลง ก็มาดูพวกเราแสดง แล้วถ้าประทับใจทั้ง 2 อย่างก็ซื้ออัลบั้มเลย
การันตีเลยใช่ไหม
Venus Butterfly : ทั้งหมดที่เราทำเราเต็มที่ เราเกินร้อย แต่เราบอกไว้เลยนะ ว่าเรารู้ว่าเราไม่ได้เพอร์เฟ็คต์ แต่ถ้าอยากลุ้นกับพวกเราก็มาเลย เพราะทุกครั้งที่เราขึ้นเวทีเราก็ลุ้นกันเองอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยเราก็มั่นใจกับความตั้งใจของเรา และเราก็มีความสุขกับสิ่งที่เราทำ

ช่วยเล่า Background ทางดนตรีของแต่ละคนให้เราฟังหน่อย
Venus Butterfly : เราทุกคนเริ่มพร้อมๆ กันกับวงค่ะ คือเริ่มจากศูนย์มาด้วยกัน อย่าง ตาล ตอนแรกตีกลองไม่เป็นเลย จะมีก็พื้นฐานกีตาร์บ้าง แต่เวลานั้นวงมีมือกีตาร์อยู่แล้ว โหน่งเลยถามตาลว่าวงเราขาดมือกลองอยู่นะ ตาลสนใจจะมาแจมตำแหน่งนี้หรือเปล่า ซึ่งตาลเขาก็โอเค เขาก็เลยพยายามฟังเพลงที่มีจังหวะกลองลองแกะดู ให้เพื่อนๆ ผู้ชายที่เล่นช่วยแนะนำว่าควรจะเล่นอย่างไร ก็ฝึกมาเรื่อยๆ
.... ของ เหน่ง มาจากโหน่งค่ะ คือเราเป็นพี่น้องที่ไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่แล้ว แล้วโหน่งก็เห็นว่าเหน่งเขาเป็นคนที่พิมพ์คอมพิวเตอร์เร็วมาก ก็เลยบอกเหน่งว่าไปหัดคีย์บอร์ดเหอะ เพราะวงเราก็ไม่มีมือคีย์บอร์ด ซึ่งก่อนหน้านั้นพี่เหน่งเขาไม่เคยจับเครื่องดนตรีอะไรมาก่อนเลยนะ ก็เริ่มไปเรื่อยๆ จากโน๊ต มาเป็นคอร์ด มาเป็นไลน์ แล้วก็จะเอามาใช้กับวง เหมือนเราทำควบคู่กันไป...
.... อ๋อม มือกีตาร์ เขาเพิ่งเข้าวงมาได้ 2 ปี แต่เป็นคนที่มีพื้นฐานมากที่สุด เขาเรียนดนตรีคลาสสิคมา เขาเล่นกีตาร์คลาสสิคเป็น แต่กีตาร์อิเล็คทริกนี่ แบบโซโล่ แบบเอี๊ยวอ๊าว เร็วๆ อ๋อมเขาจะยังเล่นไม่เป็น เพราะไม่เคยเล่น ก็ต้องมาฝึกซ้อมกัน จนทุกวันนี้ก็เริ่มได้แล้ว อย่างท่อนโซโล่ทุกโซโล่ ตาลเขาเป็นคนคิดเองนะ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่วงกำหนดขึ้นอยุ่แล้วว่า ทุกคนจะต้องรับผิดชอบคิดในไลน์ของตัวเอง
.... ส่วน เคที่ ตอนเด็กๆ เคยเล่นอิเล็คโทรนได้ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเบสเลยนะ แต่เป็นคนชอบร้องเพลง ซึ่งตอนที่เราเริ่มเป็นวงใหม่ๆ เนี่ยะ เคที่กับโหน่งก็เป็นนักร้องนำคู่กันมาสักพักหนึ่งเลย จนกระทั่งมือเบสเราลาออก เราก็เริ่มเคว้ง ไม่รู้จะมือเบสที่ไหนมาเล่น ก็มีการออดิชั่นกันบ้าง แต่รู้สึกว่าผู้หญิงเล่นเบสหายาก แทบไม่มีเลย ตอนนั้นเคที่ก็คิดว่าถึงเราจะยังไม่มีมือเบส เราก็ไปซื้อเบสมาเตรียมไว้ก่อนแล้วกัน เผื่อถ้าน้องคนไหนเข้ามาเขาไม่มีเบส จะได้มาเล่นของเคที่ได้ โหน่งเขาก็เลยหัวใสคิดขึ้นมาว่า เฮ้ย!! ไหนๆ เคที่ซื้อเบสมาแล้วก็ลองเล่นเบสไปด้วยแล้วกัน จากนั้นก็ลองดู เราแกะคอร์ด มาเล่นแจมๆ กับเพื่อนดู เคที่ก็เลยมาประจำตำแหน่งเบสไป ปล่อยให้โหน่งเขายืนตรงกลางเป็นนักร้องนำคนเดียว (55+)
.... ของ โหน่ง นี่ คือออกอัลบั้มมา 2 อัลบั้มแล้ว แต่ความฝันของโหน่งคือ อยากมีวงเป็นของตัวเอง ซึ่งก็อยากให้เป็นวงผู้หญิงล้วนด้วย เพราะเราโตมาในยุค 80 ซึ่งมีการ์ตูน Josie & The Pussy cats เป็นต้นแบบ โดยส่วนตัวแล้วโหน่งเล่นดนตรีไม่เป็นเลย แต่โหน่งมีโอกาสไปเรียนคอรัสที่อเมริกามา 8 ปี ตั้งแต่เด็กมาจนจบไฮสคูล ก็พอจะอ่านโน๊ต อ่านจังหวะได้ แต่พอเรามาเริ่มวงแรกๆ เนี่ยะ เราต้องมาฝึกกันใหม่ เพราะถึงแม้เราจะอ่านโน๊ตอ่านอะไรได้บ้าง แต่เราฟังไม่ออกว่าอะไรคือสแนร์ เบสไลน์มันเป็นอย่างไร ก็คือต้องมาหัดฟังด้วยกัน เพราะดนตรีมันไม่ใช่แบบหยิบขึ้นมาตีคอร์ดแล้วรู้ว่าตัวเองจะเล่นอะไร มันต้องมีจังหวะ มี Rhythm ที่เราต้องเล่นไปด้วยกัน ต้องฟังเพื่อนด้วย ฟังตัวเองด้วย ไปด้วยกัน

ถ้าจะให้นิยามวง Venus Butterfly จะนิยามว่าอย่างไร
Venus Butterfly : เป็นวงที่รักความเป็นอิสระ มีความคิดเป็นของตัวเอง โดย Venus เป็นคำที่มาจากแบบว่า Out in this World คือ ไม่มีอยู่ในโลก ความคิดของพวกเราไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว (เราเว่อร์กันมาตั้งแต่ต้นแล้วนั่นเอง 55+) เพราะตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดที่จะทำวงออกมาให้เป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ แต่พอมาทำแล้ว ก็ โอ้โห... the world famous เราจะเป็นแบบ International Girl Band คือคิดไปเว่อร์มากๆ ก็ฟังเอาสนุกนะคะ แต่ถ้าจะถามว่าเราคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า ก็คิดนิดหนึ่งนะ คือถ้าได้ก็ดี แล้วเราก็จะพยายามต่อไปเรื่อยๆ
การทำงานในอัลบั้มนี้เป็นอย่างไรบ้าง
Venus Butterfly : อัลบั้มนี้พวกเราจะแต่ง จะเรียบเรียงทำนองกันเอง ซึ่งจะมี 4 เพลง ที่เอามาจากอัลบั้มภาษาอังกฤษที่เราทำเสร็จกันก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเราคิดว่า 4 เพลงนี้ น่าจะอยู่ในอัลบั้มไทยได้ ส่วนที่เหลือ 6 เพลงเราแต่งใหม่ทั้งหมด เพราะด้วยอะไรๆ หลายๆ อย่างที่ต้องปรับให้เหมาะกับคนไทย เพราะอย่างอัลบั้มภาษาอังกฤษจะมีเพลงช้าซึ่งไม่ช้ามากด้วย แค่ 1 เพลง แต่พอมาเป็นอัลบั้มเพลงไทย เราเพิ่มเพลงช้ามา 3 เพลง อะไรแบบนี้ และเนื่องจากวงเราแต่งกันเอง และแต่ละคนก็มีหน้าที่รับผิดชอบในเครื่องดนตรีของตัวเอง เราก็จะไม่ไปก้าวก่ายกันและกัน โดยคนที่จะก้าวก่ายได้มีคนเดียวเท่านั้นคือ ‘พี่ก้อ กรู๊ฟไรเดอร์ส’ ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ของเรานั่นเอง แต่ก็มีข้อยกเว้นเหมือนกัน กรณีที่หากพี่ก้อเห็นว่าเราควรปรับ แต่เราทั้ง 5 คนไม่เห็นด้วยพี่ก้อ ก็ต้องถอย นี่คือดิวที่เราทำไว้กับพี่ก้อ แต่กรณีแบบนี้จะมีน้อยมากนะ
มีศิลปินเข้ามาแจม เขียนเพลงให้ด้วย
Venus Butterfly : ใช่ ถ้าฟังจากสัมภาษณ์ก็น่าจะพอรู้ว่า เราไม่ค่อยเก่งภาษาไทยเท่าไหร่ แต่ทุกเพลงจะมาจากเพลงภาษาอังกฤษที่เราแต่งกันเอง ซึ่งจริงๆ ตอนแรกเราก็ยังมีอีโก้กันนะ จะขอแต่งเองให้ได้ ซึ่งพี่ก้อเขาก็ยอมให้ลองดู แต่แต่งเท่าไรก็ไม่ผ่านสักที จนสุดท้ายเราก็ต้องมานั่งคุยกันว่า จริงๆ แล้ว ถ้าเรามีคนอื่นที่เป็นคนนอกมาเขียนเพลงในมุมมองของเขาก็ดีนะ จะได้มีอะไรที่มันหลากหลายมากขึ้น ก็มีพี่ๆ น้องๆ มาช่วยกันแจมค่ะ ก็จะมี พี่บอย ตรัย, น้องอี๊ฟ witeshock, พี่เป็นเอก เสกสรร, พี่โตน โซฟา และก็น้องเบล สุพล

เป็นวงที่มีแต่ผู้หญิง เคยทะเลาะมีปากเสียงกันบ้างไหม
Venus Butterfly : อ๋อ แน่นอน ทุกวันนี้ก็ยังทะเลาะกันอยู่ แต่เราเลือกที่จะพูดกันตรงๆ เลย คือเราเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของเราด้วย อย่างเคที่กับโหน่งเราอยู่ด้วยกันมานาน (เราเป็นรูมเมทกันมา) เราค่อนข้างชินกับการที่มีอะไรก็พูดกันเลย บอกไปเลยอะไรดีก็ดี คือถ้าเราห่วงเขา มันไม่ผิดหรอก เพราะคนเราไม่จำเป็นต้องมีความเห็นที่เหมือนกัน มันสำคัญที่จุดมุ่งหมายมากกว่า ว่าการพูดของเราเนี่ยะ เพื่อที่จะทำร้ายเขา หรือเพื่อทำให้เขาดีขึ้น และพวกเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าทั้ง 5 คน หวังดีให้กันและกัน อาจจะมีงอนกันบ้าง โกรธกันบ้าง แต่ในที่สุดเราก็หวังดีให้กันและกัน ก็เลยจะไม่โกรธกันนาน
ก่อนจากกัน อยากให้แนะนำ 5 สาวช่วยแนะนำเพลงในอัลบั้มนี้หน่อย
Venus Butterfly : เคที่ ขอแนะนำเพลงช้า เพลงเดียวที่คุณแม่ได้ยินเสียงเบสของเคที่ ก็คือเพลง ‘รู้บ้างไหม’ เพลงนี้เสียงเบสค่อนข้างจะทุ้มค่ะ เป็นเพลงที่มีกลิ่นของความเป็นเพลงเก่า เมโลดี้ก็ค่อนข้างกวน ส่วนเนื้อหานี่โดนใจมากเลย เคที่ว่าคนที่ชอบฟังดนตรีที่มีมู้ด มีโทน แบบนี้ เพลงรู้ตัวบ้างไหม น่าจะเป็นเพลงที่บ่งบอกได้ดีเลยค่ะ
....อ๋อม แนะนำเพลง ‘ดื้อก็ดื้อ’ ค่ะ เพลงนี้จะเป็นเพลงแบบกวนๆ ซึ่งบอกได้เลยว่าวงเราเป็นแบบนี้แหละ คือใช่เลย ดื้อได้อีก ดนตรีก็จะมันๆ กวนๆ นิดนึงต้องลองฟังดู
....ส่วน เหน่ง ก็เพลง ‘ยัยตัวร้าย’ เพราะเพลงนี้น้องสาวสุดที่รักของเหน่งเป็นคนแต่ง (น้องอี๊ฟ witeshock) คือ ชอบผลงาน ชอบเนื้อ ชอบเพลงนี้มากๆ ค่ะ
....ตาล ก็เพลงช้าอีกสักเพลงนะคะ เพลง ‘ฝากดาว’ เพลงนี้ฟังจากดนตรีแล้วมันเศร้า เหมือนเราทุกคนใส่อารมณ์มันเข้าไป ทำให้ฟังแล้วรู้สึกอินรู้สึกเศร้าไปกับเพลงจริงๆ เนื้อหาของเพลงก็จะพูดถึงคนรักที่ห่างไกลกันค่ะ ก็อยากให้ลองไปฟังดู
....โหน่ง ขอแนะนำ เพลง ‘คิดมาก’ แล้วกันค่ะ เพราะโหน่งชอบพระเอก MV (55+) ที่พูดเข้ามาที่พระเอก MV นิดหนึ่ง เพราะเพลงนี้ ตอนโหน่งฟังโหน่งคิดถึงเขาเลย มันเหมือนเป็นความทรงจำกับคนๆ นั้น เหมือนเป็นเพลงที่ย้อนอดีตให้โหน่งค่ะ

................................................................................
ได้รู้จัก 5 สาวผีเสื้อแสนสวย ‘Venus Butterfly’ ไปกันพอหอมปากหอมคอแล้ว ว่างๆ อย่าลืมไปหาฟังอัลบั้ม‘Venus Butterfly The First’ และเป็นกำลังใจให้งานเพลงของพวกเธอกันล่ะ เราจะได้รู้กันสักทีว่า ‘ผู้หญิง ใส่ส้นสูง เล่นเพลงร็อค’ ก็มีฝีมือไม่เบา....

Editor : Kullapass Angamorn
Photographer : Kullapass Angamorn
วันที่ : 2009-07-24
อ่านแล้ว : 3712 ครั้ง